อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

เหมืองแร่ใต้สมุทร

ตลอดช่วงเดือน ก.ค.นี้ องค์การก้นทะเลระหว่างประเทศ หรือ ไอเอสเอ (International Seabed Authority : ISA) หน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติ กำลังมีการประชุมที่กรุงคิงส์ตัน เมืองหลวงจาเมกา เพื่อร่วมหาข้อสรุป การตั้งกฎเกณฑ์สำหรับการขุดเจาะแร่ธาตุมีประโยชน์ ใต้ทะเลลึกทั่วโลก จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.30 น.


    ตลอดช่วงเดือน ก.ค.นี้ องค์การก้นทะเลระหว่างประเทศ หรือ ไอเอสเอ (International Seabed Authority : ISA) หน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติ กำลังมีการประชุมที่กรุงคิงส์ตัน เมืองหลวงจาเมกา เพื่อร่วมหาข้อสรุป การตั้งกฎเกณฑ์สำหรับการขุดเจาะแร่ธาตุมีประโยชน์ ใต้ทะเลลึกทั่วโลก
       
   จนถึงปัจจุบัน กฎระเบียบที่ไอเอสเอตั้ง อนุญาตให้ได้เฉพาะ “การสำรวจ” ห้ามขุดเจาะนำขึ้นมาใช้ประโยชน์
        
    เริ่มประชุมกันได้สักพัก วันที่ 4 ก.ค. เรือปฏิบัติการ “เอสเปอรานซา” ของกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ “กรีนพีซ” แห่งกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์ แลนด์ ออกแล่นเชิงสัญลักษณ์ สู่มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อทำการศึกษาระบบนิเวศใต้ก้นมหาสมุทร ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า กุมความลับต้นกำเนิดของสรรพสิ่งมีชีวิตบนโลก
    
     เป้าหมายก็เพื่อส่งสัญญาณไปยังที่ประชุมในกรุงคิงส์ตัน โดยกรีนพีซเป็น      ส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวระหว่างประเทศ ที่ผลักดันให้มีการออกกฎห้ามทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก อย่างน้อยจนกว่าจะมีการสำรวจจนเข้าใจดินแดนลี้ลับใต้สมุทรส่วนใหญ่อย่างถ่องแท้
   
      กรีนพีซบอกว่า ไอเอสเอไม่ใช่องค์กรที่ถูกต้อง ในการตัดสินใจ เรื่องนี้ต้องมีสนธิสัญญามหาสมุทรโลก สรุปความตกลงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในทุกประเด็นท้าทาย รวมถึง การประมง การขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และการทำเหมืองแร่ก้นทะเล
       
     เกรทเชน ฟรอห์-กรีน ศาสตราจารย์หญิงมหาวิทยาลัย อีทีเอช ในเมืองซูริก สวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในนักเคลื่อนไหวคนสำคัญ เดินทางไปกับเรือเอสเปอรานซาในเที่ยวนี้ด้วย ซึ่งเรือมีภารกิจหลักในการเก็บรวบรวมตัวอย่าง จากระบบนิเวศ ที่รู้จักกันในนาม เมืองที่สาบสูญ (Lost City) ที่เธอเป็นคนค้นพบ
        
      ปล่องระบายน้ำร้อนใต้ทะเลน่ากลัวจำนวนมาก เชื่อว่ามีความลับเบาะแสต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตซุกซ่อนอยู่ ปล่องเหล่านี้อยู่ในเขตน่านน้ำสากล ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของไอเอสเอ
        
     อาจารย์ฟรอห์-กรีน บอกว่า ประเด็นสำคัญคือ วิทยาศาสตร์ควรได้รับอนุญาตให้ทำการสำรวจก่อนใคร เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์โลก ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบบันทึก ก่อนถูกทำลายโดยการใช้สอยประโยชน์เชิงพาณิชย์
      
      เรือเอสเปอรานซาออกเดินทางจากหมู่เกาะอะโซร์ส ของโปรตุเกส กลางมหา สมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ใช้เวลา 5 วันเดินทางถึง “เมืองที่สาบสูญ” การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรณรงค์ Protect the Ocean ปกป้องมหาสมุทร ในปี พ.ศ. 2562/2563 ของกรีนพีซ
        
       ในรายงานของกรีนพีซ ตีพิมพ์เผยแพร่ในวันที่ 3 ก.ค. ระบุตอนหนึ่งว่า การทำเหมืองแร่ในทะเลลึก จะสร้างความเสียหายที่ไม่อาจซ่อมแซมได้ ซึ่งรวมถึงจะทำให้คาร์บอนที่ถูกกักเก็บอยู่ในหินตะกอนลึก ถูกปลดปล่อยออกมา นั่นหมายถึงจะช่วยเพิ่มปัญหาภาวะโลกร้อน
        
       ไอเอสเอเคยแถลงก่อนหน้านี้ว่า กฎระเบียบสำหรับการทำเหมืองแร่ทะเลลึก คาดว่าจะผ่านการอนุมัติ มีผลบังคับใช้ภายในเดือน ก.ค. 2563 หรือ 1 ปีนับจากนี้
        
       รายงานระบุว่า การประชุมที่กรุงคิงส์ตัน การแจกจ่ายสัมปทานเป็นหัวข้อที่ซับซ้อนที่สุด หลายบริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ของโลก ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม รวมถึงบริษัทดีพ กรีน ของแคนาดา ที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น นาอูรู และคิริบาติ ที่เตรียมรับเงินค่าสัมปทานก้อนโตจากบริษัท
        
     เจอราร์ด บาร์รอน ซีอีโอ บริษัทดีพกรีน กล่าวว่า บริษัทมีโครงการเพียงแค่เก็บรวบรวมก้อนแร่ที่อยู่บนพื้นมหาสมุทร ไม่ขุดเจาะทะลุทะลวงลงใต้พื้น แร่ที่บริษัทหมายตาประกอบด้วย นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง และแมงกานีส ที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจสีเขียว หรือเศรษฐกิจที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการทำเหมืองใต้สมุทรของดีพกรีน สร้างความเสียหายน้อยกว่าการทำเหมืองแร่บนดินบางส่วนเสียอีก.

          เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 50