อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

เติมล้ำเพิ่มปลอดภัย พลิกโฉมเรือโดยสารคลองแสนแสบ

สัปดาห์นี้ไปดูยกเครื่องใหม่เรือโดยสารคลองแสนแสบใหม่ ฟรีไวไฟ สมาร์ททีวี ยกระดับทั้งความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารมากขึ้น อังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์นี้จะพาไปดูการพลิกโฉมเรือโดยสารในคลองแสนแสบ ที่กระทรวงคมนาคมกำลังยกเครื่องใหม่ทั้งตัวเรือที่จะเปลี่ยนจากเรือไม้มาใช้เรือเหล็กและอลูมิเนียมและขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ อาทิ ฟรีไวไฟ สมาร์ททีวี ให้ผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

29 ปีเต็มที่เรือโดยสารในคลองแสนแสบให้บริการคนกรุงเทพฯ เป็นทางเลือกในการเดินทางที่รวดเร็ว เพราะใช้เวลาไม่ถึง1 ชม. จากต้นทางท่าเรือวัดศรีบุญเรือง แล่นฉิวถึงพื้นที่ใจกลางเมืองยังท่าเรือประตูน้ำ หากจะนั่งยาวๆ เข้าพื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์ ต้องเปลี่ยนเรือที่เล็กลงตามขนาดคลองไปสิ้นสุดปลายทางท่าผ่านฟ้าฯ ด้วยอัตราค่าโดยสารตลอดสายตามระยะทางสบายกระเป๋าแค่ 10-20 บาท แม้ว่าต้องเสี่ยงกับความปลอดภัยที่ยังไม่ได้มาตรฐานและต้องนั่งสูดกลิ่นน้ำเน่าในคลองก็ตาม มีตัวเลขผู้โดยสารวันละกว่า 6 หมื่นคนเป็นเครื่องการันตีว่าเรือสายนี้ตอบโจทย์ประชาชนที่ไม่ทนกับปัญหารถติดบนท้องถนนหลายชม.



ล่าสุด นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานทางน้ำ ของกระทรวงคมนาคม ใช้ช่วงวันหยุดนำภรรยาและลูกชาย ทดลองใช้บริการเรือคลองแสนแสบเพื่อเก็บข้อมูล และสะท้อนปัญหาเรื่องความปลอดภัยที่หลายคนรู้อยู่เต็มอก ....ทั้งเรื่องเรือไม่จำกัดปริมาณผู้โดยสาร ให้ยืนเบียดเสียดกันแน่นเกินน้ำหนักเรือรับได้ เสื้อชูชีพไม่พอกับจำนวนผู้โดยสาร ท่าเรือเปิดโล่งไม่มีที่กั้น การขึ้นลงเรือไม่มีราวจับ เรือบางลำผู้โดยสารต้องโหนเชือกห้อยตัวเข้าในเรือ รวมถึงไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำท่าคอยควบคุมการขึ้นลงของผู้โดยสาร

ต่อมานายอธิรัฐ ได้เชิญนายสมศักดิ์ ห่มม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) นายเชาวลิต เมธยะประภาส หรือลุงถั่ว กรรมการผู้จัดการ บริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ และผู้เกี่ยวข้องประชุมหารือพร้อมออกมาตรการความปลอดภัยในการเดินเรือร่วมกันโดยให้ดำเนินการเร่งด่วนภายใน 15 วันเพื่อยกระดับทั้งความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารมากขึ้น

นายอธิรัฐ ให้คำมั่นว่า กรมเจ้าท่าต้องจัดเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบประจำท่าเรือโดยสาร ทั้ง 28 ท่าตั้งแต่ท่าเรือวัดศรีบุญเรืองถึงท่าเรือผ่านฟ้า โดยให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ดูแลให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารแต่ละท่าเรือ เพื่อควบคุมปริมาณผู้โดยสารไม่ให้เกินกว่าจำนวนที่เรือรับน้ำหนักได้ รวมถึงกำกับการขึ้นลงเรือให้เป็นระเบียบ ไม่แย่งหรือเบียดกันจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้



ขณะที่ผู้ประกอบการฯต้องติดตั้งอุปกรณ์ จีพีเอส(GPS ) บนเรือโดยสารทั้ง 55 ลำ เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้ขับขี่และความเร็วเรือ รวมถึงสมาร์ททีวี เป็นจอแสดงผลให้ข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์(ทันทีทันใด) แก่ประชาชนในทุกท่าเรือ ติดตั้ง WiFi ให้บริการฟรีตอบโจทย์สมาร์ทโฟนติดตามข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่สะดุด ติดตั้งที่กั้นบริเวณท่าเรือ พร้อมเพิ่มจำนวนเรือให้เพียงพอต่อการใช้บริการของผู้โดยสารจาก 55 ลำ เป็น 60 ลำ

สำหรับแผนระยะยาว ผู้ประกอบการฯ ต้องปรับปรุงเรือให้ผู้โดยสารชึ้น-ลง กลางลำ ซึ่งปลอดภัยกว่าการให้ผู้โดยสารขึ้น-ลง โดยการโหนเชือกเข้าเรือได้ตลอดทั้งลำ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 31 ลำ และจะทยอยรปรับปรุงให้ครบทุกลำ ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างพัฒนาเรือไฟฟ้า 2 ลำ จะมีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะแล้วเสร็จนำมาทดลองให้บริการได้ในเดือนม.ค.63 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน และใช้เป็นต้นแบบ(โมเดล) ให้ผู้ประกอบการนำไปทยอยเปลี่ยนเรือให้บริการต่อไป



ส่วนเรื่องเงินทุนเปลี่ยนเรือซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นนั้น กระทรวงคมนาคมจะหารือกระทรวงการคลังเรื่องแหล่งเงินกู้ที่จะเอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบการเดินเรือกู้ได้สะดวกขึ้น พร้อมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายเชาวลิต บอกว่า พร้อมดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่าที่ผ่านมามีข้อจำกัดหลายด้าน แต่บริษัทมีความตั้งใจและพยายามยกระดับการให้บริการเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้โดยสารอยู่แล้ว ได้ปรับปรุงเรือมาโดยตลอด เคยต่อเรือติดเครื่องปรับอากาศ มาทดลองใช้แล้ว แต่ไม่เหมาะกับคลองแสนแสบและไม่ตอบโจทย์ผู้โดยสาร จึงต้องยกเลิกเรือติดแอร์ไป



นอกจากนี้เรือที่เคยใช้ผ้าใบคลุมและผู้โดยสารต้องยกขึ้นลง ก็เปลี่ยนมาเป็นติดพลาสติกถาวร ไม่ต้องยกขึ้นลง ต่อเรือที่มีทางขึ้นลงตรงกลาง ทำบันใดให้ขึ้นลงสะดวกขึ้น พร้อมปรับปรุงขยายหน้าท่าเรือให้ยาวขึ้นให้เรือเข้าจอดเทียบท่าพร้อมกันได้หลายลำ อีกทั้งกำลังต่อเรือโดยเปลี่ยนจากไม้เป็นเรืออลูมิเนียมและเรือเหล็กต้นทุนเกือบ 9 ล้านบาทต่อลำ นำมาทดลองหากได้ผลดีจะทยอยเปลี่ยนแทนเรือไม้ในอนาคต

แม้จะมีรถไฟฟ้าหลากสีทยอยเปิดบริการ แต่ค่ารถไฟฟ้าก็แพงทำให้ผู้มีรายได้น้อยเอื้อมไม่ถึง ขณะที่ท้องถนนก็เต็มไปด้วยปริมาณรถยนต์แน่นหนึบ จุดแข็งเรื่องความรวดเร็ว จนกุมใจผู้โดยสารไว้ได้กว่า 6 หมื่นคน ถือว่าไม่น้อย แค่เพิ่มความปลอดภัย และติดตั้งเทคโนโลยี่ล้ำๆ ทันสมัยอำนวยความสะดวกเติมให้ผู้โดยสาร ....เรือโดยสารในคลองแสนแสบก็สามารถยืนหยัดให้บริการคนกรุงเทพฯ ได้โดยไม่ต้องปิดตำนานเหมือนอีกหลายธุรกิจ.
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 97