อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562

10ชาติอาเซียนจัดบอลโลก พร้อมหรือแค่ฝันกลางวัน?

สัปดาห์นี้มีกระแสกลุ่มประเทศในเอเชีย “ไม่เห็นด้วย” กับอาเซียนจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ในอีก 15 ปีข้างหน้า เพราะประเทศเจ้าภาพบางรายก็ขาดทุนจนประเทศเกือบล่มจมก็มีมาแล้ว พฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อที่ประชุมอาเซียนซัมมิต (ASEAN Summit) ครั้งที่ 34 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อ 10 ประเทศอาเซียนจับมือกันเสนอตัวเป็น “เจ้าภาพฟุตบอลโลก” ในปี 2534 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า อันที่จริงไม่ใช่ครั้งแรก แต่มีกระแสข่าวลักษณะนี้มาเป็นระยะ ๆ แล้วก็เงียบหายไป

การเป็นเจ้าภาพมหากาพย์กีฬาของโลก มีเรื่องที่ฟีฟ่า “เจ้าของลิขสิทธิ์” ต้องพิจารณามากมาย อาทิ ประเทศที่เสนอตัวมีศักยภาพเศรษฐกิจแข็งแกร่งหรือไม่ มาตรฐานทีมฟุตบอลว่าอยู่ระดับไหน ปัญหาการเมืองหรือไม่ ประชาชนในประเทศสนใจมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น

ราคาประมูลลิขสิทธิ์ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เป็นปัจจัยชี้ขาดที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ปัจจัยสำคัญจริง ๆ คือ ความเป็นเอกภาพของกลุ่มอาเซียนที่ผ่านมายังไม่เป็นหนึ่งเดียวเท่าที่ควร



ปรากกฏการณ์การเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลกนั้น มีครั้งแรกในปี 2002 โดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้มีศักยภาพใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของทีมฟุตบอล ทั้งคู่เคยเล่นฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง เสถียรภาพด้านเศรษฐกิจก็พอ ๆ กัน แต่ครั้งนี้มีถึง 10ประเทศ มาตรฐานฟุตบอลก็ห่างจากระดับโลกค่อนข้างมาก ศักยภาพเศรษฐกิจทั้ง 10 ประเทศก็ต่างกันลิบลับ

แค่เจรจาตกลงกันว่า คู่เปิดสนามกับคู่ชิงจัดที่ไหนก็น่าปวดหัวแล้ว ปกติเจ้าภาพจะได้เข้ารอบสุดท้ายอัตโนมัติ แต่เที่ยวนี้จะแบ่งอย่างไร ตรงนี้จึงนี้มีกระแสกลุ่มประเทศในเอเชียหลายประเทศ “ไม่เห็นด้วย” กับอาเซียนจะเป็นเจ้าภาพ เพราะกลัว...โดนแย่งโควตา

หากจะพูดถึงผลประโยชน์ที่ประเทศเจ้าภาพได้รับ “ความภาคภูมิใจ” เป็นสิ่งแรกและเป็นสิ่งเดียวที่ได้แน่ ๆ ในระยะหลัง ๆ นี้ มีการตั้งคำถามว่าจริง ๆ แล้ว ประเทศผู้จัดได้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด เพราะจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ครั้งล่าสุดรัสเซียเป็นเจ้าภาพ ตั้งงบใช้จ่ายประมาณ 11,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 371,200 ล้านบาท ถ้าเทียบกับงบที่บราซิล เจ้าภาพบอลโลกปี 2014 ใช้ เพิ่มขึ้น 3 เท่า และเอาเข้าจริงอาจจะสูงกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดงานฝ่ายรัสเซียประเมินว่า ผลของการเป็นเจ้าภาพจัดบอลโลก 2018 ที่จะมีต่อเศรษฐกิจของประเทศรัสเซียนั้น น่าจะมีมูลค่าถึง 30,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 9.8 แสนล้านบาท แต่เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์นั้นยาวไปจนถึงปี ค.ศ. 2023 เลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ปี 2018 ที่เป็นเจ้าภาพ

สำหรับตัวเลขข้างต้นของรัสเซีย ยังรวมถึงเงินที่จะช่วยประหยัดจากการที่ประชาชนไม่ต้องเจ็บป่วยและไม่ต้องลางาน เพราะได้แรงจูงใจที่จะ “เล่นกีฬา” และทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมถึงในระหว่างการก่อสร้างสถานที่แข่งขันก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่แล้ว 220,000 ตำแหน่ง



อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ประเทศเจ้าภาพบางรายก็ขาดทุนจนประเทศเกือบล่มจมก็มี คือ “ได้ไม่คุ้มเสีย” สนามกีฬาหลายแห่งเมื่อหมดการแข่งขันก็ถูกทิ้งรกร้าง ไม่ได้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่างกรณีของบราซิลที่เป็นเจ้าภาพบอลโลกปี 2014 มีการทุ่มทุนจัดงานหลักหมื่นล้านดอลลาร์ แต่สุดท้ายสนามแข่งขันอันอลังการ ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่จอดรถ

ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว ผลพวงทางเศรษฐกิจในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาใหญ่ ๆ จะมองจากโอกาสในด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการใช้งบลงทุนก่อสร้างสนามกีฬา บ้านพักนักกีฬา และอื่น ๆ ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามมา รวมถึงโอกาสในการประชาสัมพันธ์ประเทศและเมืองที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขัน ให้ทั่วโลกรู้ว่ามีความเจริญ ทันสมัย และน่าเข้าไปทำธุรกิจการค้า-การลงทุนแค่ไหน

ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวนั้น บ่อยครั้งที่ตัวเลขคาดหมายจำนวนนักท่องเที่ยวมากเกินความเป็นจริง เช่นในการแข่งขันบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ เอาเข้าจริงก็มาเพียงแค่ 2 ใน 3 ของตัวเลขที่ตั้งเป้า



ผู้ที่จะได้ประโยชน์โดยตรง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการโรงแรม มากกว่าผู้ใช้แรงงานหรือผู้ให้บริการทั่ว ๆ ไป ส่วนการจัดงานบอลโลกที่รัสเซียครั้งนี้ก็เช่นกัน นักวิเคราะห์มองว่า ผู้ได้ประโยชน์รายใหญ่ คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ในส่วนของผู้จัดจะเป็นสมาคมฟุตบอล (ไม่ใช่ในแง่ประเทศ) รายได้ใหญ่สุดมาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันนั่นเอง แต่ผู้จัดในประเทศนั้น ๆ ก็ยังได้ประโยชน์น้อยกว่าฟีฟ่าซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง

นอกจากนั้นยังมีรายได้จากการจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งขัน รายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก การทำข้อตกลงใบอนุญาตและลิขสิทธิ์ต่าง ๆ รวมทั้งรายได้จากบรรดาผู้สนับสนุน (สปอนเซอร์) การแข่งขัน

อย่างไรก็ตามแต่การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานั้น ไม่ควรเล็งไปในเชิงตัวเลขหรือสถิติแต่เพียงด้านเดียว เพราะประโยชน์ในแง่ “จิตวิทยา” ซึ่งวัดได้ยากนั้นก็เป็นประโยชน์ที่สำคัญไม่แพ้กัน

เรื่องนี้หากประเทศไทยคิดจะเป็นเจ้าภาพ คงจะต้องนำมาหักกลบลบกันให้ดีว่าคุ้มหรือไม่.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”

ขอบคุณภาพจาก : @ASEAN2019TH , www.asean2019.go.th , Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 91