อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562

เลือกที่อยู่ ตอนที่ 4

พวกไม่รักดี ไม่ยอมร่วมสังฆกรรมด้วย เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือ มุ่งเตรียมตัวจะเป็น ผบ.ทบ. เป็นนายกรัฐมนตรีท่าเดียว ไม่เที่ยวไม่เตร่... จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 11.00 น.


ท่านผู้อ่านครับ ขอฟ้องหน่อย...คือว่าหลวงท่านกับพวกผมมักมีความเห็นไม่ค่อยจะตรงกันเสมอในเรื่องการศึกษา รวมทั้งการส่งตัวพวกผมมายังศูนย์การทหารปืนใหญ่ครั้งนี้ด้วย คือหลวงท่านระบุไว้ในหนังสือส่งตัวพวกผมนักเรียนนายร้อยทั้ง 25 คนมายังแหล่งตักศิลาของทหารปืนใหญ่ที่ลพบุรีแห่งนี้ว่า ให้เอาเด็กปี 4 ทั้งหมดนี้มาเรียนวิชาของเหล่าทหารปืนใหญ่ในหลักสูตร “ชั้นนายร้อย”เพื่อจะได้จบออกไปเป็นนายทหารปืนใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถ ไปยิงปืนใหญ่ใส่ข้าศึกได้อย่างแม่นยำ ไม่โดนพวกเดียวกัน และยังมีความประพฤติที่ดีเพื่อจะได้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในอนาคตอีกด้วย ฯลฯ เนี่ยครับ เรื่องน่าเบื่อทำนองนี้ นอกจากนี้ เนื่องจากพวกมัน(คือพวกผม)ยังมีสภาพเป็นนักเรียนนายร้อยอยู่ ดังนั้นขอให้ศูนย์การทหารปืนใหญ่ช่วยดูแลมันให้ดีด้วย อย่าให้มันสูบบุหรี่ อย่าให้มันกินเหล้า อย่าให้มันโดดเรียน ถึงไม่ขาดเรียนแต่ก็อย่าให้มันนั่งหลับในห้องเรียน อย่าให้มันแต่งชุดพลเรือน อย่าให้มัน...อื่นๆอีกกว่า 500 รายการซึ่งล้วนน่าเบื่อเช่นกัน และพร้อมกันนี้ทางโรงเรียนนายร้อยฯ ได้แนบใบคะแนนความประพฤติพร้อมด้วยกติกาการตัดคะแนนมาด้วยแล้ว ใครทำผิดตัดแต้มมันเลย ไม่ต้องเกรงใจ!

เนี่ย...ท่านผู้ชมครับ ดูหลวงท่านทำกะพวกผม...

นอกจากนั้นนะครับ โดยไม่ได้สำรวจ ไม่เอ่ยปากถามความคิดเห็นของพวกเราเลยสักนิดเดียว ศูนย์การทหารปืนใหญ่กับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าก็งุบงิบตกลงกันเองเสร็จสรรพแล้วประกาศให้พวกเราได้รับรู้ว่า หลักสูตรชั้นนายร้อยที่พวกเอ็งจะต้องก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างจริงจังนี่นะโว้ยเฮ้ย มีความยาว 3 เดือนเต็มๆ แล้วพอใกล้จบทางศูนย์การทหารปืนใหญ่ซึ่งรับผิดชอบในการบริหารกิจการกำลังพลของเหล่าทหารปืนใหญ่ทั้งประเทศก็จะเอาบัญชีหางว่าวมาให้ดูว่า พวกเอ็งทั้ง 25 ตัวนี่นะจะถูกส่งตัวไปอยู่ที่ไหนบ้าง เช่น กรุงเทพฯ 3 ที่ เชียงใหม่ 2 ที่ ปัตตานีที่เดียว ฯลฯ ซึ่งก็คือการเลือกที่อยู่ที่จะไปรับราชการครั้งแรกในชีวิตนายทหารของเราทั้งหลายนั่นเอง



ส่วนการเลือกที่อยู่นะโว้ย...หลวงท่านสำทับปิดท้ายอย่างเย่อหยิ่งว่า ไม่มีการวิ่งเต้นเส้นสายอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลำดับที่ของคะแนนสอบที่เอ็งจะทำได้ระหว่างเรียนหลักสูตรชั้นนายร้อย 3 เดือนนี่เอง...

อ่านดูแล้วดูมันก็ถูกต้องและง่ายดี เป็นธรรมดีแล้วใช่ไหมครับ แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่หลวงท่านคบคิดกันหรอก ที่มันไม่ง่ายน่ะไม่ใช่เพราะคนอื่นคนไกลหรอก ก็พวกผมที่นั่งหลับๆตื่นๆในห้องเรียนหลักสูตรชั้นนายร้อยนั่นเองที่จะทำเรื่องง่ายๆตามคำสั่งหลวงท่านนี้ให้มันกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาตามประสาคนจะเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคต ที่สมควรจะลิขิตเส้นทางชีวิตของตัวเองเสียแต่แรก ฮ่า ฮ่า

โธ่...ท่านผู้อ่านครับ 2 ปีในโรงเรียนเตรียมทหาร และ 4 ปีในโรงเรียนนายร้อยฯน่ะมันเกินพอแล้วสำหรับความอดทนในการเรียนและการอยู่ในระเบียบวินัยจุกจิกร้อยแปด ดังนั้นอีตอนมาเรียนหลักสูตรชั้นนายร้อยนี่ ทั้งๆที่บนบ่ายังติดเลย 4 อยู่ แต่ชาวบ้านร้านตลาดและทหารในค่ายเขาเรียกพวกผมว่า “ผู้หมวด”กันหมดทั้งค่ายแล้ว พวกเราจึงมีความรู้สึกเห็นพ้องต้องกันโดยมิได้นัดหมายว่า ไอ้ 3 เดือนในโรงเรียนทหารปืนใหญ่ซึ่งผู้หมวดผู้กองก็ไม่ค่อยมายุ่งกับพวกเราแล้วนี้ พวกเราควรจะใช้เวลาส่วนใหญ่สำหรับการ “เตรียมตัว”เป็นนายทหารกันดีกว่า ติดดาวเป็นผู้หมวดเต็มตัวเมื่อไหร่จะได้ไม่เคอะเขินเก้งก้างให้ขายขี้หน้าสถาบัน



การเตรียมตัวในเรื่องวิชาชีพของทหารโดยตรงนั้นหมูมาก เพราะตำราเขากำหนดไว้แล้ว และส่วนใหญ่ก็เรียนมาหมดแล้วระหว่างเป็นนักเรียน จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วงใยเลยแม้แต่น้อยสำหรับยอดฝีมือที่เลือกเหล่าทหารปืนใหญ่ได้อย่างพวกเรา แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องที่ไม่มีในตำรา ไม่มีในการฝึกอบรม จึงสมควรฝึกหัดไว้เสียแต่เนิ่นๆ ก่อนออกรับราชการอันได้แก่ การฝึกหัดเสพสุรา การฝึกหัดเที่ยวไนต์คลับ การฝึกหัดตีบิลเลียด-สนุกเกอร์ การฝึกหัดเล่นไพ่ชนิดต่างๆ ฯลฯ (ผมไม่กล้าเขียนอีกหลายๆเรื่องครับที่เราต้องฝึกหัด เดี๋ยวเสียภาพพจน์หมด เอาว่าเหมือนคุณๆนั่นแหละน่า) สรุปว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์และการเล่าเรียนของเหล่านักเรียนนายร้อยผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาในสายตาของหลวงท่านซึ่งไม่เคยมีความคิดเห็นตรงกันเลยกับพวกเราเป็นอย่างยิ่ง

ว่ากันอันที่จริงแล้วใครจะเที่ยวอะไร ใครจะฝึกจะหัดอะไรก็ไม่น่ามีปัญหาใช่ไม่ครับ เป็นเรื่องตัวใครตัวมัน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว รักดีหามจั่ว ส่วนถ้ารักชั่วจะไปหามอะไรก็ตามใจ แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะขณะที่ส่วนใหญ่ของพวกเราล้วนเห็นด้วยที่จะเข้าหลักสูตรเตรียมตัวเป็นนายทหาร เรื่องเรียนไม่สำคัญ แต่มีบางส่วนครับ พวกไม่รักดี ไม่ยอมร่วมสังฆกรรมด้วย เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือ มุ่งเตรียมตัวจะเป็น ผบ.ทบ. เป็นนายกรัฐมนตรีท่าเดียว ไม่เที่ยวไม่เตร่...

มันจะพากันเดือดร้อนทั้งรุ่นก็อีตอนจบ 3 เดือนแล้วต้องเลือกที่อยู่ตามคะแนนสอบไงครับ!

.............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay

ติดตามอ่าน "เลือกที่อยู่" ทุกตอนได้ที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%