อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

สละ 2-3 นาที "เอ็กเซอร์ไซส์" ลดปัญหากล้ามเนื้อเกร็ง - สมองตึงเครียด

 การทำ “เอ็กเซอร์ไซส์” ระหว่างการประชุม ไม่ใช่แค่เรื่องขำ ๆ แต่นับเป็นกิจกรรมที่ต้องมีการส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ เสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562 เวลา 09.30 น.


    การทำเอ็กเซอร์ไซส์ระหว่างการประชุม ไม่ใช่แค่เรื่องขำ ๆ แต่นับเป็นกิจกรรมที่ต้องมีการส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ
       
     ที่ผ่านมาหน่วยงานด้านสุขภาพ อย่างกระทรวงสาธารณสุขพยายามส่งเสริม และทำให้เป็นตัวอย่าง เช่น ระหว่างการประชุมผู้บริหารกระทรวง อีกทั้งยังมีการนำไปเผยแพร่ต่อในที่ประชุมองค์การอนามัยโลก ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
      
     สำหรับเหตุผลที่จำเป็นต้องมีการเอ็กเซอร์ไซส์ระหว่างการประชุม นั้น นพ.วิทูรย์ อนันกุล ผอ.กองสาธารณสุขฉุกเฉิน (สธฉ.) กระทรวงสาธารณสุข อธิบายว่า การนั่งประชุมนาน ๆ นั้นทำให้เกิดปัญหาการไหลเวียนของเลือดไม่ดี เกิดลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งลิ่มเลือดนั้นอาจจะวิ่งไปอุดตันที่สมองหรือหัวใจได้


       
     นอกจากนี้การประชุมนาน ๆ ยังทำให้ เกิดความเครียดซึ่งเป็นผลทำให้กล้ามเนื้อที่อวัยวะต่าง ๆ ตึง เกร็งตัว ปวดเมื่อย เมื่อยล้า และบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อได้ ถึงได้มีคำแนะนำให้มีการเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ระหว่างที่มีการประชุม หรือแม้แต่การลุกไปเข้าห้องน้ำ
       
     อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นั่งประชุมนาน ๆ ไม่ควรลุกอย่างรวดเร็ว ให้ค่อย ๆ ลุกยืน
เพราะถ้าลุกเร็วเกินไปร่างกายจะป้องกันตัวเอง ด้วยการ ทำให้เส้นเลือดตีบลง เพื่อลดความเสียหายของสมอง อาจจะทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วขณะ ทำให้เกิดภาวะวูบ หรืออ่อนแรงได้
        
     ที่สำคัญควรให้ทำเอ็กเซอร์ไซส์ระหว่างการประชุมทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีแล้ว และช่วยให้คลายเครียดได้ด้วย โดยท่าที่เหมาะสมจะเป็นลักษณะการยืดเหยียด ขยับแขน ขา บ่าไหล่ ซึ่งเป็นท่าทางง่าย ๆ เหมาะสำหรับทุกวัย และเพื่อเพิ่มความสนุก คลายเครียดสามารถเปิดเพลงประกอบได้
    
      นพ.วิทูรย์ บอกว่า มีการศึกษาวิจัย สนับสนุนว่าการทำท่ากายบริหารระหว่างการประชุม เพียงแค่ 2-3 นาที ก็สามารถช่วยลดความตึงเครียดของสมอง และกล้ามเนื้อได้อย่างดี เพราะฉะนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงถือเอาเรื่องนี้มาเป็นแนวปฏิบัติ และส่งเสริมให้ดำเนินการในลักษณะแบบเดียวกันนี้ในหน่วยงานต่าง ๆ.

............................
อภิวรรณ เสาเวียง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 25