อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

จัดการขนส่ง'ตัวก่อควัน' แก้ไขวิกฤติโลกร้อนได้!

สัปดาห์นี้ชวนดูวิธีทั่วโลก แต่จุดหมายเดียวกัน คือ แก้ไขโลกร้อนด้วยมาตรการบนถนน จัดการด้านการขนส่งตัวก่อควัน เพื่อต่ออนาคตให้โลก พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญของโลก นอกจากการใช้พลังงานไฟฟ้า การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรมปศุสัตว์ การก่อสร้าง ก็คือ...การคมนาคมขนส่ง ที่เป็นแหล่งของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำคัญที่ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์วิกฤติโลกร้อน

วันนี้ชวนดูตัวอย่างการแก้ไขโลกร้อนของทั่วโลกที่เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ต้นเหตุอย่างมาตรการการคมนาคมขนส่ง ดังนี้

1.เลนสำหรับคนเดิน เลนจักรยานและรถไฟฟ้าเล็กทั่ว พร้อมจักรยานยืมคืนที่ไหนก็ได้ เดินทางใกล้สะดวก บางที่แบนมอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์คือหนึ่งในตัวก่อควันและมลพิษหนักกว่ารถยนต์ หลายเมืองแบนมอเตอร์ไซค์ อย่างหลายเมืองในจีน ย่างกุ้ง ปารีส สิงคโปร์ และฮานอย (กำลังแบน) โดยอย่างในจีนผลักดันให้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่สำคัญหลายเมืองได้มีเลนสำหรับรถจักรยานและรถไฟฟ้าเล็ก ทำให้ลดการใช้รถส่วนตัวที่พ่นควันได้เยอะ พร้อมมี “จักรยานเช่า คืนที่ไหนก็ได้” ช่วยผลักดันให้คนหันมาใช้จักรยานมากขึ้น โดยใช้โทรศัพท์สแกนจ่ายผ่านแอปฯ ได้เลย

2.รถสาธารณะครอบคลุม สะดวก ถูก ดี ฟรี ใช้ไฟ ไร้ควันดำ มีเลนเฉพาะ รวดเร็ว คำนวนเวลาได้ 

หลายเมืองมีรถสาธารณะที่ครอบคลุม ราคาถูก หรือฟรี ที่ใช้พลังงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้ผู้คนหันมาใช้รถสาธารณะมากขึ้น ช่องทางเฉพาะสำหรับรถสาธารณะไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถเมย์ หรือรถไฟฟ้า ก็จะทำให้การเดินทางรวดเร็ว ในหลายเมืองผู้โดยสารสามารถคำนวนเวลาการเดินทางได้อย่างแน่นอนจากการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งด้วยรถสาธารณะ



3.วันไร้รถ โซนปลอดรถ

วันปลอดรถเป็นวันที่ประชาชนในเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ลด และงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ลดมลพิษ ลดจราจรติดขัด ลดความเครียด ให้เห็นทางเลือกอื่นในการเดินทางอย่างการขี่รถจักรยาน การเดิน การวิ่ง หรือนั่งรถสาธารณะ ในเมืองจาการ์ตาจัดขึ้นสัปดาห์ละครั้ง วันดังกล่าวผู้คนออกมาทำกิจกรรมเต็มถนนอย่างสนุกสนานกับการออกกำลังกาย ยังมีความสุขไปกับการทำกิจกรรม อย่างการกินอาหารสตรีทฟู้ด และชมดูการแสดงต่าง ๆ ที่จัดบนท้องถนนอยู่เป็นประจำ

ส่วนโซนปลอดรถ ในหลายเมืองทั่วโลกมีมาตราการแบนรถในบางโซนของเมือง โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ เช่น ในยุโรป เดนมาร์ก ทยอยหยุดใช้รถยนต์เป็นเวลากว่า 10 ปี มุ่งจะเป็นเมืองไร้คาร์บอนภายในปี 68 

4.เธอขับวันคู่ ฉันขับวันคี่

ห้ามใช้รถในวันคู่สำหรับรถป้ายทะเบียนเลขคู่ และวันคี่สำหรับป้ายเลขคี่ในช่วงที่มีควันพิษหนัก ๆ เมืองที่ใช้ เช่น ปารีส, เดลี, และปักกิ่ง เป็นต้น



5.แบนเครื่องยนต์เชื้อเพลิง เครื่องดีเซล และเครื่องใหญ่

เมืองใหญ่ของโลกในฝั่งยุโรป เช่น ปารีส เอเธนส์ เม็กซิโกซิตี และมาดริด มีแผนจะยุติการใช้รถยนต์ดีเซลภายในปี 68 ส่วนเมืองปารีส ห้ามรถที่ผลิตก่อนปี 1997 ขับเข้าไปในย่านใจกลางเมืองช่วงวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.00-20.00 รวมทั้งห้ามรถยนต์ดีเซลทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนก่อนปี 2001 ขับเข้าพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่สเปน เริ่มใช้มาตรการจำกัดรถยนต์ที่จะวิ่งเข้าไปในเขตควบคุมคุณภาพอากาศ ย่านใจกลางกรุงมาดริด

6.สนับสนุนการใช้ และผลิตรถเครื่องยนต์ไฟฟ้า

หลายประเทศกำลังมีแผนอนุญาตให้ใช้รถเครื่องยนตร์ไฟฟ้าเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนตร์หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพราะไม่สร้างควันไอเสีย รวมถึงมีที่สำหรับชาร์จไฟฟ้าทั่วเมือง

7.จำกัดโควตาจับฉลากซื้อรถ

เมืองปักกิ่งมีประชากรอาศัยจำนวนมากประมาณ 21 ล้านคน ความต้องการใช้รถและซื้อรถส่วนตัวก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องมีการจำกัดจำนวน หรือจับฉลากเพื่อการซื้อรถในแต่ละปี



8.ลดจำนวนที่จอด และเพิ่มโซนห้ามจอด

หนึ่งในการลดการปล่อยควันไอเสีย คือ การลดจำนวนรถ โดยการลดที่จอด เกาหลีใต้ปิดลานจอดรถตามหน่วยงานรัฐ 360 แห่ง ส่วนเยอรมนีห้ามจอดรถใกล้บ้าน ต้องเสียค่าที่เช่าที่จอดรถแพง ทำให้ไม่อยากมีรถส่วนตัว

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ภาวะโลกร้อน” เกิดจากที่การกระทำของมนุษย์ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น เช่น การเผาไหม้ การปล่อยควัน ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอนไดออกไซด์ และการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งส่งผลกระทบให้เราได้เห็นแล้วในปัจจุบันนี้

รายงานจากสหประชาชาติเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (IPCC) เตือนว่า จากอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศในปัจจุบัน ในปี 2573 (อีก 11 ปีข้างหน้า) อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจเพิ่มสูงขึ้น 1.5 องศาฯ เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และจะทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ เช่น ภาวะแห้งแล้งจากไฟป่า อากาศร้อนจัด หนาวจัด พายุรุนแรง ขาดแคลนอาหารทั่วโลก ผู้คนล้มตาย หลายล้านสายพันธุ์ถึงแก่การสูญพันธุ์ และที่สำคัญ “น้ำท่วมใหญ่” ซึ่งกรุงเทพฯ และหลาย ๆ เมืองทั่วโลกอาจจะจมอยู่ใต้น้ำ

ไม่ต้องรออีก 10-20 ปี วันนี้สิ่งแวดล้อมของโลกเราก็วิกฤติแล้ว จะเอาอย่างไรกันต่อดี ??? เพราะสิ่งที่เราตัดสินใจจะทำวันนี้ จะส่งผลต่ออนาคตของโลก.
................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง
โดย “ร่มธรรม ขำนุรักษ์” 
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 202