อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

จุก!!ปล่อยผีรถตู้หมดอายุ "ศักดิ์สยาม"คิดได้..(เท่านี้)

สัปดาห์นี้ไปดูนโยบายของเจ้ากระทรวงคมนาคม ประกาศขยายอายุใช้งานรถตู้และเลิกบังคับเปลี่ยนเป็นมินิบัส ดูจะเห็นอกเห็นใจผู้ประกอบการรถตู้มากกว่าความใส่ใจประชาชนผู้โดยสารที่มีจำนวนมากกว่า อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น.


รับตำแหน่งได้แค่เดือนกว่า แต่วินาทีนี้ ไม่มีรัฐมนตรี(รมต.) ไหนจะฮอตเท่ากับ 2 รมต. จากพรรคภูมิใจไทย ทั้ง รองนายกรัฐมนตรีที่ควบเก้าอี้ รมว. สาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล กับ รมว. คมนาคม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ด้วยไอเดียการทำงานอันกระฉูด!! .....โฟกัส รมว. ศักดิ์สยาม เจ้ากระทรวงคมนาคม ปล่อยนโยบายเร่งด่วนหลายเรื่องล้วนแล้วแต่หวือหวาพร้อมสโลแกนการทำงาน "คมนาคมยูไนเต็ด” ที่ให้นิยามว่าเน้นทีมเวิร์ก จนกลายเป็นนามสกุลพ่วงท้ายกระทรวงยักษ์ใหญ่ไปแล้ว

ล่าสุด รมว. ศักดิ์สยามยูไนเต็ด ประกาศฉีกกฎกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และฉีกหน้ารัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.) ที่ต้องการล้างและโล๊ะรถตู้โดยสารออกจากท้องถนน ด้วยการขยายอายุการใช้งานจาก 10 ปีเป็น 12 ปี และเลิกบังคับให้เปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็กอย่างมินิบัสหรือไมโครบัส แต่ให้เป็นไปตามความสมัครใจ ทั้งที่ทุกภาคส่วนร่วมกันปลุกปั้นผลักดันกันมาด้วยความยากลำบาก



อุบัติเหตุร้ายแรงเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ปี 2560 ที่เกิดขึ้นกับรถตู้โดยสารประจำทางสายกรุงเทพ-จันทบุรีมีผู้เสียชีวิตถึง 25 ราย ทีมงานศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่สอบสวนทางอุบัติเหตุ หนึ่งในสาเหตุพบว่าคนขับพักผ่อนไม่เพียงพอจนหลับใน รถเสียหลักข้ามไปชนรถกระบะของถนนอีกฝั่ง ส่วนรถตู้ไฟไหม้เพราะถังน้ำมันไปครูดกับพื้นถนน

ไม่ต่างจากตัวอย่างเหตุการณ์อุบัติเหตุรถตู้เมื่อปี 2555 รถโดยสารประจำทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อบนถนนมอเตอร์เวย์ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย รวมทั้งในเดือนมิ.ย.2559 รถตู้โดยสารส่วนบุคคลบรรทุกคณะครูกลับจากสัมมนา เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ เกิดไฟไหม้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย

ย้อนรอยดูอุบัติเหตุรถตู้ครั้งแล้วครั้งเล่า สภาพของรถตู้มักมีไฟไหม้ แสดงถึงความไม่มีมาตรฐานของระบบรถโดยสารสาธารณะของประเทศ และไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่ากรมขนส่งฯปล่อยปละละเลยจนทำให้รถตู้มาขนส่งผู้โดยสารเกลื่อนเมือง



กรมขนส่งฯ มอบหมายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำวิจัยเรื่อง “โครงการการศึกษาความปลอดภัยรถตู้โดยสารสาธารณะ” ผลการศึกษาส่งถึงมือขบ.ตั้งแต่เดือนต.ค. 2559 ชี้ชัดว่ารถตู้ไม่เหมาะที่จะนำมาขนส่งผู้โดยสาร ศ.ดร.ศักดิ์สิทธิ์ เฉลิมพงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวไว้ ในเวที เสวนา “แนวทางปฏิรูป หลังโศกนาฏกรรมรถตู้” เกิดอุบัติเหตุ 25 ศพ ว่า ผลการศึกษาวิจัยข้างต้น การนำรถตู้มาเป็นรถโดยสารสาธารณะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก และจากสถิติอุบัติเหตุเห็นชัดว่ารถตู้โดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถบัสมากถึง 5 เท่า อีกทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีการนำรถตู้มาให้บริการสาธารณะ

งานวิจัยได้เสนอแผนแก้ไขปัญหาคือต้องเปลี่ยนรถในการให้บริการสาธารณะที่วิ่งระหว่างเมืองจากรถตู้ มาเป็นรถมินิบัส 20 ที่นั่ง แต่ในเมืองอาจจะใช้รถตู้ได้ และเพิ่มสวัสดิการต่างๆ ให้คนขับรถตู้อย่างพอเพียง เพราะคนขับรถตู้เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ลงทุนเอง เงินรายได้จะมาจากค่าโดยสารทำให้ต้องวิ่งทำรอบ เพื่อให้ได้ค่าโดยสารที่เพียงพอกับค่าเช่ารถ



ต่อเนื่องจากผลการศึกษาครั้งนั้น กรมการขนส่งทางบก จึงออกประกาศให้ผู้ประกอบการถตู้โดยสารที่หมดอายุภายใน 10 ปีต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก (มินิบัส20ที่นั่งหรือไมโครบัสมากกว่า20ที่นั่ง) ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายทยอยเปลี่ยนไปแล้ว โดยรถตู้โดยสารประจำทางทยอยครบอายุการใช้งานตั้งแต่ปี 2559-2570 ปัจจุบันทั่วประเทศมีรถตู้โดยสาร 1 หมื่นกว่าคันครบอายุการใช้งานมาตั้งแต่ปี 2559

โดยตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560 - 31พ.ค.2562 มีรถตู้หมดอายุเปลี่ยนเป็นมินิบัสแล้ว 479 คัน เป็นรถตู้หมวด 2 เส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดระยะทางไม่เกิน 300 กม. 252 คัน จากที่หมดอายุ 937 คัน และรถตู้หมวด 3 เส้นทางระหว่างจังหวัดกับจังหวัด 227 คัน จากที่หมดอายุ 238 คัน สำหรับในปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.จะมีรถตู้หมดอายุครบ 10 ปีทั่วประเทศ 1,175 คันและในปี 2563 มีรถตู้ครบอายุใช้งานอีก 2,969 คันรวมกว่า 4,000 คัน



นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้เหตุผลความจำเป็นถึงการปล่อยให้รถตู้หมดอายุวิ่งบนท้องถนนต่อไปได้และไม่ต้องเปลี่ยนมินิบัสหรือไมโครบัสว่าเป็นไปตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ ที่ไม่มีเงินทุนในการเปลี่ยนเป็นมินิบัส อีกทั้งการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าทำให้ผู้โดยสารลดลง หากเปลี่ยนรถต้นทุนสูงขึ้น เศรษฐกิจไม่ดี จะทำให้ภาระตกกับผู้โดยสารที่ต้องขึ้นค่าโดยสาร ที่สำคัญสาเหตุของอุบัติมาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ 72 % ขณะที่จากรถแค่ 2.9%เท่านั้น

สิ้นเสียง รมว. ศักดิ์สยาม ที่เห็นด้วยไปกับผู้ประกอบการรถตู้ ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย และเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนได้แสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการขยายอายุการใช้งานรถตู้ทันที

อีกเสียงสะท้อนจากผู้บริหารของกรมการขนส่งทางบก.... “กรมขนส่งฯ ร่วมกับทหาร ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และเครือข่ายความปลอดภัยปลุกปั้นระเบียบกันออกมา เพราะไม่มีใครปฎิเสธว่าสาเหตุอุบัติเหตุเกือบ 100 % มาจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ แต่คนจะเอ่อเร่อและมีนิสัยแย่ๆ ในการขับรถแค่ไหน ..ก็ต้องรณรงค์และสร้างจิตสำนึก ควบคู่กับการวางระบบความปลอดภัย หรือ Safety System ของรถโดยสารใหม่ เป็นมินิบัสหรือไมโครบัส เพราะกว้าง ปลอดภัย และสะดวกสบายกับผู้โดยสารมากกว่ารถตู้

...แต่พอเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่ก็เปลี่ยนจากกฎมึงมาใช้กฎกู ข้าราชการจะค้านก็ไม่ได้ เพราะต้องทำตามนโยบาย รถตู้ที่มีผลถูกบังคับทางกฎหมายไปแล้ว เจอภาวะเศรษฐกิจบังคับเหมือนกัน แต่ก็ไม่ผ่อนผันให้ เพราะทุกฝ่ายเอาจริงเอาจังต้องการให้รถที่ดีมีสมรรถนะความปลอดภัยมาให้บริการบนท้องถนนแทนรถตู้ ก็ต้องหามาตรการเยียวยากับผู้ที่ถูกบังคับไปแล้วด้วย แทนที่จะได้เดินหน้ากลับต้องมาถอยหลัง”




ดูเหมือนว่านโยบายของเจ้ากระทรวงคมนาคมจะเห็นอกเห็นใจผู้ประกอบการรถตู้มากกว่าความใส่ใจประชาชนผู้โดยสารที่มีจำนวนมากกว่า ย้อนไปในอดีตการกำเนิดเกิดขึ้นของรถตู้ก็รู้กันอยู่เต็มอกว่าไม่ถูกต้องตามกฏหมาย นำรถที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ขนส่งผู้โดยสารมาใช้ และไม่เหมาะกับการวิ่งทางไกล

จนรัฐบาลยุค คสช.ต้องมาจัดระเบียบกันใหม่ เกือบจะดีและปลอดภัยแต่ต้องมาสะดุด!!... เพราะผู้กุมบังเหียนคมนาคมเพียงคนเดียวน่ะรู้หม้ายยยย !!!
..............................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    51%
  • ไม่เห็นด้วย
    49%

บอกต่อ : 109