อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

การบ้านหนักทำนอนน้อย? ไม่ต่างกับซอมบี้น้อยตัวอ้วนพี

สัปดาห์นี้พาไปดูผลวิจัยเด็กจีนและวัยรุ่นจีนนอนไม่เพียงพอ ปัจจัยหลักเรียนหนักการบ้านเยอะ ส่วนเด็กไทยนอนน้อยจากปัญหารถติด จนไม่ต่างกับซอมบี้น้อยตัวอ้วนพี อาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ในชีวิตของเด็กสมัยใหม่ที่มีกิจกรรมที่ต้องทำมากมาย ทำให้ไม่สามารถนอนพักผ่อนได้มากเท่าที่ร่างกายควรจะนอน เด็กจีนก็ไม่ต่างกันนัก จากรายงานการวิจัยการนอนของเด็กและวัยรุ่นในจีนประจำปี ค.ศ. 2019 ได้แสดงให้เห็นสภาพการนอนในปัจจุบันว่า เด็กจีนในวัย 6 ถึง 17 ปีนั้นเกินกว่าร้อยละ 60 พบว่านอนไม่เพียงพอ อันเนื่องมาจากปัจจัยด้านการเรียนที่หนักเกินส่งผลต่อการนอนเป็นอันดับแรก

ซึ่งการลงสำรวจใน 31 มณฑลของจีนนั้น เด็ก 6 ถึง 17 ปีรวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองนั้นพบว่า ร้อยละ 67.14 นอนไม่เพียงพอ ซึ่งเด็กในวัย 6 – 12 ปีนั้นควรนอนอยู่ระหว่าง 9 – 10 ชั่วโมงต่อวัน และเด็กในวัย 13 – 17 ปี ควรนอนอยู่ในช่วง 8 – 9 ชั่วโมงต่อวัน แต่จากการสำรวจกลับพบว่า เด็กส่วนมากนอนน้อยกว่าที่ควรเป็น



ทั้งนี้เด็กอายุ 13 – 17 ปีนั้น นอนไม่พอถึงร้อยละ 81.2 ส่วนเด็กวัย 6 – 12 นั้นนอนไม่พอถึงร้อยละ 32.2 โดยในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันที่เด็กต้องไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้นทำให้เด็กส่วนมากจะยุ่งวุ่นวายอยู่กับการทำการบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ ติดโทรทัศน์ มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

การนอนที่มากเพียงพอนั้นนอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพของเด็ก ทำให้เด็กเรียนและทำการบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันเด็กก็จะมีอารมณ์ที่ดี ส่วนการนอนที่น้อยเกินไปนั้นจะส่งผลให้เด็กกลายเป็นคนมีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวง่าย อารมณ์รุนแรง ไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดี เป็นต้น 

นอกจากนี้แล้ว ปัญหาการนอนของเด็กและกลุ่มวัยรุ่นนั้นยังส่งผลต่อการเจริญเติบโต สุขภาพ ระบบความจำ พัฒนาการของสมองและสติปัญญา การเรียน บุคลิกภาพ โรคอ้วน เป็นต้น จากการวิจัยยังพบอีกว่า สภาพการนอนไม่เพียงพอทำให้คนกลุ่มนี้ถึงร้อยละ 45.9 มีภูมิต้านทานลดลง มักจะเป็นหวัดบ่อยๆ ในขณะที่เด็กที่นอนไม่พอจะพบว่ามักจะมีร่างกายที่อ้วนถึงร้อยละ 36.5 และร้อยละ 40.5 จะพบว่ามีปัญหาทางด้านสมาธิที่ดีพอ ทำให้ไม่อยากเรียนหนังสือ เบื่อ ฯลฯ



อย่างไรก็ตาม จากรายงานการวิจัยนี้ทำให้ต้องมีการแก้ไขปัญหาการนอนของเด็กจีนโดยด่วน ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากพ่อแม่ผู้ปกครองในการดูแลการนอนของเด็กให้เพียงพอ และลดความตึงเครียดหรือเรียกร้องด้านการเรียนที่เคร่งเครียดมากไป ในขณะที่โรงเรียนก็อาจจะต้องหันมาให้การบ้านในระดับที่เหมาะสมด้วย

แต่สำหรับปัญหาการนอนนี้ไม่ใช่ว่าในประเทศไทยจะนอนพอ เพียงแต่บ้านเราอาจจะไม่มีคนให้ความสำคัญขนาดออกมาทำงานวิจัยแล้วรายงานกัน เฉพาะในกรุงเทพฯ แล้วปัจจัยหลักของการนอนน้อยของเราน่าจะมาจาก "ปัญหารถติด" ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2 – 3 ปีนี้ที่มีการสร้างรถไฟใต้ดินบนดินหลายจุด ทำให้รถติดไปทั่ว เด็กส่วนมากต้องทนรถติดในตอนเย็นกว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึก ไหนจะต้องกินข้าว อาบน้ำ ทำการบ้าน นอนดึกกันไป พอวันรุ่งขึ้นก็ต้องรีบตื่นแต่เช้า มิฉะนั้นจะไปโรงเรียนไม่ทันอีก วันหนึ่งนอนได้ประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง ไม่เพียงแต่ไปโรงเรียนด้วยอาการง่วงหงาวหาวนอน สมาธิในการเรียนก็ไม่ดี พอจะเริ่มเรียนก็ง่วง ขี้หงุดหงิด ก้าวร้าว ก็มักจะหิวและอยากกินแต่ของหวานๆ ส่งผลต่อสุขภาพ จนกลายเป็นวัฏจักรวนเวียนกันไป ไหนจะต้องทำกิจกรรมมากมายจนเรียนไม่ทัน ครูก็ต้องเร่งให้การบ้าน อ่านหนังสือสอบ สภาพเด็กในทุกวันนี้ จึงไม่ต่างกับซอมบี้น้อยตัวอ้วนพี แต่ดูเหมือนภาครัฐเราก็ไม่เคยออกมาสนใจ ซึ่งการแก้ไขนี้คงต้องร่วมมือกันในหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น มิฉะนั้นก็คงเป็นกรรมของเด็กไทยกันไป



คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ผศ.ดร.ศิริเพ็ชร  ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 84