อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา อกุศลกรรมนำสู่อกุศลวิบาก

สัปดาห์นี้ไปดูคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “กฎแห่งกรรม” กับการกระทำดีหรือชั่ว ทางเลือกมีเพียง “สุคติภูมิ” หรือ “ทุคติภูมิ” ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.


พระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นโดยการตรัสรู้ของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อ 45 ปีก่อนพุทธศักราช ซึ่งกาลเวลาได้ล่วงผ่านมาถึง 2,607 ปีแล้ว พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาคุณของพระพุทธองค์นำประโยชน์สุขแก่ชาวพุทธทุกคนที่มีการศึกษาพระธรรมและน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลส รักษากาย วาจาและใจให้สุจริตจากอกุศลธรรมต่างๆ

ชาวพุทธที่มีการสะสมความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องมาก่อนตั้งแต่ในอดีตชาติ เมื่อมีการฟังธรรมตามกาลอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันชาติย่อมมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญนำไปสู่ผู้มีความเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ ) สภาพธรรมฝ่ายดีซึ่งเป็นกุศลธรรมจะมีกำลังมากขึ้น ส่วนสภาพธรรมฝ่ายชั่วซึ่งเป็นอกุศลธรรมก็จะมีกำลังน้อยลง เมื่อถึงแก่กรรมจุติจิตจะเคลื่อนจากภพภูมิเดิมสู่ปฏิสนธิจิตในสุคติภูมิ สำหรับผู้ที่ไม่เคยสะสมความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องมาก่อนในอดีตชาติ แต่ในปัจจุบันชาติมีความสนใจและมีโอกาสฟังธรรมตามกาลก็เป็นจุดเริ่มต้นในการสะสมความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องเช่นกัน ส่วนจะมีความเห็นถูกมากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับกำลังปัญญาของแต่ละบุคคล



ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาในปัจจุบันชาติ แม้จะมีโอกาสดีที่ได้ประสบพบพานกับพระพุทธศาสนา แต่ไม่ได้รับประโยชน์จากการนับถือพระพุทธศาสนาอันใดเลย ถ้าไม่ศึกษาพระธรรมหรือฟังธรรมตามกาลอย่างเหมาะสมก็จะเป็นชาวพุทธที่ขาดปัญญา การดำเนินชีวิตประจำวันมีแต่การประพฤติปฏิบัติอย่างผิดๆ เพราะเป็นผู้มีความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) เป็นคนเชื่อง่ายมักทำอะไรตามๆ กันอย่างไม่มีเหตุผล เป็นผู้ถือมงคลตื่นข่าว งมงายในไสยศาสตร์ นับถือวัตถุมงคล และเครื่องรางของขลัง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ขัดต่อหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น จึงเป็นชาวพุทธที่ไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง อีกทั้งการไม่เชื่อกฎแห่งกรรมจึงกล้ากระทำทุจริตทั้งทางกายและวาจาต่อผู้อื่น ตลอดจนสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายแก่สังคมและประเทศชาติ เมื่อถึงแก่กรรมจุติจิตก็จะเคลื่อนจากภพภูมิเดิมสู่ปฏิสนธิจิตในทุคติภูมิหรืออบายภูมิ ได้แก่ สัตว์นรก เปรต อสูรกาย และสัตว์เดรัจฉาน

กรรมซึ่งเป็นการกระทำทางกายและวาจาของคนผู้หนึ่งเกิดจากเจตนาซึ่งเป็นความจงใจ หากเป็นเจตนาดีก็จะนำไปสู่กุศลกรรม หากเป็นเจตนาชั่วก็จะนำไปสู่อกุศลกรรม กุศลกรรมจะนำไปสู่กุศลวิบากซึ่งเป็นผลของกรรมดี ส่วนอกุศลกรรมจะนำไปสู่อกุศลวิบากซึ่งเป็นผลของกรรมชั่วไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และ
ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เป็นไปตามกฎแห่งกรรมซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ดังนี้



“บาปอันผู้ใดทำแล้วด้วยตนเอง ผู้นั้นย่อมเศร้าหมองด้วยตนเอง บาปอันผู้ใดไม่ทำด้วยตนเอง ผู้นั้นย่อมบริสุทธิ์ด้วยตนเอง ความบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน คนอื่น ทำคนอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้” (จากพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท)

“บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว - ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ” (จากพระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต)

“สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึงอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้ - กมฺมสฺสกา กมฺมทายาทา กมฺมโยนี กมฺมพนฺธู กมฺมปฏิสรณา กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย” (จากพระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ จูฬกัมมวิภังคสูตร)


ชาวพุทธที่มีความเห็นผิดไม่ว่าจะอยู่ในสาขาอาชีพใด หากมีอกุศลจิตและอกุศลเจตนาต่อผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทำความเดือดร้อนและความเสียหายต่อส่วนรวม สร้างความแตกแยกในหมู่ชนและบ่อนทำลายความเจริญมั่นคงของชาติบ้านเมือง ขอให้หันกลับมาพิจารณาทบทวนถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเสียใหม่ว่าได้ดำเนินการถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ ทางเลือกมีเพียงสุคติภูมิหรือทุคติภูมิรอคอยที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น ตัดสินใจให้ดีก็แล้วกัน.
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : วัดพระยืนพุทธบาทยุคล ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ , www.dhammajak.net , Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 324