อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

'สีอึ'เตือนมะเร็งลำไส้ใหญ่ อุนจิเปลี่ยนรูปร่างบอกโรค

สัปดาห์นี้ทุกคนเชื่อหรือไม่ว่า “สีของอุจจาระ” บ่งบอกโรคที่ร่างกายกำลังเผชิญอยู่ภายในได้ จะเชื่อหรือไม่เชื่อวันนี้มาหาคำตอบกันว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร เสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2562 เวลา 12.00 น.


หลายคนสงสัยว่า...เมื่อแต่ละคนเลือกทานอาหารที่ตัวเองชอบ สารอาหารที่ร่างกายจะได้รับมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน หรือเมื่อเราทานอาหารเข้าไปแล้ว กระเพาะได้ทำหน้าที่ย่อยและส่งต่อสารอาหารที่มีประโยชน์ไปเลี้ยงร่างกาย กากที่เหลือถูกขับออกมาเป็นอุจจาระ” จะบอกอะไรเราได้หรือไม่...ว่าเราเสี่ยงเป็นโรคอะไร ???

เราไปค้นหาคำตอบ มีข้อมูลดี ๆ จาก นพ.ปฏิพัทธ์ ดุรงค์พงศ์เกษม สาขาอายุรศาสตร์ สถาบันโรคตับและระบบทางเดินอาหาร รพ.สมิติเวช สุขุมวิท บอกให้ฟังว่า โดยปกติสีและลักษณะของอุจจาระจะมีความแตกต่างกันตามประเภทของอาหารที่รับประทานและปริมาณน้ำที่ดื่ม และในบางครั้งยังบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างดี ดังนั้นลองหมั่นสังเกตดูรูปร่างหน้าตาและสีสันของอุจจาระ เพื่อเป็นการตรวจสอบสุขภาพของตัวเองแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้

เริ่มแรกให้หมั่นสังเกตอุจจาระของตัวเองทุกวัน เป็นการคัดกรองอาการป่วยเบื้องต้นแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ ถัดมาถ้าอุจจาระที่เป็นลำสวยผิวเรียบคล้ายกล้วยหอม ไม่แข็งหรืออ่อนยุ่ยจนเกินไป ถือว่าเป็นรูปทรงอุจจาระที่สมบูรณ์และสุขภาพดีที่สุด แต่จากนั้นหากพบว่าอุจจาระมีสี กลิ่น หรือลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย




สีสันอุจจาระสามารถแยกได้ดังนี้

“สีน้ำตาลและเหลือง” คือ สีอุจจาระของคนสุขภาพดี การทำงานของระบบย่อยและทางเดินอาหารเป็นปกติ อุจจาระที่สีค่อนไปทางน้ำตาลอาจเกิดจากน้ำดีในตับที่ทำหน้าที่ระหว่างการย่อยอาหาร แต่ถ้าอุจจาระเป็นสีเหลืองจาง ๆ มีความมันและกลิ่นเหม็น อาจเกิดจากไขมันส่วนเกินที่อยู่ในอุจจาระ ซึ่งบ่งบอกว่าน้ำดีมีปัญหา หรือเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบย่อย หรือระบบดูดซึมอาหารของลำไส้ หากเป็นติดต่อกันหลายวัน ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย

“สีเขียว” การรับประทานผักใบเขียวปริมาณมาก อาจทำให้อุจจาระเป็นสีเขียว แต่หากมีอุจจาระเหลวร่วมด้วย อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคท้องร่วง หรือทั้งนี้เกิดจากการทานยาบางชนิดก็เป็นได้

“สีดำ” อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น โดยเฉพาะหากมีสีดำเข้มเหมือนยางมะตอย ควรต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจระบบทางเดินอาหาร ยิ่งไปกว่านั้นหากอุจจาระเป็นสีดำบ่อย ๆ โดยไม่ทำการรักษา นั่นอาจหมายถึงกำลังเผชิญอยู่กับมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ในบางกรณีสีดำของอุจจาระอาจเกิดจากการทานอาหารหรือยาบางชนิด เช่น ตับหรือเลือด ข้าวเหนียวดำ ลูกหม่อน ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก หรือยาแก้ท้องเสียบางชนิด



“สีแดง” สีออกโทนแดงส่วนใหญ่เกิดจากการกินอาหาร เช่น บีทรูท กระเจี๊ยบ มะละกอ แตงโม หรือเครื่องดื่มสีแดงในปริมาณมาก แต่หากอุจจาระเป็นสีแดงมีเลือดปน มักเกิดจากริดสีดวงทวาร หรืออาจเป็นสัญญาณของการมีเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่าง เช่น ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ หรืออาจมีเนื้องอก

“สีเทา” สีเทาเข้มอาจเกิดจากมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น หรือรับประทานธาตุเหล็กบำรุงเลือดเช่นเดียวกับอุจจาระสีดำ แต่หากเป็นสีเทาอ่อนคล้ายขี้เถ้า คือสัญญาณเตือนถึงภาวะตับหรือตับอ่อนมีปัญหา นอกจากนี้การที่อุจจาระเป็นสีเทาอ่อนจางเกือบขาว อาจบ่งชี้ว่าท่อน้ำดีอุดตันส่งผลให้อุจจาระขาดน้ำดี หรือกำลังมีปัญหาที่ตับอ่อน รวมถึงอาจเกิดจากผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิดมากเกินไป


รูปร่างอุจจาระสามารถแยกได้ดังนี้

“ก้อนเล็ก แข็ง คล้ายลูกกระสุน หรือขี้กระต่าย” มักเกิดในผู้มีอาการท้องผูก เนื่องจากอุจจาระแห้ง เคลื่อนผ่านลำไส้ได้ยาก หรืออาจเพราะมีอุจจาระค้างในลำไส้เป็นเวลานาน สาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่มีกากใยไม่เพียงพอ และดื่มน้ำน้อย หรือรับประทานยาที่ส่งผลให้ท้องผูก หากไม่รีบแก้ไขอาจทำให้มีอาการท้องผูกเรื้อรัง และอาจกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในที่สุด

“ก้อนเล็ก ๆ หลายก้อนรวมกัน คล้ายเอาลูกกระสุนมาโปะรวมกัน” มองเห็นก้อนเล็ก ๆ แข็ง ๆ มารวมกันอย่างชัดเจน เป็นลักษณะของอาการท้องผูกเช่นกัน ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น ดื่มน้ำให้พอเพียง หมั่นออกกำลังกาย ขยับร่างกาย และไม่เครียดจนเกินไป ก็จะช่วยไม่ให้อุจจาระกักอยู่ในลำไส้นานจนเกิดอาการท้องผูก

“ทรงรียาวคล้ายไส้กรอก ผิวขรุขระ ค่อนข้างแข็ง” ขับถ่ายได้ไม่ลำบากนัก เป็นอุจจาระที่ปกติแต่ค่อนข้างขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น

“เป็นลำสวยผิวเรียบคล้ายกล้วยหอม” ไม่แข็งหรืออ่อนยุ่ยจนเกินไป ถือว่าเป็นรูปทรงอุจจาระที่สมบูรณ์และสุขภาพดีที่สุด



“แตก ๆ แต่เป็นชิ้นสั้น ๆ ขับถ่ายง่าย” ยังนับว่าเป็นอุจจาระคุณภาพดี แต่อาจขาดสารอาหารหรือกากใย เนื่องจากการลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหาร

“กึ่งเหลวกึ่งก้อน” เปื่อยยุ่ย ขับถ่ายง่ายมาก อาการเริ่มต้นของท้องเสีย หรือเนื่องจากแบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุล หากถ่ายเหลวบ่อย ๆ อาจส่งผลให้ขาดน้ำ หรือสารอาหารที่จำเป็น ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมถึงเพิ่มโยเกิร์ตเพื่อปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้

“เหลวเป็นน้ำ” อาการท้องเสียที่อาจหมายถึงติดเชื้อในลำไส้ ควรรับประทานเกลือแร่และจิบน้ำบ่อย ๆ หากเป็นติดต่อกันมากกว่า 1 วัน ควรรีบพบแพทย์

การหมั่นสังเกตอุจจาระของตัวเองทุกวัน เป็นการคัดกรองอาการป่วยเบื้องต้นแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าพบว่าอุจจาระมีสีผิดปกติ ควรหยุดทานอาหารที่ทำให้เกิดสีนั้น ๆ แล้วลองสังเกตสัก 2-3 วัน หากยังคงผิดปกติอยู่ ควรรีบมาพบแพทย์ รวมถึงการที่อุจจาระมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เพื่อป้องกันโรคไม่ให้รุนแรงหรือพบโรคเมื่อสายเกินไป.
.....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 
คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม   
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก  : Pixabay


ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 156