อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

ม็อบฮ่องกง

ขณะที่จีนไม่ได้เข้ามาแทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้นในการชุมนุมประท้วงอันยาวนานลามจนมาถึงเข้าไปปักหลักในอาคารผู้โดยสารขาเข้าท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง เพื่อสื่อสารให้แขกไปใครมาโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ได้ตระหนักว่า ระวังอันตรายเอาไว้ด้วย เพราะตำรวจที่นี่เขาถูกนำไปใช้ในภารกิจปราบม็อบไปซะแล้ว จันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.30 น.


ก่อนหน้านี้การชุมนุมซึ่งเคยใช้วิธีการปิดล้อมอาคารสภานิติบัญญัติเพราะร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพราะการใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมนุม ซึ่งผู้ชุมนุมนั้นแสดงความไม่พอใจอย่างมากกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ที่ปักกิ่งที่ได้ใช้นโยบายหนึ่งประเทศสองระบบ แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าคนฮ่องกงจะถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพและการเมืองที่อยากเห็นการปฏิรูปให้เป็นประชาธิปไตย พวกเขาทำให้เสียหายกับสัญลักษณ์รัฐบาล ขว้างปาใส่สำนักงานในฮ่องกงด้วยไข่ แน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้ ปักกิ่งก็ไม่ปลื้มปริ่มเช่นกัน

แล้วยังได้เห็นการแบ่งแยกแตกขั้วเห็นกลุ่มคนที่ถือแท่งโลหะและไม้ทุบตีผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลและคนอื่น ๆ ภายในรถไฟฟ้าใต้ดิน ยังผลให้มีผู้บาดเจ็บ 45 คน หนึ่งในนั้นยังอาการสาหัสอยู่ ที่ผ่านมาผู้สนับสนุนฝ่ายรัฐบาลปักกิ่งก็เคยปะทะกับผู้
ประท้วงฝ่ายต่อต้าน แต่ยังไม่เคยรุนแรงถึงขนาดนี้

แน่นอนว่าไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่อยากเห็นกองทัพปลดปล่อยประชาชน (พีแอลเอ) ของจีนเข้ามาแทรกแซง แต่ถ้าความวุ่นวายยังคงต่อเนื่องไม่มีท่าทีว่าจะหยุดหรือผ่อนปรน
ลงมา ทางรัฐบาลปักกิ่งก็อาจมองว่าเป็นการท้าทายโดยตรงส่งผลถึงความเสี่ยงที่จะต้องก้าวล่วงลงมาแก้ไขปัญหา การทำร้ายผู้ประท้วงเยี่ยงนี้นำมาซึ่งข้อกล่าวหาว่ามีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างตำรวจกับแก๊งอาชญากร แต่ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกงปฏิเสธเด็ดขาดว่าไม่จริง ก็เลยยังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงที่สถานีรถไฟใต้ดิน

แต่ถ้าจีนจะเข้ามาแทรกแซงนั้นก็จะต้องถูกนานาชาติรุมประณามและอาจจะกระทบถึงจุดยืนของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางด้านการเงินของเอเชียที่ปกครองด้วยหลักนิติรัฐแล้วยังอาจจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา 30 ปีแล้วพอดีกับการกวาดล้างการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 2532 เป็นเหตุการณ์ที่รัฐบาลปักกิ่งก็ไม่ได้อยากจดจำอะไร

สำหรับจีนแล้วเรื่องฮ่องกงไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาการเมือง เพราะอย่างที่ทราบว่าดินแดนอดีตอาณานิคมของอังกฤษถูกส่งคืนให้จีนเมื่อปี 2540 ภายใต้นโยบายหนึ่ง ประเทศสองระบบซึ่งได้ให้อำนาจปกครองตนเองในระดับหนึ่งแต่ยังไม่เป็นที่พอใจเพราะคนฮ่องกงต้องการสิทธิและเสรีภาพมากกว่านี้เมื่อเทียบกับจีนแผ่นดินใหญ่

ความสำเร็จของนโยบายนี้สำคัญมากกบั ปกั กิง่ เพราะตอ้ งการทีจ่ ะนำนโยบายนี้ไปใช้กับเกาะไต้หวันให้กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวินของไต้หวันได้นำเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกงมาเป็นข้ออ้างว่า ยังไงเสียหนึ่งประเทศสองระบบก็ใช้ไม่ได้ผลและการแทรกแซงทางทหารของจีนก็จะนำมาซึ่งความหวาดกลัวให้กับคนไต้หวันหลายคน

ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับจีนในเรื่องนี้ก็คือทำให้การชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกงไม่ลุกลามมากไปกว่านี้และกลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับการชุมนุมในฮ่องกงนำโดยนักศึกษาในชื่อขบวนการร่มเหลืองครั้งล่าสุดเมื่อปี 2557 ด้วยการยึดถนนนานกว่าสองเดือน

การชุมนุมคร้งั ล่าสุดของหน้าร้อนปีนี้ในฮ่องกงหลายคนก็เคยผ่านเหตุการณ์กับขบวนการร่มเหลืองมาแล้วซึ่ง แสดงความผิดหวังที่การรณรงค์ของพวกเขาไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมาเลย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าแล้วพวกเขาจะสู้อย่างไรต่อไปและจีนจะอดทนอดกลั้นไปได้อีกนานแค่ไหน

นักวิเคราะห์บางคนมองว่า หากการเคลื่อนไหวด้วยความรุนแรงของคนฮ่องกงซึ่งมีประชากร 7.4 ล้านคน นำมาซึ่งการเดินหน้าไปสู่ความเป็นเอกราช ทำให้สถานการณ์อยู่
เหนือการควบคุมได้ เมื่อถึงตรงนั้นแหละรัฐบาลจีนที่ปักกิ่งจะเข้ามาแทรกแซง.

------------------------------------------
เลนซ์ซูม.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 80