อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

โรงงานแปรรูปทุเรียนส่งออกจีน

หลังจากที่ความรุนแรงจากการก่อเหตุร้ายใน 3 จังหวัด สถานการณ์ความรุนแรงเริ่มลดน้อยลง นักลงทุนเริ่มที่จะเข้ามา “ปักหมุด” ในพื้นที่ เนื่องจากภาคใต้ เป็นพื้นที่ซึ่งสมบูรณ์ด้วยผลผลิตทางการเกษตรและการประมง อาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 เวลา 06.00 น.

หลังจากที่ความรุนแรงจากการก่อเหตุร้ายใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาผ่านมา 15 ปี วันนี้สถานการณ์ความรุนแรงเริ่มลดน้อยลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 สถานการณ์ความไม่สงบเริ่มคลี่คลาย นักลงทุนเริ่มที่จะเข้ามา “ปักหมุด” ในพื้นที่ เนื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ซึ่งสมบูรณ์ด้วยผลผลิตทางการเกษตรและการประมงที่สามารถนำไปเพื่อ “แปรรูป” ส่งไปยังต่างประเทศ

โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ซึ่งเกษตรกรปลูกกันมากในจังหวัดชาย แดนภาคใต้ และ “ทุเรียน” ที่นี่ รสชาติอร่อย เป็นที่ต้องการของต่างประเทศ โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีนักลงทุนเข้ามาตั้งโรงงานเพื่อแปรรูปทุเรียนในหลายจังหวัดแล้วถึง 3 โรง



และโรงงานทุเรียน “แปรรูป” ที่เป็นทุนจากประเทศจีนโรงที่ 4 ได้มีการเปิดดำเนินแล้ว เมื่อกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ในชื่อบริษัท ม่านกู่ หว่านฟู้ด จำกัด ในวงเงินลงทุน 700 ล้านบาท ตั้งโรงงานเพื่อการ “แปรรูป” ทุเรียนที่ ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา

นายหยาง เหิงเซียว กรรมการผู้จัดการของบริษัทม่านกู่ หว่าน ฟู้ด เปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานที่ 4 ที่ดำเนินการเพื่อการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย รับซื้อผลผลิตทุเรียนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เพื่อการ “แช่แข็ง” ส่งออกไปยังประเทศจีน โดยมีการใช้พนักงานทุกระดับ และแรงงาน ในพื้นที่จำนวน 1,500 คน สามารถรับซื้อทุเรียนจากชาวสวนได้ปีละ 20,000 ตัน
 


ในขณะที่ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผลักดันให้มีการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และความยากจนของคนในระดับ “รากหญ้า” ได้กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หันมาปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก โดยมีผลผลิตปีละหลายหมื่นตัน หากไม่มีการผลักดันให้มีการลงทุนขนาดใหญ่ให้มีโรงงานแปรรูปในพื้นที่ ในอนาคตอาจจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกทุเรียน เช่นเดียวกับที่เกิดกับเกษตรกรสวนยาง การลงทุนของนักลงทุนจากประเทศจีนครั้งนี้ เป็นการตอบโจทย์ของการส่งเสริมการเกษตร สร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ในครัวเรือน และที่สำคัญได้สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับนักลงทุนต่างชาติ และต่างถิ่นด้วย

จากการผลักดันของ ครม.ส่วนหน้าและศอ.บต.ได้สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับนักลง ทุนต่างประเทศ กล้าที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น อีกไม่กี่เดือนจะมีการเปิดโรงงานแปรรูปผลผลิตมะพร้าว โรงงานแปรรูปเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพารา และโรงงานผลิตเครื่องหนังในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย เมืองต้นแบบทั้ง 4 แห่ง ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงงานทั้งหมดเป็นของนักลุงทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
 
การเกิดขึ้นของโรงงาน “ม่านกู่ หว่าน ฟู้ด” ในแผ่นดินปลายด้ามขวานครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกของ ศอ.บต. ในการผลักดันให้เกิดการลงทุนที่ตอบโจทย์ของเกษตรกรในพื้นที่ แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่ พล.ร.ต.สมเกียรติ กำลังแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน ทุเรียน และ มังคุด ซึ่งมีปัญหาในการส่งออกไปยังประเทศจีนไม่ได้ เพราะจีนมีมาตรการให้ผลไม้ทั้ง 2 ชนิดที่ต้องการส่งออก ต้องมีใบรับรองจากกระทรวงเกษตรฯ หากไม่มีการรับรอง จะส่งไปจำหน่ายยังประเทศจีนไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ ศอ.บต.จะต้องมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อสร้างเงิน สร้างงาน สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวของเกษตรกรซึ่งเป็น “ฐานล่าง” ของประเทศ.

.................................... 
สมเพชร เสาร์คำ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15