อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

ดรีมทีมเศรษฐกิจ'บิ๊กตู่2' ความท้าทายยุคเศรษฐกิจขาลง

สัปดาห์นี้โฟกัส “ทีมเศรษฐกิจบิ๊กตู่2” วัดฝีไม้ลายมือกับความท้าทายยุคเศรษฐกิจขาลง พฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


หลังจากรอคอยกันมาเกือบ 100 วันในที่สุดก็ได้รัฐบาลอย่างเป็นทางการตอนนี้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็ได้ฤกษ์เข้าทำงานกันแล้วสัปดาห์นี้ก็จะเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภาฯ หน้าตาและสมองครม.ชุดใหม่เป็นอย่างไรก็พอรู้ๆกันอยู่

ถ้าหากจะโฟกัสเฉพาะ “ทีมเศรษฐกิจบิ๊กตู่2” แฟนนานุแฟนพากันบ่นอุบผิดหวังเล็กๆ หลายคนบอกว่า เทียบกับชุดที่แล้วที่ฝีไม้ลายมือไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ชุดนี้ดูแล้วจะแย่กว่าเสียอีก ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของรัฐบาลผสมหลายพรรคก็ต้องจัดสรรตามที่นั่ง สส.แต่ละพรรค ในแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาลก็จะไปจัดสรรให้กับกลุ่ม ก๊วน ต่างๆ หรือเรียงลำดับอาวุโสอีกทอดหนึ่ง ที่จะฝันจะได้รัฐมนตรีที่มาด้วยความรู้ความสามารถคงจะต้องรอชาติหน้าตอนเย็นๆ

เมื่อคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถเป็นตัวตั้งหน้าตาครม. จึงมีหน้าตาก็ออกมาอย่างที่เห็นๆ “ภาพลักษณ์” ของครม.ชุดนี้ออกยิ่งน่าห่วง มีรอยตำหนิมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องจริยธรรมคุณธรรมที่ประพฤติบัติก่อนเป็นรัฐมนตรี เรื่องครหาในเรื่องอิทธิพล เรื่องอาชีพต่างๆว่าไม่ชอบมาพากล



หากมาดูฝีไม้ลายมือความสามารถเฉพาะตัวซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกนักการเมือง "ลายคราม" หลายคนก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วร้างเวทีบริหารมานับสิบปีฝีมือในอดีตก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร กลุ่มที่ 2 กลุ่มตระกูลอาจารย์ ส. ก็อยู่ในรัฐบาล ชุดที่แล้ว.ผลงานก็อย่างที่เห็นๆคงไม่ต้องอรรถาธิบายมากจนมีคนปรามาสว่าอยู่มา5ปีมีอำนาจเต็มที่ยังทำอะไรไม่ได้ ชุดนี้ยังอยู่ต่ออีกจึงไม่มีความหวังอะไร

อีกกลุ่มเป็น รัฐมนตรีป้ายแดง มีบางคนที่เพิ่งได้เป็น ส.ส.สมัยแรกด้วยซ้ำเรียกว่า เป็นนักการเมืองใหม่ถอดด้าม มีหลายคนส้มหล่นเพราะคนในตระกูลไม่สามารถรับตำแหน่งได้

ลองมาดูการจัดวางตำแหน่ง อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า การจัดวางไม่ได้พิจารณาจากความรู้ความสามารถ แต่พิจารณาจากจำนวน ส.สในมือมาต่อรองและจากผู้มีอำนาจที่อยู่ข้างหลัง ไม่แปลกใจที่มีข่าวความขัดแย้งเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี กันจนพรรคแทบแตกระหว่างเก้าอี้กระทรวงพลังงานกับเก้าอี้กระทรวงอุตสาหกรรม

วงในลึกๆ บอกว่า คนที่มานั่งรัฐมนตรีไม่ได้มีปัญหาอะไรกันแต่ปัญหาอยู่ที่คนมีอำนาจที่อยู่ข้างหลังไม่ไว้วางใจกันเอง กลายเป็นว่า เอาคนที่อยากอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมมานั่งกระทรวงพลังงาน แต่คนที่อยากได้กระทรวงพลังงานก็จำใจไปนั่งกระทรวงอุตสาหกรรม



คนที่มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจตัวจริงเสียงจริงอย่าง “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ที่พอจะเรียกความเชื่อมั่นจากนักธุรกิจได้ เคยติดโผแล้วหลุดเด้งไปเด้งมาถึง 2 ครั้งในที่สุดก็ต้องหลุดโผจริงๆ อีกคนหนึ่งที่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจดีมีประสบการณ์มากมาย อย่าง “หม่อมเต่า” จตุมงคล โสณกุล แต่ด้วยพรรคมีแค่ 5 เสียงจึงต้องไปนั่งกระทรวงแรงงานเป็นจับกัง1

หากเป็นการวางตำแหนงในทีมฟุตบอล บุคคลทั้งสองดังกล่าวข้างต้นถือว่าฝีไม้ลายมือจัดจ้านระดับ “ซือแป๋ เรียกอาจารย์” ควรจะเล่นกองหน้า กลายเป็นว่า คนหนึ่งต้องหลุดจากทีม ไปนั่งข้างสนาม แต่อีกคนถูกจับมาเล่นเป็นกองหลัง

ครม.เศรษฐกิจชุดนี้เป็นทีมฟุตบอลที่ไม่มีกองหน้า แม้ว่า จะมีตัวจริงที่เคยผ่านการบริหารประเทศมาแล้ว 5 ปี อย่างทีมของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และคณะ เที่ยวนี้กลับมาใหม่ แต่ก็มีคำถามมากมาย ว่า ขนาด 5 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างเอื้ออำนวย ทั้งเสถียรภาพรัฐบาล ที่มั่นคงไม่มีปัญหาการเมืองให้วุ่นวาย มีมาตรา 44 เป็นดาบอาญาสิทธิ์ เศรษฐกิจประเทศก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น



ยิ่งมาบริหารในรัฐบาลผสม สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไปมีฝ่ายค้านคอยจ้องตาไม่กระพริบ ไม่มีมาตรา 44 อยู่ในมือ มีแค่นิ้วที่จะชี้สั่งงานราชการ โอกาสที่จะบริหารประเทศแบบง่ายๆ เหมือน 5 ปีที่แล้วไม่มีอีกแล้วพอมาดูกองหลังอย่างกระทรวงเกษตร คมนาคม ก็ต้องบอกว่ามือยังใหม่หัดขับ

หากดูภาพรวม ครม.เศรษฐกิจชุดนี้ ก็คงต้องอาศัยพึ่งพาข้าราชการเป็นหลัก น่าเป็นห่วงว่า จะมีศักยภาพพอรับมือกับปัญหาที่ท้าทายรออยู่ข้างหน้าหรือไม่ปัญหาใหญ่ๆ ที่รอกวักมือเรียกให้ออกมาแก้อย่าง “วิกฤติภัยแล้ง” ปีนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสมากกว่าทุกปี และจะลามถึงปัญหาผลผลิตและราคาสินค้าเกษตร ปัญหาเงินบาทแข็งค่าส่งออกที่ทรุดหนักมาอย่างต่อเนื่อง ท่องเที่ยวที่ยังไม่โงหัว ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าอ่อนแรงไร้กำลังซื้อ รวมถึงปัจจัยภายนอก อย่างเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในยุคขาลง สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ปัญหาสหรัฐกับอิหร่าน และ สึนามิ ดีสทรัปชั่น เป็นต้น ล้วนแต่หนักหนาสาหัสทั้งสิ้น

ในเกมฟุตบอลนั้นการจัดผู้เล่นหรือการส่งตัวสำรองลงมาเปลี่ยนตัวมีอยู่สองคำที่โค๊ชคำนึงถึงคือ ลงมาเพื่อ “เปลี่ยนเกม” หรือ “ปิดเกม” แต่เห็นหน้า ครม.ชุดนี้ดูไม่ออกว่า บิ๊กตู่ จัดทีมเพื่ออะไร
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 112