อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

สิงโตคำรามหรือแมวคราง? จอห์นสันกับเบร็กซิตอลวน

แม้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งซึ่งเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษ นิยมของสหราชอาณาจักร มีสัดส่วนคิดเป็นเพียง 1% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ คือเกือบ 140,000 คนเท่านั้น นายบอริส จอห์นสัน ขวัญใจแทบทุกขั้วการเมืองโดยเฉพาะกลุ่มชนกรรมาชีพ อาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.30 น.


แม้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งซึ่งเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษ นิยมของสหราชอาณาจักร มีสัดส่วนคิดเป็นเพียง 1% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ คือเกือบ 140,000 คนเท่านั้น แต่ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังอยู่บนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสถานการณ์สำคัญโดยเฉพาะการจัดการเรื่องเบร็กซิต กลุ่มคนเหล่านี้ได้ทุ่มคะแนนเสียงมากถึง 66% ให้แก่นายบอริส จอห์นสัน ขวัญใจแทบทุกขั้วการเมืองโดยเฉพาะกลุ่มชนกรรมาชีพ และเป็นหัวหอกสำคัญในแคมเปญเบร็กซิต ที่ผลการลงประชามติเมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2559 สร้างประวัติศาสตร์ให้สหราชอาณาจักรจะเป็นประเทศแรกซึ่งลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู ) และตอนนี้จอห์นสันจะกลับมาสานต่ออุดมการณ์และภารกิจของเขาให้ลุล่วง นั่นคือการนำสหราชอาณาจักร “เป็นอิสระ” จากอียู
        
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ผลการลงประชามติแบบช็อกโลกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนับจากนั้นคือเครื่องพิสูจน์เป็นอย่างดีว่า เบร็กซิตไม่ใช่เรื่องง่าย และที่สำคัญคือจอห์นสันจะสามารถได้รับความสนับสนุนจากชาวสหราชอาณาจักรที่ยังเหลืออีก 99% ได้อย่างไรและมากเพียงใด แม้จอห์นสันยืนกรานว่า สหราชอาณาจักรจะออกจากอียูตาม “เส้นตายสุดท้าย” ที่อีกฝ่ายกำหนดไว้ ณ เวลานี้ คือในวันที่ 31 ต.ค. นี้ “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” แต่ความพยายามของรัฐบาลชุดก่อนหน้าของอดีตนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกับจอห์นสันแล้วว่า ไม่ว่าจะรัฐบาลหรือฝ่ายค้านล้วนต้องการให้กระบวนการเบร็กซิต “เป็นไปอย่างราบรื่นและเรียบร้อย” นั่นก็คือ “ต้องมีข้อตกลง”


        
ด้านคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ชุดปัจจุบัน ตั้งกำแพงยึดมั่นตามแผนยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรชุดก่อนเสนอเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว แต่แผนการเดียวกันนี้กลับไม่ผ่านการให้สัตยาบันของสภาสามัญถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งจอห์นสันกล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ของเมย์ด้วยว่า “ใช้ไม่ได้อีกต่อไป” แต่หากรัฐบาลของจอห์นสันต้องการแก้ไขแผนการของเมย์ ที่นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ว่าที่ประธานอีซีคนใหม่ กล่าวว่าเธอ “จะพิจารณาถ้าจอห์นสันมีเหตุผลเพียงพอ” ซึ่งก็ยังไม่อาจตีความได้ว่าจะเป็นการยอมรับ
        
ส่วนสถานการณ์ในสภาสามัญตอนนี้ หากว่ากันเฉพาะเรื่องการตีความกฎหมายใดก็ตามที่เกี่ยวกับเบร็กซิต รัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมอยู่ในสภาพเสียงปริ่มน้ำ และสมาชิกระดับแกนนำหลายคนประกาศชัดว่าไม่ต้องการออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่าหากจอห์นสันพยายามผลักดันแผนยุทธศาสตร์เบร็กซิตแบบไม่มี ข้อตกลง สภาสามัญจะปฏิเสธ และบีบให้จอห์นสันต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ แล้วหากพรรคอนุรักษนิยมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จอห์นสันจะกลายเป็นผู้นำรัฐบาลสหราชอาณาจักรซึ่งอยู่ในวาระสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะถือเป็นผู้นำคนที่ 3 นับตั้งแต่ผ่านพ้นการลงประชามติ ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นคำถามเดิมกลับมาอีกว่า สหราชอาณาจักร “คิดถูกจริงหรือไม่” ที่จัดการลงประชามติเรื่องนี้ ซึ่งคนที่น่าจะตอบได้ดีที่สุดน่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน
        
ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากการวางแผนนโยบายแล้ว “จอห์นสันแบบไหน” ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ภายใต้รัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะเป็นจอห์นสันผู้มั่นใจสุดขีดเมื่อครั้งขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์ก่อนการลงประชามติเบร็กซิต แถลงแสดงทรรศนะและโต้ตอบทุกข้อสงสัยได้อย่างมั่นใจ หรือจะเป็นจอห์นสันซึ่งช่วยแถลงพลิกสถานการณ์ให้แก่รัฐบาล ระหว่างการแถลงร่างแผนงบประมาณที่ฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักว่าสุรุ่ยสุร่าย หรือจะเป็นจอห์นสันผู้ไม่สะทกสะท้านกับเสียงวิจารณ์และข่าวจากฝ่ายใดทั้งสิ้น ด้วยความที่เจ้าตัวเองก็เคยผ่านงานผู้สื่อข่าวและการเป็นคอลัมนิสต์มาก่อน หรือความเคยชินจากการเป็นสื่อมวลชนซึ่งเป็นอาชีพที่ทราบกันดีใน “สังคมแดนผู้ดี” ว่าผู้สื่อข่าวและบรรดาคอลัมนิสต์ในประเทศตัวเองนั้นทั้งฝีปากและลีลาการเขียนนั้นจัดจ้านและตรงไปตรงมามากขนาดไหน หรือจะเป็นจอห์นสันที่หลายครั้งปล่อยมุกเสียดสีเหน็บแนมหลายประเทศโดยอาจลืมคิดหน้าคิดหลังให้ดี
       
แต่ไม่ว่าอย่างไร “บอริส จอห์นสัน” ก็คือ “บอริส จอห์นสัน” ไม่ใช่บุคคลซึ่งสื่อบางสื่อเปรียบเทียบว่าเขาคือ “โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งบริเตน” ด้วยผมสีทอง และบุคลิกบางอย่างที่ “คล้ายคลึงกัน” ไม่ว่าฝ่ายที่เปรียบเทียบเรื่องนี้มอง “ความเหมือน” ของประธานาธิบดี สหรัฐกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรในแบบใด แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่มีความเหมือนกัน คือความพยายามทำตามคำมั่นสัญญาที่ตัวเองเคยพูดไว้ตอนหาเสียง อาทิ นโยบายป้องกันผู้อพยพผิดกฎหมายของทรัมป์ ส่วนจอห์นสันคือการนำสหราชอาณาจักรออกจากอียูภายใน “วันฮัลโลวีนที่จะถึงนี้” ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แม้บรรดาผู้สันทัดกรณีเตือนและแสดงความกังวลว่าการออกจากสหภาพแบบไม่มีข้อตกลงใด มีความเป็นไปได้สูงที่จะส่งผลกระทบต่อการระบบศุลกากรข้ามพรมแดน โดยเฉพาะระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์ที่เป็นประเด็นมาตลอด  และเสี่ยงที่จะทำให้สหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย



ในขณะที่สมาชิกอียูอีก 27 ประเทศเตรียม “รับมือ” กับจอห์นสันที่ยังยากแก่การคาดเดาว่า “จะมาไม้ไหน”  รัฐบาลสหราชอาณาจักรชุดใหม่จะมาขอเจรจาเลื่อนกำหนดการเบร็กซิตอีกหรือ  ไม่ หรือจะ “หักดิบ” โบกมือลาแบบไม่มีข้อตกลงใด แต่การยังขาดเอกภาพภายในพรรคอนุรักษนิยมจากเรื่องเบร็กซิตที่ส่งผลให้รัฐมนตรีและสมาชิกระดับสูงหลายคนในพรรคอนุรักษนิยมลาออกและเตรียมลาออก โดยให้เหตุชัดเจนว่า เกี่ยวข้องกับการที่จอห์นสันก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ ส่งผลให้ตอนนี้ “ยังไม่มีอะไรแน่นอน” และ “รับประกันได้” ที่ดาวนิงสตรีทของจอห์นสัน อย่างไรก็ตาม นับจากวินาทีแรกที่จอห์นสันก้าวเท้าเข้าสู่บ้านเลขที่ 10 ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน.

----------------------------------------
ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 67