อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

Scary Stories to Tell in the Dark คืนนี้มีสยอง

สัปดาห์นี้ "ดูหนังกับหมี" รีวิวหนังสยองขวัญ "Scary Stories to Tell in the Dark คืนนี้มีสยอง" เรื่องราวเกี่ยวกับแก๊งเด็กแสบที่เข้าไปเล่นสนุกในบ้านร้างจนพบกับสมุดบันทึกอาถรรพ์ ที่เมื่อได้อ่านเรื่องราวในหนังสือแล้ว กลับพบว่าเป็นเรื่องสุดสยองของพวกเขาเอง!! ศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.

ถ้าจะกล่าวถึงวรรณกรรมสยองขวัญ ที่เหล่าเด็ก ๆ ในอเมริกาชื่นชอบก็คงจะเป็นเรื่อง Goosebumps ของ "อาร์.แอล. สไตน์" จากหนังสือขายดี 400 ล้านเล่มจน ร็อบ เลตเทอร์แมน ผู้กำกับชื่อดังนำมาทำหนังในปี 2015 และ ปี 2018 อารี แซนเดล ก็นำมาทำต่อในภาคที่ 2 แต่เชื่อไหมว่า...ยังคงมีหนังสือแนวสยอง ๆ ที่เหล่าเด็ก ๆ ชื่นชอบและติดตามอ่านกันอย่างล้นหลามไม่แพ้ Goosebumps นั่นก็คือ Scary Stories to tell in the Dark โดยผู้เขียน อัลวิน ชวาร์ต ซึ่งเขียนออกมาถึง 3 เล่มด้วยกัน แต่ละเรื่องมีตอนแยกย่อย เล่าเรื่องราวสุดสยองเกี่ยวกับผีและปีศาจชวนขนหัวลุกทั้งสิ้น...





ย้อนตำนานหนังสือ Scary Stories to tell in the Dark
อัลวิน ชวาร์ต เขียนหนังสือ Scary Stories to tell in the Dark ออกมา 3 เล่ม (1981,1984 และ 1991) อันได้แก่ 1) Scary Stories to tell in the Dark 2)More Scary Stories to tell in the Dark 3) Scary Stories to tell in the Dark Chill Your Bone  ซึ่งในแต่ละเล่มจะเป็นการเล่าเรื่องสยองขวัญเป็นตอน ๆ กันไป ทำให้เหล่าเด็ก ๆ เกิดความหวาดกลัวและจดจำผีและปีศาจตามตำนานพื้นบ้านได้อย่างแม่นยำ

ยกตัวอย่างเช่น  1. THE RED SPOT "จุดแดง" เป็นเรื่องเล่าในความมืด ที่เมื่อเด็กสาวนอนหลับอยู่ดี ๆ ปรากฏว่ามีแมงมุมตัวใหญ่ปีนขึ้นมาที่ใบหน้าก่อนจะขบกัดใบหน้าของเด็กสาวและได้ทิ้งเป็นรอยจุดเล็ก ๆ สีแดง ๆเอาไว้ นับวันจุดแดงก็จะใหญ่ขึ้นจนกระทั่งมันปริแตก มีแมงมุมนับร้อยนับพันโผล่ออกมา จนทำให้เด็กสาวสติแตกราวกับเป็นบ้า....แค่คิดก็ขนลุกแล้ว 






2. THE DREAM "ความฝัน" มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องห่างจากบ้านเพื่อตามหาความฝัน และความฝันของเธอคือการตามหาบุคคลลึกลับและห้องอันมืดมิด หญิงสาวในฝันของเธอมีรูปร่างอวบอ้วนซีดขาว เตือนให้ออกห่างจากห้องที่เธออาศัยอยู่ เมื่อเธอตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอก็ทำตามที่หญิงสาวในฝันบอก พร้อมกับมุ่งหน้าไปเมื่องอื่น แต่พอไปถึงที่นั่นเธอกลับได้ห้องเหมือนกับที่เธอเคยฝันเอาไว้ และเมื่อเธอเปิดประตูเพราะมีเสียงเคาะเรียก เธอกลับเจอเข้ากับผู้หญิงที่น่ากลัวในฝันคนนั้น!!!
3.THE BIG TOE "นิ้วเท้า" เด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ขุดเจอเจอนิ้วเท้าแถวสวนในบ้าน เขาคิดว่ามันเป็นหัวมันหรืออะไรสักอย่างที่กินได้ จึงใช้กำลังดึงมันขึ้นมาสุดแรง ทำให้นิ้วหลุดติดมือออกมา เด็กชายดีใจมากรีบนำเอานิ้วไปให้แม่ปรุงเป็นอาหารเย็น พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกกินซุบนิ้วเท้ากันอย่างมีความสุข แต่พอตกดึกเด็กชายกลับได้ยินเสียงร้องเรียกทำนองว่า "นิ้วเท้าของฉันอยู่ไหน!?"



เรื่องย่อ Scary Stories to tell in the Dark
หลังจาก 3 เพื่อนซี้ "สเตลลา , ออร์กี้ และ ชัค (รับบทโดย โซอี้ มาร์กาเร็ต โคลเล็ตตี้, กาเบรียล รัช และ ออสติน เซเจอร์) เจอเพื่อนใหม่ ราโมน (รับบทโดย ไมเคิล การ์ซา) ได้พากันไปเที่ยวในบ้านร้าง ที่ว่ากันว่าเป็น "บ้านผีสิงของแท้" เพราะมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับความเฮี้ยนของ "ซาราห์" เด็กสาวที่เสียสติ โดยทางครอบครัวขังเธอไว้ในห้องใต้ดิน จนเธอแขวนคอตายด้วยผมตัวเอง

ภายหลัง "สเตลลา" ไปเจอสมุดบันทึกของ "ซาราห์" ซึ่งเขียนเรื่องราวสยองขวัญราวกับแต่งนิยายไว้มากมาย แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ชื่อของใครก็ตามที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ คน ๆ นั้นจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งหนังสือปรากฏเรื่องของเพื่อนเธอไล่มาจนถึงตัวเธอเองตามลำดับ เรื่องราวความสยองขวัญที่ถูกเขียนขึ้นมาในสมุดบันทึกเล่มนี้จะจบลงอย่างไร ติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น



จุดเด่นของ Scary Stories to tell in the Dark
ด้วยพล็อตเรื่องต้องย้อนกลับในปี 1968 ทำให้เราได้เห็นความคลาสสิคแบบสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย ทรงผม ไปจนถึงค่านิยมของวัยรุ่นสมัยนั้นซึ่งทำออกมาได้อย่างโดดเด่น การดำเนินเรื่องในลักษณะ กล่าวถึง "ภูติผี-ปีศาจ" ซึ่งถูกเล่าให้โผล่ออกมาตามลำดับ สามารถร้อยเรียงได้ถูกจังหวะพอดี ที่สำคัญมุมกล้องหลาย ๆ ช็อต เรียกความน่ากลัวได้มาก เมื่อสอดรับกับเสียงดังที่ทำให้ตกใจ (ผีตุ้งแช่) และอีกสิ่งที่ต้องชื่นชมก็คือ หนังเรื่องนี้ติดเรท PG-13 ซึ่งทำให้น่ากลัวและสยองขวัญ กลับไม่มีฉากเลือดตกยางออกให้เห็นเลย ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่เน้นมุมกล้อง สร้างความน่ากลัวโดยตัวของมันเอง

จุดด้อยของScary Stories to tell in the Dark
เพราะความเป็นหนังที่ทำให้เด็ก ๆ ดูได้ไม่น่าหวาดเสียว หรือ มีภาพความรุนแรงมาก จึงทำให้ตัวหนังมีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างเร็ว ซึ่งบางทีก็ดูไม่สมเหตุสมผล อีกทั้งการให้น้ำหนักตัวละครไปกับตัวเอกที่เป็นเด็กสาว มากกว่าตัวเอกอื่น ๆ เลยทำให้หนังดูไม่ราบรื่นนัก การดำเนินเรื่องยังเป็นลักษณะแบบแนวโบราณ ไม่มีอะไรเซอร์ไพรซ์แปลกใหม่ คนที่ดูหนังแนวสยองขวัญจะคาดเดาออกทันที ว่าเรื่องราวเป็นลักษณะไหน ตอนจบใครตาย-ใครรอด

3/5 กะโหลก สำหรับภาพยนตร์สยองขวัญเหมาะสำหรับเด็ก ส่วนผู้ใหญ่หลายคนมองว่าไม่น่ากลัว แถมดำเนินเรื่องรวดเร็ว ไปห้องน้ำกลับมาอีกทีก็ไม่รู้เรื่องแล้ว...




ปิดท้ายกันด้วยคำถามประจำสัปดาห์ เพื่อหาผู้โชคดีรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 5 ท่าน (คนละ 2 ที่นั่ง) ในเครือโรงภาพยนตร์ "เอส เอฟ ซีเนม่า"

คำถามคือ ท่านอยากไปดูหนังเรื่อง Scary Stories to tell in the Dark กับใครมากที่สุด เพราะ?

ร่วมสนุกตอบคำถามได้ที่ช่องแสดงความเห็นด้านล่างของคอลัมน์เว็บไวต์ Dailynews (ช่องแสดงความเห็นด่านล่าง) หรือเฟซบุ๊ก ดูหนังกับหมี...คลิกที่นี่ ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 12 ส.ค.62 (สำหรับผู้โชคดีจะต้องเข้ามายืนยันสิทธิ์ด้วยการอินบ๊อก ระบุแจ้งรับสิทธิ์ ในเพจเฟซบุ๊ก Dailynews หรือ ดูหนังกับหมี ก่อนเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 ส.ค. 62 มิเช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์) ดูหนังกันให้สนุกนะครับผม ^^
...............................
คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย "แพนด้าอ้วน"
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เว็บไซต์เอสเอฟซีเนม่า เว็บไซต์ยูทูป


ร่วมสนับสนุนความสนุกในการชมภาพยนตร์โดย SF

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 80