อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

13 เหตุก่อนิ่วในถุงน้ำดี ภัยเงียบใกล้ตัวสาวๆ

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการใด ๆ มักจะมาเงียบ ๆ แต่อุบัติการณ์ผู้ป่วยในไทยกลับพบได้ถึง 5-10% นับว่าไม่น้อย เป็นเรื่องที่คนไทยต้องให้ความสำคัญในการดูแล ป้องกันตัวเองจากโรคดังกล่าว อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 07.30 น.


ถุงน้ำดี เป็นอวัยวะขนาดเล็ก อยู่ใต้ตับบริเวณชายโครงขวาและคนที่เป็นโรค นิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการใด ๆ มักจะมาเงียบ ๆ แต่อุบัติการณ์ผู้ป่วยในไทยกลับพบได้ถึง 5-10% นับว่าไม่น้อย เป็นเรื่องที่คนไทยต้องให้ความสำคัญในการดูแล ป้องกันตัวเองจากโรคดังกล่าว

ผศ.นพ.อุทัย เก้าเอี้ยน รพ.สงขลานครินทร์ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย บอกว่า ถุงน้ำดี เป็นอวัยวะขนาดเล็ก อยู่ใต้ตับบริเวณชายโครงขวา ทำหน้าที่เป็นแหล่งพักของน้ำดี และส่งออกเพื่อย่อยอาหารประเภทของทอด ของมันในลำไส้เล็ก
      
ทั้งนี้ น้ำดีที่สร้างจากตับ มีส่วนผสมของคอเลสเตอรอล บิลลิรูบินและเกลือน้ำดี ในสัดส่วนพอเหมาะ แต่หากผิดปกติ เช่น คอเลสเตอรอลมากขึ้น หรือบิลลิรูบิน หรือการลดลงของเกลือน้ำดี ร่วมกับการหดตัวน้อยลงของถุงน้ำดี จะทำให้เกิดการตกตะกอนของสารละลาย กลายเป็นเม็ดนิ่วในถุงน้ำดี และนิ่วอาจหลุดไปที่ท่อน้ำดี หรือลำไส้เล็กได้
      

ผศ.นพ.อุทัย ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยง 13 ข้อ ได้แก่ 1. พันธุกรรม มีการหลั่งคอเลส เตอรอลเพิ่มขึ้นในน้ำดี มีส่วนในการก่อโรคประมาณ 25% ของสายพันธุ์นั้น ๆ 2. อ้วน ร่างกายหลั่งคอ เลสเตอรอลมากขึ้น มีโอกาสเกิดโรคนี้ 3 เท่า ของคนไม่อ้วน 3. น้ำหนักลดเฉียบ พลัน มักเกิดจากการลดอาหารให้เหลือพลังงานน้อยกว่า 500 แคลอรีต่อวัน นาน 12–16 สัปดาห์ หรือการทำให้กระเพาะหดเล็กลงด้วยการผ่าตัดกระเพาะทิ้งบางส่วน หรือโดยการรัดกระเพาะ จะเกิดปัญหาขึ้นภายใน 2–3 เดือน เพราะตับหลั่งคอเลส เตอรอลเพิ่มมากขึ้น 4. อดอาหารโดยเฉพาะอาหารเช้า จะทำให้คอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น และลดเกลือน้ำดีร่วมกับการหดตัวน้อยลงของถุงน้ำดี

5. กินอาหารที่มีไขมันมาก ทั้งคอเลสเตอ รอลและไตรกลีเซอ ไรด์ และอาหารประเภทกากใยต่ำเป็นประจำ 6. ไม่ออกกำลังกาย จะทำให้ถุงน้ำดีหดตัวน้อยลง 7. โรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน ตับแข็ง โรคตับอื่น ๆ ลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคเลือด ภาวะซีด และการติดเชื้อในท่อน้ำดี การแตกตัวของเม็ดเลือดแดง จนเพิ่มบิลลิรูบินขึ้นมาก โรคของลำไส้เล็กส่วนปลาย หรือการผ่าตัดลำไส้เล็ก  8. ยาต่าง ๆ เช่น ยาลดไขมัน ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมน 9. ช่วงที่ตั้งครรภ์ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้น 10. ภาวะที่ร่างกายมีไขมันดี เอชดีแอล ต่ำ 11. ผู้หญิงและผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพศหญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย 2–3 เท่า และโอกาสเป็นเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น 12. ผู้ที่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่หนัก และ 13. การให้สารอาหารทางเส้น เลือดเป็นเวลานาน หรือการผ่าตัดหน้าท้อง
        
ผศ.นพ.อุทัย บอกว่า ผู้ป่วยมักจะไม่แสดงอาการใด ๆ อาจจะเป็นเพียงอาการอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย เรอบ่อย มีเพียงบางรายที่จะมีอาการปวดท้องบริเวณชายโครงขวา หรือลิ้นปี่อย่างรุนแรง หลังกินของทอด ของมัน อาจปวดตื้อ ๆ ท้องเกร็ง ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ และค้างไว้ระยะหนึ่งแล้ว ปวดน้อยลง เป็น ๆ หาย ๆ ช่วงละ 15–30 นาที อาจปวดร้าวไปหลัง หรือบริเวณสะบักหลัง หรือหัวไหล่ขวา อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
      
ในรายที่นิ่วอุดตันท่อน้ำดี อาจทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูง หนาวสั่น และตาเหลืองได้ การตรวจร่างกายที่ไม่มีอาการหรืออาการไม่รุนแรง มักจะตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่หากมีอาการปวดท้องรุนแรง เวลากดหน้าท้องใต้ชายโครงขวา ผู้ป่วยจะกลั้นหายใจ เนื่องจากปวดท้องมาก อาจตรวจได้ไข้สูงและตาเหลือง
        
 หากไม่รีบรักษาจะทำให้นิ่วที่อยู่ในถุงน้ำดี ตกไปในท่อน้ำดี กลายเป็นนิ่วในท่อน้ำดี มีความยุ่งยากในการรักษา และเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ไปตรวจ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคกระเพาะอาหาร ก็ไปซื้อยาลดกรดหรือยารักษาโรคกระเพาะมากินเอง เมื่อมาพบแพทย์ก็อักเสบและมีอาการรุนแรงมากแล้ว จนก้อนนิ่วตกไปในท่อน้ำดีแล้ว ซึ่งจะทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น การรักษานิ่วในถุงน้ำดีแม้จะมีหลายวิธี แต่การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกเป็นวิธีการที่แก้ปัญหาได้อย่างถาวร”.



อภิวรรณ เสาเวียง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36