อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

ปฏิบัติการ5ทศวรรษ"ศูนย์บริการโลหิตฯ" ต่อลมหายใจคนไทยกว่า50ล้านคน

กว่า 5 ทศวรรษ ที่ “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย” ได้ดำเนินการจัดหาโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมากกว่า 16 ล้านยูนิต และส่งต่อให้ผู้ป่วยมากกว่า 50 ล้านชีวิต รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ และเทคโนโลยีเข้ามารองรับภารกิจช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ เสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.30 น.


     กว่า 5 ทศวรรษ ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ดำเนินการจัดหาโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมากกว่า 16 ล้านยูนิต และส่งต่อให้ผู้ป่วยมากกว่า 50 ล้านชีวิต รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ และเทคโนโลยีเข้ามารองรับภารกิจช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศได้รับโลหิตที่ปลอดภัยมาต่อลมหายใจเพื่อสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติต่อไป  
        
    ทั้งนี้ ..หญิง พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศูนย์บริการโลหิตฯ ได้ดำเนินการรับบริจาคโลหิจตามเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลก ได้รับโลหิตบริจาคเพิ่มขึ้น จากปี 4 แสนยูนิต ระหว่างปี 2542-2561 เพิ่มเป็น 1.09 ล้านยูนิต ในขณะที่ความต้องการรับบริจาคโลหิตก็เพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านยูนิต เป็น 2.6 ล้านยูนิต สภากาชาดไทย จึงได้จัดตั้งภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และงานบริการโลหิต ในจังหวัดใหญ่ ๆ 13 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลในเครือข่ายเพิ่มขึ้น
        
    ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาในการดำเนินการ ได้มีการคำนึงถึงความปลอดภัย มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบและคัดกรองเลือดทุกหยดให้ปลอดภัยก่อนส่งถึงผู้รอรับโลหิต โดยมีการพัฒนาการตรวจหาตรวจแอนติบอดี้ คัดกรองโรคติดต่อ ผ่านการหาโปรตีนของเชื้อ และหาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อต่อต้านเชื้อโดยวิธีนํ้าเหลืองวิทยา รวมถึงการตรวจหาสารพันธุกรรมของโรค



      นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาแห่งแรกในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นไปตามเภสัชตำรับของยุโรป (Euro pean Pharmacopeia) และมาตรฐานสากล มีกำลังการผลิต 200,000 ลิตรต่อปี และนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยา 3 ชนิด คือ Albumin, IVIG และ Factor VIII ที่ใช้ในการรักษาโรครุนแรงและโรคเรื้อรัง ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
        
     การผลิตถุงบรรจุโลหิตระบบดิจิทัล “Quadruple blood bag top & bottom system” หรือ เครื่องเชื่อมถุงบรรจุโลหิตอัตโนมัติ ที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ 2 เท่า หรือ 700 ใบต่อชั่วโมง รวมทั้งยังมีการ ผลิตนํ้ายาตรวจหมู่โลหิตระบบเอบีโอ และระบบอื่น ๆ ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเซลล์(Hybridoma technique) และพัฒนาโมโนโคล นัล แอนติบอดี (MoAb) ผลิตนํ้ายาตรวจหมู่โลหิตต่าง ๆ ได้สำเร็จ เป็นแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์เซลล์มาตรฐานสำหรับห้องปฏิบัติการธนาคารเลือด ได้สำเร็จเป็นแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชีย


        
     ..หญิง พญ.อุบลวัณณ์ ระบุว่า นอกจากนี้ยัง มีการนำพลาสมามาพัฒนาเป็นเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (HRIG) และ เซรุ่มป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี (HBIG) ในส่วนนี้ผู้บริจาคโลหิตจะต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันก่อน เมื่อได้โลหิตมาแล้วจึงนำเข้าเครื่องแยกส่วนโลหิตอัตโนมัติอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้บริจาคต้องเข้าโครงการฯ อย่างน้อย 3 ปี และได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน
        
     ขณะเดียวกันก็ได้ ให้บริการเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell)” โดยตั้งแต่ปี 2545 เป็นศูนย์กลางการลงทะเบียนผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไม่ใช่ญาติ และตรวจคัดกรองเนื้อเยื่อ HLA เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีอาสาสมัครลงทะเบียนบริจาค Stem Cell ถึง 241,238 คน มีผู้ป่วยขึ้นทะเบียนรอการปลูกถ่าย 1,941 ราย ยังมีผู้บริจาคได้ 321 ราย



        
     และเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ได้นำ เทคโนโลยีสารสนเทศ “Hematos IIG (H2G)” เข้ามาใช้ เพื่อรองรับงานบริการโลหิตในหลากหลายมิติ นับว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปี ของงานบริการโลหิตของไทยประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบให้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลก ให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์บริการโลหิตประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (WHO Collaborating Centre for Training in Blood Transfu¬sion Medicine) ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันจากนี้ก็ยังพัฒนางานโลหิตเพื่อตอบสนองประชาชนไทยมีสุขภาพดี.

               ..................................
                    อภิวรรณ เสาเวียง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27