อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

"ภาวะซึมเศร้า"และ"โรคซึมเศร้า" ตอนที่ 1

ภาวะซึมเศร้าในปัจจุบัน ชีวิตคนเรานับแต่เกิดมาจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ล้วนต้องผ่านความสุขความทุกข์มาทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่คนสามารถปรับตัว ปรับความคิดให้ลดความทุกข์ หรือทำให้ทุกข์หายไปได้ อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 08.30 น.


ชีวิตคนเรานับแต่เกิดมาจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ล้วนต้องผ่านความสุขความทุกข์มาทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่คนสามารถปรับตัว ปรับความคิดให้ลดความทุกข์ หรือทำให้ทุกข์หายไปได้ ดังเช่นที่ นายแพทย์ธีระ ลีลานันทกิจ รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ยกตัวอย่างไว้ดังนี้
      
วัยเด็ก เด็กมีพ่อแม่ที่ยากจนไม่ได้ของเล่นตามที่ต้องการก็ทุกข์ แต่หากเด็กยอมรับและเข้าใจว่า ไม่ได้ของเล่นตามที่ต้องการแต่หาสิ่งอื่นมาเล่นแทนได้ วัยเรียนสอบตก ก็คิดว่าเรียนละเอียดมากกว่าเพื่อนหน่อยไม่เป็นไร เรามันม้าตีนปลาย วัยรุ่นวัยผู้ใหญ่ อกหักก็คิดว่าอกหักดีกว่ารักไม่เป็น วัยทำงาน ต้องถูกออกจากงานมาอยู่บ้าน ทำงานบ้านก็ทำให้ภาคภูมิใจว่าตัวเองได้ทำประโยชน์ ก็จะทำให้คนเหล่านี้หายจากความทุกข์ได้ เป็นต้น หากคนผู้นั้นคิดไม่ตก รู้จักแต่ทุกข์ไม่หาวิธีการแก้ไขก็จะคิดซ้ำแต่เรื่องลบ ทำให้คนนั้นเบื่อเซ็ง ท้อแท้ ร้องไห้บ้าง หดหู่ หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบทำในแต่ละวัน เศร้า สิ้นหวัง อาการดังกล่าวเกิดขึ้นตลอดวัน ถ้าติดต่อกัน 2 อาทิตย์ หากไม่ได้รักษาจะมีอาการอยู่เป็นเดือน บางรายเรื้อรังเป็นปีและกลับเป็นซ้ำได้บ่อย จนกระทั่งบางรายเกิดอาการซึมเศร้ารุนแรงถึงขนาดอาจฆ่าตัวตายได้ อาการที่กล่าวมา คือ ภาวะซึมเศร้า ซึ่งพบว่าฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนทั่วไป 20 เท่า
    
 ปัจจุบัน สังคมโลกรวมทั้งสังคมไทย มีการแข่งขันกันสูงมากมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้มีคนทั้งที่ประสบความสำเร็จและพ่ายแพ้ ซึ่งแน่นอนว่าจำนวนของคนที่พ่ายแพ้ย่อมมีมากกว่าคนที่ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ คนในปัจจุบันมีอายุยืนยาวมากขึ้น ความเจ็บป่วยเรื้อรังทางกายหลาย ๆ อย่างรุมเร้า การเสื่อมถอยของอวัยวะต่าง ๆ ในผู้สูงอายุก็พบมากขึ้น เมื่อร่างกายอ่อนแอลง สภาวะจิตใจก็มักจะพลอยถดถอย ลดความเข้มแข็งลงไปด้วย เมื่อประสบพบความทุกข์ ความไม่สมหวัง ขาดเพื่อน ขาดที่ปรึกษา ทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย ตกอยู่ในสภาวะอารมณ์ซึมเศร้าได้ ซึ่งความรู้ทางวิชาการปัจจุบันพบว่า ความรู้สึกเชิงลบเหล่านี้ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ได้แก่ สารเซโรโทนิน นอร์อีพิเนฟริน และโดปามิน เสียสมดุล ซึ่งหากปล่อยให้ค้างอยู่ในอารมณ์เช่นนี้นาน ๆ จะกลายเป็น โรคซึมเศร้า ซึ่งยากต่อการรักษามากขึ้น 
       



โรคทางกายของผู้สูงวัยทั่วโลกซึ่งมักพบได้บ่อย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคของหลอดเลือด (ตีบแคบ) ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดบางส่วนได้ง่าย สมองขาดเลือด เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ หรือความจำเสื่อมจากโรคของหลอดเลือด หรือโรคอัลไซเมอร์ การใช้สารเสพติดต่าง ๆ ในวัยหนุ่มหรือเสพสุราเรื้อรัง ทำให้ความสามารถของสมองเสื่อมถอยก่อนวัยอันควรได้ เหล่านี้เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ สภาวะซึมเศร้า เข้าแทรกแซงได้ง่าย ซึ่งหากสงสัย......ว่ากำลังตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้านี้แล้วจะต้องรีบรักษาโดยเร็ว ทั้งโรคทางกายและสภาวะจิตใจซึมเศร้า
      
แม้แต่ผู้ที่มีแนวโน้มหรือเคยรับการรักษาโรคเครียด วิตกกังวล โรคอารมณ์สองขั้ว (Biopolar) โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคระแวง ฯลฯ ก็อาจจะเกิดสภาวะซึมเศร้าร่วมด้วยได้เช่นกัน รวมทั้งโรคจิตเภทเรื้อรังด้วย
  
องค์การอนามัยโลก คาดว่าในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) จะพบภาวะซึมเศร้าเป็นอันดับที่สองของการเจ็บป่วยทั้งหมดรองจากโรคหัวใจ
 
 ถ้า “ภาวะซึมเศร้า” ไม่ได้รับการรักษาจะดำเนินไปสู่การเป็น โรคซึมเศร้า ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้สำรวจพบว่า คนไทยที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปเป็นโรคซึมเศร้าร้อยละ 2.7 ของการเจ็บป่วยด้วยโรคจิตเวช โดยคาดว่าจะมีคนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 1.5 ล้านคน โดยพบว่าผู้หญิงเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า ผู้ชาย 1.7 เท่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าฆ่าตัวตายระดับสูงร้อยละ 20 จะเห็นได้ว่าภาวะซึมเศร้าไม่ได้ห่างไกลจากตัวเรา ถือว่าร้ายแรงและลึกกว้าง เพราะจำนวน 1.5 ล้านคนนั้นเป็นกลุ่มที่ตรวจพบตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เปรียบเสมือนยอดของก้อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ยังมีส่วนลึกของก้อนจมอยู่ใต้น้ำ ไม่สามารถตรวจพบมากไม่มาพบแพทย์อีกไม่น้อยกว่า 4-5 เท่า คนกลุ่มนี้อาจจะเข้าสู่ โรคซึมเศร้า ทำร้ายตัวเองเสียชีวิตไปตามข่าวก็พบแล้วจำนวนมาก.


นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31