อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

ข้อพิพาทเกาหลี-ญี่ปุ่น

ข้อพิพาททางการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นถูกขับเคลื่อนหรือมีแรงกระตุ้นด้านอารมณ์จิตใจมากกว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจ โดยผู้นำของสองประเทศซึ่งต่างก็เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐเสี่ยงเอาความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงมาโยงกับเรื่องการเมืองในประเทศ     จันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 เวลา 07.30 น.


   ข้อพิพาททางการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นถูกขับเคลื่อนหรือมีแรงกระตุ้นด้านอารมณ์จิตใจมากกว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจ โดยผู้นำของสองประเทศซึ่งต่างก็เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐเสี่ยงเอาความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงมาโยงกับเรื่องการเมืองในประเทศของตัวเอง ทำเอาพันธมิตรอย่างสหรัฐถึงกับกุมขมับ
   
   ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างก็เป็นประเทศ ประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการตลาด แต่ทั้งสองได้ถอดชื่อของอีกฝ่ายออกจากบัญชีประเทศคู่ค้าที่ได้รับการสนับสนุน
        
   แต่ทั้งหมดเริ่มมาจากญี่ปุ่นประกาศเข้มงวดการส่งออกสำคัญด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอ นิกส์ไปให้กับซัมซุงบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของโลกและยังเป็นผู้ผลิตเมมโมรีชิพ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง สร้างความวิตกไปทั่วโลกด้านเครือข่ายจัดหาสินค้าดังกล่าว
     
    ความสัมพันธ์ของสองประเทศเพื่อน บ้านอึมครึมมาช้านานแล้วจากประเด็นการ กระทำอันโหดร้ายของญี่ปุ่นสมัยยึดครองอาณา นิคมบนคาบสมุทรเกาหลีในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 แต่ที่มาปะทุล่าสุดก็ตอนที่ศาลเกาหลีใต้สั่งให้บริษัทของญี่ปุ่นจ่ายเงินเยียวยาเรื่องแรงงานทาสสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าญี่ปุ่นยืนยันว่าประเด็นนี้ได้รับการแก้ไขไปแล้วตั้งแต่สนธิสัญญากระชับความสัมพันธ์ในระดับปกติตั้งแต่ปี 2508
        
   เกาหลีใต้จึงเริ่มต่อต้านสินค้าของญี่ปุ่น ส่งผลให้ตัวเลขจำหน่ายรถยนต์ของญี่ปุ่นลดลงไปกว่า 30% และยังส่งผลให้สายการบินอีกหลายสายต้องระงับเส้นทางบินไปประเทศเพื่อนบ้านเพราะตัวเลขผู้โดยสารลดลงฮวบฮาบ
        
    ส.ส.เกาหลีใต้บางคนถึงกับเสนอให้บอยคอตการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คือไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันเสียเลยและยังเสนอห้ามเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเหตุผลว่ายังมีกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมะจากผลของแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อ 8 ปีก่อน
        
    ผู้ประกาศข่าวชายบางคนยังถูกบังคับ ให้ต้องแสดงชัดเจนผ่านหน้าจอโทรทัศน์เลยว่า ปากกาที่ใช้นั้นเป็นของผลิตในประเทศ หลังมีผู้ชมบางคนแอบเห็นว่าเขาใช้ปากกาของญี่ปุ่น
       
     หนังสือพิมพ์ไมนิชิ ชิมบุนของญี่ปุ่นเขียนในบทบรรณาธิการว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังถอยหลังกลับเข้าสู่วังวนแห่งการใส่ร้ายซึ่งกันและกัน โดยพยายามที่จะเอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ขอเตือนรัฐบาลทั้งโตเกียวและโซลให้ตระหนักว่า การกระทำแบบนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดลัทธิชาตินิยมรุนแรง
        
     สอบถามความคิดเห็นของคนเกาหลีใต้ก็พบว่า เกือบ 70% ยังคงมีทัศนคติในแง่ลบต่อชาวญี่ปุ่นและประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ก็ยังมาตอกย้ำกับคำกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตว่า เกาหลีใต้จะไม่ยอมแพ้ให้กับญี่ปุ่นอีกแล้ว และขอบคุณประชาชนที่รวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวในการแสดงความเห็นว่าควรต่อต้านญี่ปุ่น
        
    ในส่วนของฝ่ายญี่ปุ่นซึ่งมีนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นซึ่งเป็นนักการเมืองชาตินิยมแนวอนุรักษนิยมและปู่ของเขาก็เคยเป็นรัฐมนตรีสมัยสงคราม เคยแสดงความเห็นว่าจะกอบกู้รัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพ และย้ำว่าญี่ปุ่นไม่จำเป็นที่จะต้องขอโทษต่อเนื่องจากการกระทำในอดีต
        
    ทรอย สแตงกาโรเน ผอ.อาวุโสสถาบันเศรษฐกิจเกาหลีกล่าวว่ามาตรการของญี่ปุ่นมีขึ้นก่อนเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงในช่วงกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนของเกาหลีใต้จะมีเลือกตั้งส.ส. เดือน เม.ย. ปีหน้า ถือเป็นการแสดงจุดยืนเด็ดขาดเพื่อหวังผลคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งของทั้งสองประเทศ ดังนั้นการประนีประนอมจึงเป็นไปได้ยากจนกว่าจะลบล้างความคิดเห็นและอารมณ์ส่วนตัวลงไปให้ได้เสียก่อน
       
     เกาหลีใต้ยังขู่ที่จะล้มเลิกข้อตกลง  แบ่งปันข้อมูลด้านการทหารกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นข้อตกลงที่สามารถเข้าถึงการข่าวที่ดาวเทียมทันสมัยของญี่ปุ่นรวบรวมข้อมูลไว้ได้ ประเด็นนี้เองที่ทำให้มหาอำนาจสหรัฐที่เป็นพันธมิตรของสองประเทศรู้สึกตกใจ แต่ที่ดีใจเห็นจะเป็นคู่ปรปักษ์อย่างเกาหลีเหนือ ซึ่งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โสมแดงทดลองยิงขีปนาวุธต่อเนื่อง ซึ่งก็ถูกประณามจากญี่ปุ่นอยู่แล้ว
        
    ขณะที่มาร์ค แนปเปอร์ รองผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐบอกว่า ขณะที่บางคนกำลังมองหาระเบียบเพื่อการตัดสินใจทางการเมืองซึ่งจะทำลายความเชื่อมั่นของทั้งสองฝ่าย ขอให้ตั้งสติเอาไว้ก่อน เชื่อมั่นในคำพูดของผู้นำตนเอง เชื่อว่าจะมีผลตอบสนองในแบบเดียวกันจากประเทศของตน แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าฝ่ายไหนจะยอมทำตาม.

...........................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22