อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

'ภาษาไทย'สำคัญกว่าที่คิด ละเลยการศึกษาล้มเหลว

สัปดาห์นี้สะท้อนความสำคัญ “ภาษาไทย” หากไม่นำวิธีการสอนตามหลักมาใช้แล้ว การศึกษาของชาติจะยังคงล้มเหลวไม่เป็นท่า พฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น.


"ภาษาไทย" เป็นภาษาประจำชาติของคนไทยและเป็นเอกลักษณ์ของชาติ นับเป็นพระอัจฉริยภาพของ พ่อขุนรามคำแหง มหาราชแห่งราชวงศ์พระร่วง กรุงสุโขทัย ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยและทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรังสรรค์ภาษาไทยให้เป็นมรดกตกทอดแก่คนไทยมาจนถึงทุกวันนี้ คนไทยจึงมีภาษาประจำชาติเป็นของตนเอง นับเป็นระยะเวลามายาวนานกว่า 700 ปี เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรมีความภาคภูมิใจและร่วมกันหวงแหนรักษาให้แก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป มีประเทศจำนวนไม่มากนักที่มีภาษาประจำชาติเป็นของตนเอง ส่วนใหญ่ใช้ภาษาของประเทศเจ้าอาณานิคมที่เคยปกครองตนในอดีต

ลักษณะโครงสร้างของภาษาไทยมีเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นเหนือกว่าภาษาของชนชาติอื่น เนื่องจากมีองค์ประกอบของภาษา ได้แก่ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย กล่าวคือ พยัญชนะจำแนกออกเป็นอักษร 3 หมู่ ได้แก่ อักษรสูง อักษรกลางและอักษรต่ำ, สระมีทั้งสระเดี่ยวและสระประสม, วรรณยุกต์มี 4 รูป ได้แก่ ไม้เอก ไม้โท ไม้ตรีและไม้จัตวา รวมถึงมีเลขไทยใช้บอกจำนวนอีกด้วย ภาษาไทยจึงเปรียบเสมือนภาษาดนตรีที่มีความไพเราะเสนาะโสต เพราะมีระดับเสียงสูงต่ำที่แตกต่างกันทั้งจากตัวพยัญชนะและวรรณยุกต์



คุณค่าและความสำคัญของภาษาไทยมีมากมายเป็นเอนกอนันต์ ประการแรก ภาษาไทยเปรียบเสมือนกุญแจสำหรับไขวิชาความรู้ในศาสตร์ทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านวิทยาศาสตร์หรือด้านสังคมศาสตร์ หากเด็กและเยาวชนมีปัญหาการอ่านเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้อง ไม่สามารถสะกดคำอ่านหรือสะกดคำเขียนได้ ไม่เข้าใจความหมายของคำและไม่สามารถจับใจความจากการอ่านได้ ก็จะเรียนหนังสือไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจ ส่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อเนื่องไปจนถึงระดับที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา และเมื่อจบการศึกษาแล้วไปประกอบอาชีพต่างๆในภาครัฐหรือภาคเอกชนก็จะยังคงมีปัญหาการพูด อ่านและเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้องติดตัวตลอดไป

ประการที่สอง ภาษาไทยมีคุณค่าต่อการพัฒนาจิตใจของเด็กและเยาวชน เพราะความวิจิตรงดงามของภาษา ส่งผลให้มีจิตใจละเมียดละไม มีความอ่อนโยนและ มีความสุนทรีย์ทางภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง หรือฉันทลักษณ์ ได้แก่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ซึ่งมีรูปแบบกำหนดจำนวนคำและเสียง รวมถึงมีคำสัมผัสนอกและสัมผัสใน จึงมีความไพเราะเสนาะโสตยิ่งนัก จะขอนำตัวอย่างคำประพันธ์กาพย์ยานี 11 ตอนเห่ชมกระบวนเรือของ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ซึ่งพรรณนาให้ได้จินตนาการถึงความงดงามว่า



สุพรรณหงส์ทรงภู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม
เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน


นอกจากนี้ยังมีคำประพันธ์กลอนสุภาพของสุนทรภู่ ในเรื่องพระอภัยมณี ตอน ฤาษีเข้าช่วยสุดสาคร ซึ่งกำลังประสบอันตรายแล้วสอนว่า

บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงเเว่ว สะดุ้งเเล้วเหลียวเเลชะเเง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
เเล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันเเสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน


และคำประพันธ์กลอนสุภาพของสุนทรภู่ เรื่องสุภาษิตสอนหญิง ซึ่งเป็นการสอนให้รู้จักดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมให้รู้จักประหยัดอดออม ไม่ใช้จ่ายเกินตัว และรู้จักทดแทนพระคุณของพ่อแม่ดังนี้

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
ไม่ควรซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อ ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน
เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาล จงเลี้ยงท่านอย่าให้อดระทดใจ




ประการที่สาม ผู้มีทักษะการพูด อ่านและเขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่ว นอกจากจะประกอบอาชีพต่างๆ ได้ อาทิ นักพูด นักเขียน พิธีกร ผู้ประกาศข่าว ผู้สื่อข่าว นักแต่งเพลง นักร้อง นักการเมือง ฯลฯ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพดังที่กล่าวถึง โดยส่วนใหญ่จะมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ทำงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน มีการสื่อสารได้ดีอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพทั้งในด้านการประชุม การนำเสนอแนวความคิดและการนำเสนอผลงาน ตลอดจนการเขียนโครงการต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นที่พึงตาต้องใจของผู้บังคับบัญชาทั้งสิ้น

ปัญหาการอ่านเขียนของเด็กและเยาวชนที่สะกดคำอ่านและสะกดคำเขียนไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ของการศึกษาระดับชาติ เนื่องจากไม่ได้เรียนตามหลักภาษาไทยอย่างถูกต้องภายใต้แม่บทมาตราแม่ ก กา และมาตราตัวสะกด โดยจำแนกตามอักษร 3 หมู่และมีการผันวรรณยุกต์ มีผลให้ไม่เป็นผู้รักการอ่านเพราะไม่ได้รับอรรถรสและอรรถประโยชน์จากการอ่าน เกิดเบื่อหน่ายกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง (self learning)



ตัวชี้วัดที่พอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความตกต่ำของมาตรฐานการศึกษา อาทิ การวัดผลการศึกษาไทยเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาติดอยู่อันดับรั้งท้าย, การวัดผลการศึกษาไทยเมื่อเปรียบเทียบกับการสอบวัดความรู้นักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment - PISA) ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาก็ติดอยู่ในอันดับรั้งท้ายเช่นกัน หรือแม้กระทั่งการสอบภายในประเทศของนักเรียนชั้น ป.6, ม.3 และ ม.6 ซึ่งเป็นการสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test-ONET) ผลการสอบในแต่ละวิชาส่วนใหญ่มีคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50

การปฏิรูปการศึกษารอบที่ 3 ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในระหว่างนี้ หากไม่กลับมาตั้งหลักให้ดีโดยการสอนภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย และยังคงใช้วิธีสอนภาษาไทยตามหลักภาษาของชนชาติอื่น การศึกษาของชาติก็จะยังคงประสบกับความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าดังที่ผ่านมา.
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 

ขอบคุณภาพจาก : วิกิพีเดีย, หลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 285