อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 กันยายน 2562

กินอยู่..รู้จักแคลเซียม ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เอง

สัปดาห์นี้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ “แคลเซียม” แร่ธาตุสำคัญในการสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน สิ่งจำเป็นต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท ซึ่งร่างกายเราไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ต้องรับประทานอาหารต่างๆ จันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.


ใครได้ไปงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562 ซึ่งจัดที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 16-25 สิงหาคมที่ผ่านมาบ้างครับ งานจัดดีมากนะครับ หัวข้อแต่ละบูทน่าสนใจมากๆ เรียกว่าจัดได้ยิ่งใหญ่ อลังการเต็มพื้นที่ทั้ง 6 Hall และมีกิจกรรมให้ความรู้กับผู้ที่เข้าชมงานมากมายนับไม่ถ้วน ผมดูแล้วอยากจะให้คงงานนี้ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์หรือศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ถาวรไปซะเลย หรือไม่ก็เปิดแบบเสียเงินก็พร้อมยอมจ่ายค่าเข้าให้ลูกได้ไปดูบ่อยๆ ครับ

ผมเองก็ไปงานนี้ทุกวัน ไม่ใช่เพราะเดินยังไม่ทั่วหรือติดใจอะไรขนาดนั้น แต่ผมไปเป็นพิธีกรและวิทยากรที่บูทของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ชื่อยาวมากครับแต่พูดทุกวันจนจำได้) หรือเรียกสั้นๆ ว่า สกสว. บูทนี้นำเสนอหัวข้อเรื่อง “กินอยู่รู้จักแคลเซียม” เป็นการนำผลงานวิจัยที่โดดเด่นมาเผยแพร่ให้กับประชาชนทั่วไป ด้วยความที่ผมต้องพูดถึงผลงานวิจัย 4 ตัวนี้ ยิ่งพูดยิ่งเข้าใจและผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ได้ไปชมงาน เพราะแคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน จำเป็นต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท ซึ่งร่างกายเราไม่สามารถสร้างแคลเซียมขึ้นมาเองได้ ต้องรับประทานอาหารต่างๆ เข้าไป จริงๆ แล้วแคลเซียมอยู่รอบตัวเรา ผมจึงขอนำมาเล่าต่อในคอลัมน์นี้แล้วกันครับ

ก่อนจะไปอ่านงานวิจัย ผมมีเกมมาให้เล่นครับ เป็นเกมที่ผมเล่นกับเด็กๆ ทุกวัน ผมมีอาหารอยู่ 8 ชนิด ได้แก่ นมวัว นมถั่วเหลือง นมควาย ใบชะพลู ใบโหระพา งาดำ คะน้า และหัวไชเท้า ทุกอย่างมีแคลเซียม แต่ผมอยากทราบว่า อาหารชนิดไหนให้แคลเซียมมากที่สุด แล้วลองเรียงจากมากไปน้อย ขอแค่ 4 อันดับแรกก็พอครับ (มีเฉลยอยู่ด้านล่างสุดของบทความ)

ตอนนี้มาดูผลงานวิจัยทั้ง 4 งานกันดีกว่าครับ

งานวิจัย: ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมสำหรับคุณแม่ โดย ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. หน่วยวิจัยแคลเซียมและกระดูก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล




หลังจากที่คุณแม่เพิ่งคลอดบุตร คุณแม่ต้องให้นมกับบุตรด้วย แหล่งแคลเซียมในน้ำนมมีอยู่ 2 แหล่งด้วยกันคือ 1. การรับประทานอาหาร 2. การสลายแคลเซียมจากกระดูก ในหนึ่งวัน คุณแม่ต้องใช้แคลเซียม 200 mg เพื่อสร้างน้ำนม ถ้าคุณแม่รับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอ อาจจะทำให้มวลกระดูกของคุณแม่ลดลง เสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกบางและกระดูกพรุนได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีงานวิจัยที่ทำแคลเซียมเสริมเป็นผงพร้อมชงดื่ม มี 2 รสชาติ (รสสตรอว์เบอร์รี่และรสเลมอน) ก่อนที่คุณแม่จะให้นมบุตร ควรดื่มแคลเซียมเสริมล่วงหน้า 30-90 นาที แบ่งรับประทาน 3-4 มื้อต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุน แถมยังเพิ่มปริมาณแคลเซียมในน้ำนมให้กับคุณแม่ โดยไม่ต้องกินนมผงเสริม

งานวิจัย: ผลิตภัณฑ์แคลเซียมและคอลลาเจนเสริมจากเกล็ดปลายี่สก โดย ศ.ดร.นทีทิพย์ กฤษณามระ หน่วยวิจัยแคลเซียมและกระดูก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



ปลายี่สกเป็นปลาที่มีอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำจืด ถือเป็นปลาเศรษฐกิจ ปกติแล้วเราจะใช้แต่เนื้อปลา แล้วก็ขอดเกล็ดทิ้งไป นักวิจัยเห็นว่าเกล็ดปลายี่สกที่ถูกทิ้งไร้ค่า ลองนำมาวิจัยแล้วพบว่ามีเกล็ดปลายี่สกอุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และคอลลาเจน จึงนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์แคลเซียมจากปลายี่สก 3 ชนิด ได้แก่ แคลเซียมผง แคลเซียมเม็ด และน้ำแร่แคลเซียม ซึ่งแต่ละวัยต้องการรับแคลเซียมต่อวันไม่เท่ากัน อาทิ เด็กทารกรับเพียง 200-270 mg เด็กเล็ก 800 mg วัยรุ่น 1,300 mg ผู้ใหญ่ 1,000 mg ผู้สูงอายุ 1,200 mg และผู้หญิงตั้งครรภ์ 1,200 mg

งานวิจัย: น้ำนมควายมูร่าห์สุดมหัศจรรย์ โดย รศ.ดร.วรรณา ตั้งเจริญชัย ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง



บอร์ดวิจัยนี้ได้รับความนิยมจากเด็กๆ นอกจากเนื้อหาสาระน่าสนใจแล้ว ยังมีมาสคอตควายมูร่าห์มาเดินทักทายผู้เยี่ยมชม แถมมีขนมปังกรอบทาเนยนมควายให้ลองรับประทานด้วยครับ ก่อนอื่นขอแนะนำเจ้าควาย “มูร่าห์” ให้รู้จักกันก่อน ควายมูร่าห์เป็นควายพันธุ์นม ตัวดำ เขาสั้นงอ หน้าผากนูน ชอบนอนแช่น้ำสะอาด (ผิดกับควายบ้านเราที่เขายาวและชอบแช่น้ำโคลน) ควายมูร่าห์มีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย เป็นควายที่ให้น้ำนมดีและมีคุณภาพสูงที่สุด ตัวหนึ่งให้น้ำนม 1,300-2,300 ลิตรต่อรอบ ทำให้ควายสายพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการ ถูกส่งไปหลายประเทศ ที่ดังๆ คือประเทศอิตาลี นำมาทำเป็นชีสน้ำนมควาย หรือเรียกว่า Mozzarella Di Bufala ส่วนในเมืองไทยนำเข้าควายมูร่าห์มาเหมือนกัน เลี้ยงหลายจังหวัด แต่ที่ทำเป็น “มินิมูร่าห์ฟาร์ม” อยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมลองชิมแล้ว น้ำนมควายรสชาติเข้มข้น หวานมัน และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ประโยชน์ของน้ำนมควายมูร่าห์มีดังนี้ครับ ให้แคลเซียมสูงกว่านมวัว 1.5 เท่า มีโปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีคอเลสเตอรอลต่ำ และเป็นทางเลือกสำหรับผู้แพ้นมวัว นอกจากน้ำนมควายจะนำมาพาสเจอร์ไรซ์เพื่อบรรจุขวดไว้ดื่ม ยังนำมาแปรรูปเป็นชีส เนย โยเกิร์ตได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ของดีย่อมมีราคาสูงเช่นกัน นมควายราคาประมาณ 40 บาท นมแพะ 25 บาท และนมวัว 9 บาท ถ้าเรานิยมดื่มนมควายมากขึ้น คนเลี้ยงควายชนิดนี้กันมากขึ้น ราคาก็จะถูกลงได้ในอนาคต

งานวิจัย: โบนเทียม ซีเมนต์ซ่อมแซมกระดูก โดย รศ.ดร.ศิริรัตน์ ทับสูงเนิน รัตนจันทร์ หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมเซรามิก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี



โบนเทียมถือว่าเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตก็ว่าได้ครับ โบนเทียมเป็นวัสดุทดแทนกระดูกที่สังเคราะห์ได้จากแคลเซียมฟอสเฟต สามารถปั้นหรือฉีดในบริเวณที่ต้องการทดแทนกระดูก มีลักษณะคล้ายซีเมนต์ มีคุณสมบัติในการสลายตัวแทนที่กระดูกตามธรรมชาติ โบนเทียมได้ผ่านการทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการความเป็นพิษและความเข้ากันได้กับเซลล์กระดูก ซึ่งได้รับผลคือ ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์กระดูกและกำลังดำเนินการทดสอบความเข้ากันได้ในกระต่าย เพื่อพัฒนามาใช้กับมนุษย์ในอนาคต คุณสมบัติของโบนเทียมมีดังนี้คือ 1. มีความแข็งแรงหลังจากเซตตัวและเซตตัวได้ในเวลาที่เหมาะสมกับการผ่าตัด โดยไม่ละลายออกไปกับของเหลวในร่างกาย 2. สามารถเซตตัวได้เองในสภาวะของร่างกายและไม่เกิดความร้อนในขณะเซตตัว ทำให้สามารถขึ้นรูปเป็นรูปร่างใดๆ ก็ได้ตามความต้องการ 3. สามารถฉีดผ่านเข็มฉีดยาหรือปั้น เข้าไปรักษาในบริเวณที่เป็นโพรงหรือบริเวณที่แคบ ทำให้การผ่าตัดใช้เวลาสั้นและผู้ป่วยพักฟื้นได้อย่างรวดเร็ว

นี่เป็นแค่ 4 ตัวอย่างงานวิจัยของ สกสว. ที่นำมาแสดงเท่านั้นนะครับ ยังมีงานวิจัยอีกพันๆ ชิ้นที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนไทยดีขึ้น ลองเข้าไปติดตามงานวิจัยและกิจกรรมของ สกสว. ได้ที่ https://www.facebook.com/ThailandScienceResearchandInnovation

อ้อ ผมขอเฉลยการเรียงลำดับอาหารที่มีแคลเซียมในปริมาณ 100 g ดังนี้ มากที่สุดคือ งาดำ รองๆ ลงไปได้แก่ ใบชะพลู ใบโหระพา คะน้า พวกผักใบเขียวพวกนี้มีแคลเซียมมากกว่านมเสียอีกครับ ตามมาด้วย นมควาย นมถั่วเหลือง นมวัว (จะเห็นว่านมควายมีแคลเซียมมากกว่านมใดๆ) และอันดับสุดท้ายคือ หัวไชเท้า รู้ดังนี้แล้ว ถ้าเราเลือกกินอาหารที่มีแคลเซียมได้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมแคลเซียมเลยครับ
..........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%