อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

จุดอ่อนแผนแม่บท ยุทธศาสตร์ชาติ ( จบ )

ตอนนี้จะเป็นสุดท้ายแล้ว เพราะให้เขียนต่อไปอีก 50 ตอน ก็คงจะไม่จบเพราะมีจุดอ่อนเยอะเหลือเกิน อาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 เวลา 07.00 น.


แผนแม่บทฯ ด้านการบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐเขียนไว้อย่างดีว่าการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เป็นทั้งเป้าหมายและเครื่องมือกลไกในการรองรับการขับเคลื่อนของยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่น ๆ ให้สามารถดำเนินการจนบรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ในส่วนบทสรุปของผู้บริหารได้มีการเขียนถึงการประเมินความพึงพอใจของประชาชนในปีพ.ศ. 2561 ว่าคนไทย 84 เปอร์เซ็นต์พึงพอใจต่อการให้บริการของภาครัฐ ซึ่งน่าสงสัยมากว่าใครเป็นคนวัด ทำไมความพึงพอใจดังกล่าวจึงสูงมากขนาดนั้น และอาจจะเป็นเพราะมั่นใจในคนวัดและวิธีการวัดอย่างมาก แผนแม่บทฯ จึงกล้าตั้งเป้าความพึงพอใจต่อการให้บริการของภาครัฐให้สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถึงปีพ.ศ. 2580

ในบทสรุปผู้บริหารยังเขียนเอาไว้อีกว่าเพื่อให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับในเวทีโลกซึ่ง สามารถสะท้อนได้จากดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดลำดับของ UN โดยไทยจะต้องอยู่ในอันดับ 1 ใน 10 ของโลกภายในปีพ.ศ. 2580 ดีขึ้นจากอันดับที่ 73 ในปัจจุบัน ถ้าผู้บริหารประเทศอ่านเพียงแค่นี้ก็คงจะต้องพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเป้าหมายที่ท้าทายดีเยี่ยม แต่พอตรวจลงไปดูถึงตัวชี้วัดจริง ๆ กลับตั้งเป้าไว้แค่ให้ติดอันดับ 1 ใน 30 ของโลกเท่านั้นเอง เลยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเป้าหมายติด 1 ใน 10 หรือติด 1 ใน 30 นั้นเป้าไหนเป็นเป้าหมายที่แท้จริงกันแน่ ถือเป็นการเขียนแผนแม่บทฯ ที่สับขาหลอกทั้งผู้บริหารประเทศและประชาชนได้อย่างน่าตกใจจริง ๆ เลย

แผนแม่บทฯ ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมก็สับขาหลอกได้ไม่แพ้กัน เพราะในบทสรุปผู้บริหารเขียนเอาไว้ว่า “โดยใน ปี 2561 สถาบันการจัดการนานาชาติได้จัดอันดับประเทศไทยในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อยู่ในอันดับที่ 42 ซึ่งปรับดีขึ้น 6 อันดับจากปี 2560 ...” ส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของไทยในปี 2561 กลับไม่เขียนถึงทำให้ชวนสงสัยว่าจะตกลงเหมือนปี 2562 ที่ตกลงไปอีก ซึ่งถ้าผู้บริหารประเทศ อ่านแบบผิวเผินก็จะหลงเข้าใจว่าไทยเราดีขึ้น ความจริงเวลาพูดถึงความก้าวหน้าของการวิจัยและพัฒนานั้นเราจำเป็นต้องพูดถึงทั้งโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และด้านเทคโนโลยีควบคู่กันไป ขณะที่แผนย่อยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านสังคมที่ตั้งเป้าหมายว่าคุณภาพชีวิต ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และความเสมอภาคทางสังคมจะได้รับการยกระดับเพิ่มขึ้นจากผลการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคม ซึ่งดูเหมือนว่าน่าจะดี แต่พอดูตัวชี้วัดซึ่งจะใช้ “ดัชนีนวัตกรรมเชิงสังคม” ก็ยังจัดทำไม่เสร็จจึงไม่รู้ว่า ดัชนีที่ว่าหน้าตาเป็นแบบไหนและจะใช้วัดได้จริงหรือไม่ เป็นอีกแผนแม่บทในหลาย ๆ แผนที่ตัวชี้วัดยังจัดทำไม่เสร็จ น่าตกใจมากที่แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติในหลาย ๆ ด้านยังไม่มีตัวชี้วัด

ในแผนแม่บทย่อยการบริหารจัดการการเงินการคลัง มีการเขียนถึงการทบทวน ศึกษา ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างระบบและมาตรการทางภาษี ให้มีการจัดเก็บที่มีความเสมอภาคและเป็นธรรม มีประสิทธิภาพและใช้เป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ ลดการสะสมความมั่งคั่งที่กระจุกตัว อ่านแล้วประทับใจเกิดความหวังเป็นอย่างมาก เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่น่าเป็นห่วงต้องรีบแก้ไข แต่พอตรวจลงไปดูถึงเป้าหมายและตัวชี้วัด กลับพบว่าไม่มีการเขียนถึงเป้าหมายและตัวชี้วัดอะไรเอาไว้เลย สงสัยคนเขียนจะแค่รู้ว่ามีปัญหาความเหลื่อมล้ำแต่ไม่รู้จะใช้มาตรการภาษีแก้ไขอย่างไร จึงไม่มีการตั้งเป้าหมาย เมื่อไม่มีเป้าหมายก็ไม่จำเป็นต้องมีตัวชี้วัด และคงจะหวังไว้ลึก ๆ ว่าคงจะไม่มีคนไปอ่านเจอ แต่โชคไม่ดีที่ผมเจอ จึงสรุปได้ว่าเรื่องความเหลื่อมล้ำนั้นจะยังอยู่กับสังคมไทยต่อไปอีกนาน น่ากังวลใจ

แผนแม่บทย่อยการสร้างและพัฒนาบุคลากรภาครัฐนั้นเน้นว่าบุคลากรภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาประเทศ ในแผนจึงเขียนแนวทางพัฒนาไว้ 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1 ปรับปรุงกลไกในการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคน 2 สร้างความเข้มแข็งในการบริหารงานให้เป็นไปตามระบบคุณธรรมฯ 3 พัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีความรู้ความสามารถสูง มีทักษะการคิดวิเคราะห์ฯ และ 4 สร้างผู้นำทางยุทธศาสตร์ในหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมดีแต่ตัวชี้วัดกลับมีเพียงแค่สองตัวคือ “ดัชนีความผูกพันของบุคลากรภาครัฐ” และ “สัดส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดกฎหมายลดลง” ซึ่งดัชนีแค่สองตัวนี้ไม่น่าจะสามารถวัดความสำเร็จของการสร้างและพัฒนาบุคลากรภาครัฐตามแผนฯ ได้ แค่ชื่อความผูกพันก็บอกอยู่แล้วว่าวัดความผูกพัน ไม่ได้วัดความสามารถ.

............................................
เกษมสันต์ วีระกุล
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36