อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

รู้จัก "เนื้อเน่า" โรคไม่ระบาด เหตุใด "คนไทย" ป่วยเพียบ

“โรคเนื้อเน่า” ไม่ใช่โรคใหม่ที่เพิ่งพบในประเทศไทย ขณะเดียวกันกลับพบว่า มีผู้ป่วยมากถึงปีละ 100-200 ราย ล่าสุดที่สร้างความตื่นตระหนกในสังคมขึ้นเมื่อพบว่าที่ “น่าน” เพียงจังหวัดเดียวมีผู้ป่วยมากถึง 26 ราย เสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2562 เวลา 09.30 น.


   “โรคเนื้อเน่า” ไม่ใช่โรคใหม่ที่เพิ่งพบในประเทศไทย ขณะเดียวกันกลับพบว่า มีผู้ป่วยมากถึงปีละ 100-200 ราย ล่าสุดที่สร้างความตื่นตระหนกในสังคมขึ้นเมื่อพบว่าที่ “น่าน” เพียงจังหวัดเดียวมีผู้ป่วยมากถึง 26 รายในเวลาไล่เลี่ยกัน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย
        
   อย่างไรก็ตาม นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยํ้าว่าโรคเนื้อเน่าไม่ใช่โรคระบาด แต่กรณีที่พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในบางพื้นที่ เพราะคนในพื้นที่มีพฤติกรรมเสี่ยงคล้าย ๆ กัน เช่น เกษตรกรในพื้นที่ที่ออกไปลุยนา ย่ำโคลน เกี่ยวข้าว ก็เสี่ยงที่จะมีบาดแผล และหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อเป็นเวลานานจากการทำงาน ก็มีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อจนลุกลามกลายเป็นโรคเนื้อเน่าได้เหมือน ๆ กัน
        
   การเกิดโรคเนื้อเน่ามี 2 ปัจจัย คือ 1.ตัวเชื้อโรค หากเป็นเชื้อโรคมีความรุนแรง ก็เพิ่มโอกาสในการที่เชื้อจะลุกลามจนกินเข้าไปในเนื้อคนได้ ซึ่งส่วนมากแล้วจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และ 2.ตัวมนุษย์เอง ทั้งในเรื่องของพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้แผลเกิดการติดเชื้อ และเรื่องของภูมิคุ้มกันร่างกาย”
        
    นพ.สุวรรณชัย อธิบายเพิ่มเติมว่า ปกติคนเรามีผิวหนังที่ช่วยป้องกันเชื้อเข้าสู่ร่างกายแบ่งเป็นชั้นๆ รวมถึงมีระบบภูมิคุ้มกันในการกำจัดเชื้อ ดังนั้นคนที่ติดเชื้ออาจจะไม่ได้ป่วยทุกราย แต่ต้องดูว่ามีพฤติกรรมที่เสี่ยงหรือไม่ เช่น เกิดบาดแผลแล้วไม่รักษาความสะอาด ยิ่งหากสัมผัสนาน ๆ ก็มีโอกาสที่จะสัมผัสหรือได้รับเชื้อมาก
         
      
นอกจากนี้ ยังมี บาดแผลที่มองไม่เห็น และคนเราอาจจะไม่ทันนึกถึง คือ แผลถลอกจากการถู หรือเกาก็เสี่ยงติดเชื้อและเกิดแผลลุกลาม รุนแรงได้ โดยเฉพาะ ผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีปัญหาเลือดไปเลี้ยงที่ปลายอวัยวะไม่ดีทำให้เกิดแผลโดยไม่รู้ตัว รวมถึง คนที่กินยากดภูมิ หรือผู้สูงอายุ ที่ร่างกายเสื่อมถอยพอเกิดแผลแล้วอาจเกิดความรู้สึกช้า ทำให้ไม่ได้รักษาบาดแผลจนเกิดการติดเชื้อขึ้นได้
        
      ดังนั้น เมื่อมีบาดแผล โดยเฉพาะที่เท้า หรือขาควรหลีกเลี่ยงการลุยนํ้า ลุยโคลน หากเลี่ยงไม่ได้ขึ้นมาจะต้องรีบล้างนํ้า ฟอกสบู่ ทำความสะอาด ใส่ยา และปิดแผล เพื่อไม่ให้สัมผัสกับสิ่งสกปรกและเกิดการติดเชื้อได้ ยกเว้นแผลที่เกิดจากสัตว์กัดไม่ควรปิดบาดแผล แต่ควรไปพบแพทย์
        
     สำหรับ บาดแผลที่เกิดการติดเชื้อสามารถสังเกตได้จากมีอาการบวม แดง ร้อน หรือเจ็บผิดปกติ ไม่หายสักที ให้นึกเสมอว่ามีการอักเสบ ซึ่งอาการอักเสบเกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ แต่ที่บอกว่าติดเชื้อคือมักจะมีไข้ตามมา ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแต่ไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะเชื้อบางตัวดื้อยา ยาที่ซื้อมากินเองอาจไม่ได้ผล หรือมักจะกินยาไม่ครบคอร์สหรือกินไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเสี่ยงเชื้อดื้อยาขึ้นได้ จึงควรไปพบแพทย์  เพื่อตรวจดูว่าเกิดจากการติดเชื้อใด ซึ่งโรงพยาบาลก็จะมียาปฏิชีวนะในการใช้รักษา
        
    หากมาด้วยอาการที่เริ่มมีเนื้อตายแล้ว คือ กินลึกลงไปในชั้นไขมันและอาจลึกถึงระดับชั้นพังผืด หรือกล้ามเนื้อ ซึ่งชั้นนี้ทำให้เกิดการกระจายลุกลามได้ง่าย แพทย์ก็ต้องลอกเนื้อที่ตายออก เพื่อเอาเชื้อออก ไม่ให้เกิดการกินลึกลงไปอีก แต่หากเกิดการกินเนื้อมากเข้า บางรายอาจต้องตัดอวัยวะ เช่น ตัดนิ้ว ตัดขา เป็นต้น และยิ่งเชื้อลุกลามจนเข้าสู่กระแสเลือด ก็อาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด    จนทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เสีย    ชีวิตจากโรคเนื้อเน่านั้น มาจากการติดเชื้อใน กระแสเลือด


        
     นพ.สุวรรณชัย ยํ้าในตอนท้ายว่า คนที่มีความเสี่ยง เช่น ชาวนา เกษตรกร ควรจะต้องสวมรองเท้าที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่เท้า ไม่สัมผัสกับนํ้าหรือสารเคมีมากจนเกินไป เพราะการแช่ในนํ้านาน ๆ ทำให้ผิวเปื่อยจนเชื้อสามารถแทรกตัวผ่านเข้าไปได้ หรือเสี่ยงเกิดบาดแผลได้ง่าย เช่นเดียวกับการสัมผัสสารเคมีบ่อย ๆ นาน ๆ ก็ทำให้การป้องกันตัวเองของผิวหนังแย่ลงจนเกิดการติดเชื้อได้.

              ......................................
                     อภิวรรณ เสาเวียง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34