อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

'ลดภาษีเงินได้'เผือกร้อน! ที่พปชร.ต้องแก้ลำก่อนล่ม

สัปดาห์นี้ย้อนดูนโยบายช่วงหาเสียง ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% หวังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ไอเดียจากพรรค พปชร. แต่เหตุใดล่าสุดถูกตั้งคำถามจะเดินหน้านโยบายต่ออย่างไร? จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


เอาละสิ...ยังไม่ทันไร นโยบายเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ที่บรรดาผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือแม้แต่ตัวหัวหน้าพรรคเอง ก็นั่งโต๊ะแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา กำลังจะโอละพ่อกันเสียแล้ว
 
เพราะล่าสุด รมว.คลัง และหัวหน้าพรรค พปชร. ออกมาระบุว่า ไม่ได้พูดถึงการลดภาษีโดยตรง แต่กำลังพูดว่าถึงเวลาที่จะมาทบทวนโครงสร้างภาษีของประเทศ เพราะมีความเหลื่อมล้ำอยู่ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล กับภาษีบุคคลธรรมดา ที่อัตราจัดเก็บห่างกันพอควร
 
เรื่องนี้ทำเอาบรรดามนุษย์เงินเดือน หรือบรรดาผู้มีหน้าที่เสียภาษี ถึงกับอึ้งกันเป็นแถว ทั้ง ๆ ที่พรรคพลังประชารัฐเองเคยบอกไว้ว่า “เพิ่มรายได้ ลดภาษีและให้โอกาส” ถือเป็น “หมัดเด็ด” ของพรรค
 
ขอย้ำกันอีกที “นโยบายเพิ่มรายได้” จะมีทั้งการเพิ่มค่าแรง เพิ่มฝีมือ ยกระดับอาชีวะ ให้ตอบโจทย์ด้านการพัฒนาของประเทศ การดูแลบุคคลที่ใกล้เกษียณหรือเกษียณแล้ว แต่ยังมีความรู้ความสามารถให้มีงานทำ
 


“นโยบายลดภาษี” ด้วยการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ปลอดภาษี 2 ปี เพื่อให้ตั้งตัวได้เร็ว เด็กจบใหม่ลดภาษี 5 ปี ซึ่งจะปรับทั้งระบบโดยรวม
 
“นโยบายให้โอกาส” คือฟรีแลนซ์ ฟรีสวัสดิการ 50 ถนนคนเดิน 50 เขต ปล่อยของได้ตังค์และสตาร์ทอัพ ไอเดียดี มีทุน เพื่อให้ธุรกิจใหม่ได้เกิด
 
ที่สำคัญพรรค พปชร. จะนำนโยบายด้านภาษีมาบรรจุลงในร่างนโยบายรัฐบาลใหม่ พร้อมทั้งแผนปฏิรูปฐานภาษีทั้งระบบ เพื่อกำหนดเป็นกรอบกว้าง ๆ ให้ รมว.คลัง ดำเนินการต่อไป
 
แต่มาวันนี้…กลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องทำทั้งระบบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ “อุตตม สาวนายน” ในฐานะรมว.คลังและหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐจะถูกถล่ม!! ว่า “กลับคำ”
 
เอาเป็นว่า... มีข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ออกมาย้ำไว้ว่า เรื่องของภาษี ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่ว่าจะขึ้นหรือลด ส่งผลกระทบกับคนทั้งประเทศ ที่สำคัญส่งผลต่อฐานะการคลังหรือเงินในกระเป๋าของรัฐบาลด้วย
 
เพราะถ้าหากเป็นเพียงการยกเว้นภาษีให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เป็นเวลา 2 ปี ก็ไม่มีปัญหา!!! เพราะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เหล่านี้แทบจะไม่ได้อยู่ในฐานภาษีหรือเก็บภาษีไม่ได้อยู่แล้ว
 
ฉะนั้น…ก็เท่ากับว่า เป็นการชะลอเวลาการไล่เก็บภาษีจากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เท่านั้น ก็ถือว่า “ทำได้”
 


แต่!! ถ้าเป็นเรื่องของการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาล่ะก็ ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับว่าทำให้รายได้ของรัฐต้องหายไปเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว คำนวณคร่าว ๆ แบบเร็ว ๆ ก็ราว ๆ 50,000-60,000 ล้านบาทโน่น
 
หากจะลดภาษีส่วนนี้ ก็ต้องไปเก็บภาษีส่วนอื่นเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป ก็ด้วยเหตุนี้ที่ทำให้ รมว.คลัง ต้องออกมาเบรก “หมัดเด็ด” ของตัวเอง จนกลายเป็นชนวนที่ทำเอาใครต่อใครดาหน้ากันออกมาตั้งคำถาม
 
แม้จะบอกว่า สิ่งที่พรรค พปชร. เสนอไว้นั้นไม่ได้พูดถึงการลดภาษีโดยตรงก็ตาม แต่มาวันนี้...ข้อมูลหลักฐานที่เคยหาเสียงไว้ก่อนหน้านี้ กำลังถูกออกมาตีแผ่ให้เห็น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าพรรค คงไม่สามารถปฏิเสธได้
 
เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ คงต้องหาเหตุผลมาอธิบายถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ทำไม่ได้ จะเป็นเรื่องที่น่าฟังมากกว่า ไม่ใช่ใช้เหตุผลว่า “ไม่ได้พูด” เพราะไม่เช่นนั้น…เรื่องนี้! อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการการสั่นคลอนของ “ฐานะของรัฐบาล” ทั้งที่ยังไม่ได้เดินหน้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการด้วยซ้ำไป
 


ไม่เพียงเท่านี้ ในเวลานี้ ต้องยอมรับว่าการเข้ามาบริหารประเทศ ด้วยเสียงที่ปริ่มน้ำ ด้วยรัฐบาลผสมที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ก็แทบจะเป็นจุดอ่อนของฐานะของรัฐบาลอยู่แล้ว
 
แถมยังมีปัญหาอีกสารพัด ที่ต้องเร่งแก้ โดยเฉพาะ “ปัญหาปากท้องของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ” ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการหารายได้เข้าประเทศ ท่ามกลางการส่งออกที่กำลังย่ำแย่ หรือแม้แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่หดหาย เพราะค่าเงินบาทแข็งค่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แบบคนรวยก็รวยขึ้น คนจนก็จนลง เพราะ “รวยกระจุกแต่จนกระจาย” และยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย
 
หากการจัดทำนโยบายของรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ค. นี้ ยังไม่อิงกับนโยบายที่เคยหาเสียง เพื่อแลกคะเนนเสียงให้ได้เป็นผู้บริหารประเทศเข้าให้อีก ก็จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่อนาคตของรัฐบาลของบิ๊กตู่ สมัยที่ 2 ที่ไม่มั่นคงก็เป็นไปได้.
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”
ขอบคุณภาพจาก : @PPRPThailand , Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 86