อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

เข้าค่ายสอน'ว่ายน้ำ' พัฒนาสมองซีกขวา

สัปดาห์นี้พาเด็ก ๆ ไปเข้าค่ายพัฒนาสมองซีกขวาว่าทำงานอย่างไร เสริมความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และศิลปะ แม้แต่การว่ายน้ำถ้าทำอย่างต่อเนื่องก็เป็นการพัฒนาสมองซีกขวาเช่นกัน จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 น.


ช่วงปิดเทอมของเด็กโรงเรียนไทยที่ผ่านมา ลูกชายผมได้ไปเข้าค่ายที่ชื่อว่า Swim + Art = MANTA SMART CAMP เป็นค่าย 5 วัน จันทร์ถึงศุกร์ เช้าเรียนว่ายน้ำ บ่ายเรียนศิลปะ การสอนทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ลูกชายชอบมากครับ และค่ายนี้กำลังจะเปิดอีกครั้งในเดือนก.ค. สำหรับเด็กที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์โดยเฉพาะ มาดูกันดีกว่าครับว่าค่ายนี้มีอะไรกันบ้าง ผมได้สัมภาษณ์ คุณแตง-ฐิติยา โอกาด้า เจ้าของและผู้ก่อตั้ง Manta Kids

คุณแตง เล่าให้ผมฟังว่า Manta Kids เป็นโรงเรียนสอนว่ายน้ำสำหรับเด็กเล็กถึงเด็กโต แต่ที่จัด MANTA SMART CAMP ขึ้นมา เพราะตั้งใจอยากพัฒนาสมองซีกขวาให้กับลูกชายของคุณแตงเอง...หลายคนบอกว่าถ้าเด็กเก่งด้านไหนควรส่งเสริมและพัฒนาไปให้สุดทาง ซึ่งครอบครัวคุณแตงก็ทำเช่นนั้นมาก่อน ลูกชายของคุณแตงมีความสามารถทางการว่ายน้ำ คุณแตงและสามีก็ส่งเสริมความสามารถด้านนี้จนลูกชายเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนและแข่งได้รางวัลมากมาย



เมื่อลูกชายคุณแตงเข้าเรียนในระบบของโรงเรียนอินเตอร์ ถ้าเป็นการสอบที่วัดความรู้ ตรรกะและเหตุผล ลูกชายเธอไม่มีปัญหาเลย แต่พอเป็นเรื่องของการปฎิบัติ ลงมือทำ หรือการทำงานศิลปะ ลูกชายเริ่มมีปัญหา อาทิเช่น เมื่อได้กระดาษเปล่ามา ลูกชายไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ถ้ามีต้นแบบอาจจะทำตามตัวอย่างได้บ้าง แต่ถ้าให้คิดใหม่เองกลับทำไม่ได้ คุณแตงมองจุดนี้ว่าลูกชายไม่ได้ถูกฝึกให้ทำงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ จึงอยากพัฒนาตรงจุดด้อยนี้ให้ดีขึ้น อย่างน้อยก็ให้อยู่ในระดับที่เรียนไม่ลำบากจนเกินไป เมื่อได้คุยกับผู้ปกครองอีกท่านที่เป็นอาจารย์สอนศิลปะจบจาก Academy of Art University, San Francisco ลูกชายของผู้ปกครองท่านนี้ทำงานศิลปะได้สบายมาก แต่อยากเสริมด้านการออกกำลังกาย จึงมีการแชร์ความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ในที่สุดทั้งสองท่านได้ทำแคมป์นี้ขึ้นมาในช่วงปิดเทอมเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

คุณแตงบอกว่า MANTA SMART CAMP มีคอนเซ็ปต์คือ Light Up the Right Brain” เน้นพัฒนาสมองซีกขวา (ด้านความคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพ) โดยเป็นค่ายแบบเต็มวันเริ่มตั้งแต่ 09.00 เลิก 15.00 น. มีอาหารกลางวันให้รับประทาน มีของว่างเช้าและบ่าย มาฝากลูกไว้ที่นี่ได้เลย แคมป์จะแบ่งเป็นว่ายน้ำครึ่งวันและทำงานศิลปะครึ่งวัน การทำงานศิลปะเป็นการพัฒนาสมองซีกขวา ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ในแต่ละวันเด็ก ๆ จะได้ทำงานศิลปะไม่ซ้ำกัน เช่น



Pottery ฝึกปั้นดิน ฝึกการใช้มือ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ทำให้เด็กมีสมาธิและพัฒนาสมองซีกขวาได้ในเรื่องศิลปะ 3 มิติและเรียนรู้เรื่องมิติสัมพันธ์

การเขียน Doodle หรือการลากเส้นต่อจุดไปจนเต็มหน้า ถ้าให้กระดาษเปล่า เด็กบางคนไม่รู้จะเริ่มวาดอะไรก่อน แต่จะมีอาจารย์มาสอนให้วาดวัตถุหลัก แล้วค่อยตามด้วยลายเส้นต่อเติมในที่ว่าง เมื่อเด็กได้ทำอย่างต่อเนื่องจะทำให้การวาดไหลลื่นขึ้น มีงานวิจัยบอกว่าการวาด Doodle ช่วยให้คิดเป็นภาษาภาพและทำให้ความจำดีขึ้นอีกด้วย

Build Your First Computer & Coding ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กยุคนี้เล่นเกมบนหน้าจอมือถือเกือบทุกคน แต่แทนที่จะเป็นผู้เล่นอย่างเดียว ลองมาเป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์และหัดเขียนโปรแกรมกันดีไหม เริ่มด้วยการรู้จักส่วนต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์จากประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองและเรียนรู้การเขียนโค้ดเบื้องต้น

Tie Dye เรียนการทำผ้ามัดย้อม วาดลวดลายศิลปะบนผืนผ้าแบบไม่ซ้ำใคร สร้างจินตนาการ ฝึกความอดทน และเห็นผลลัพธ์ของผลงานได้ในวันนั้นเลย

Magic Trick ฝึกเล่นมายากล มีอาจารย์มาสอนทริกมายากล โดยจะมีการบอกกฎพื้นฐานของมายากลให้เด็ก ๆ ทราบก่อน เช่น เล่นเพียงครั้งเดียว ไม่มีเล่นซ้ำให้ดูอีก ห้ามเฉลยกลของตัวเอง และหมั่นฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำอีกจนชำนาญก่อนจะเริ่มแสดง ผมเองก็ได้รับเชิญมาเป็นผู้ชมร่วมกับผู้ปกครองอีกหลาย ๆ ท่าน ได้เห็นว่าลูกชายเล่นมายากลอย่างมั่นใจ และทำให้ผู้ชมประหลาดใจได้จริง ๆ



อีกครึ่งวันจะเป็นการฝึกว่ายน้ำ คุณแตง บอกว่า การออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อแขนและขาเป็นการพัฒนาสมองซีกซ้าย แต่จริงๆ แล้วการเคลื่อนไหวท่วงท่าที่ทำซ้ำโดยไม่ต้องคิดเหมือนกับการแปรงฟันหรือการกินข้าวเป็นเรื่องของสมองซีกขวา ซึ่งถ้าเราฝึกให้การเคลื่อนไหวในการว่ายน้ำอย่างต่อเนื่องก็จัดเป็นการพัฒนาสมองซีกขวาเช่นกัน ทำให้การว่ายน้ำถือเป็นการพัฒนาสมองทั้งสองด้านไปพร้อม ๆ กัน

เริ่มจากการวอร์มร่างกายบนบกให้พร้อมก่อนลงน้ำ แล้วโค้ชจะปล่อยให้เด็กว่ายน้ำเต็มกำลัง หลังจากนั้นโค้ชจะสังเกตเพื่อแบ่งกลุ่มการสอนให้เหมาะสมกับความสามารถของเด็ก การสอนว่ายน้ำที่นี่จะเน้นการปรับท่าให้ถูกต้องก่อน เมื่อว่ายน้ำด้วยท่าที่ถูกต้องแล้ว เด็กจะไม่ต้องใช้กำลังมากจนเกินไป ทำให้ว่ายสนุกและว่ายได้นาน อันนี้ผมช่วยยืนยันครับเพราะผมไม่เคยเห็นลูกชายว่ายน้ำติดต่อกันได้ถึง 2 ชม. มาก่อน โค้ชจะค่อย ๆ ปรับท่า การเคลื่อนไหว การหายใจทุกรอบเวลาที่ว่ายเข้ามา ค่อย ๆ เติมทีละนิดจนวันท้าย ๆ ลูกชายว่ายน้ำได้ดีกว่าวันแรกอย่างเห็นได้ชัด

นอกเหนือจากการว่ายน้ำแล้ว จะมีการเสริมเรื่องการการเอาตัวรอดในน้ำให้ด้วย เพราะคุณแตงเชื่อว่า ที่ผู้ปกครองส่งเด็กมาเรียนว่ายน้ำ ไม่ได้ตั้งใจจะให้มาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำกันทุกคน แต่เมื่อเกิดตกน้ำแล้ว อยากให้เด็กช่วยเหลือตัวเองได้ จึงมีคอร์สฝึกพายเรือ ลอยตัวแนวตั้งในน้ำ ฝึกทำ DIY Life Vest โดยใช้กางเกงมาเป็นเครื่องช่วยพยุงตัวในน้ำ หลักสูตรว่ายน้ำและความปลอดภัยในน้ำ ทางโค้ชของ Manta Kids ได้ประกาศนียบัตรมาจากประเทศออสเตรเลีย จะสอนเรื่องยาก ๆ ให้เด็ก ๆ เข้าใจง่าย และเมื่อเด็ก ๆ ทำซ้ำจนเข้าใจ เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง เด็กจะไม่ตกใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยอัตโนมัติ



คุณแตงบอกว่า การสอนทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ เพราะอยากให้เด็ก ๆ คุ้นเคยไว้ เนื่องจากเด็กยุคนี้จะต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งการเรียน และการทำงานในอนาคต Manta Kids จะมีทั้งครูต่างชาติและครูไทยที่พูดภาษาอังกฤษ จากแคมป์ที่ผ่านมา เด็กไทยจากโรงเรียนไทยฟังรู้เรื่องเป็นส่วนใหญ่ เพราะครูใช้ภาษาอังกฤษที่ฟังง่ายและเล่าสนุก แต่ถ้าเด็กฟังไม่รู้เรื่องจริง ๆ ครูจะช่วยแปลให้ ในวันสุดท้ายจะให้เด็กได้ฝึกพรีเซนต์ซึ่งเป็นทักษะสำคัญ โดยเด็กจะเลือกกิจกรรมที่เขาชอบที่สุดมาแสดงหรือเล่าให้ผู้ปกครองได้ฟัง

แคมป์รับเด็กตั้งแต่ 6-12 ปี ให้มาเรียนร่วมกัน เป็นการแบ่งปันและช่วยเหลือกันระหว่างพี่กับน้อง ได้ฝึกเป็นผู้นำและผู้ตาม ก่อนแยกคลาสว่ายน้ำและศิลปะ เด็ก ๆ จะมีคลาสร่วมกัน เช่น โยคะ กายบริหาร และเล่นเกมด้วยกันก่อน คุณแตง บอกว่า การที่มีกิจกรรมหลากหลายและมีเพื่อนต่างวัย บางครั้งจะทำให้เด็กเล็กพยายามตามพี่ ๆ ให้ทัน ส่วนเด็กโตก็จะลดอัตตาของตัวเองว่าไม่ได้เก่งอันดับ 1 ในทุก ๆ เรื่อง บางทีเด็กเล็กทำงานได้ดีกว่าก็มี ทำให้เด็กเรียนรู้ความแตกต่าง ผมได้ไปสังเกตการณ์อยู่ 1 วัน จำได้ว่าช่วงเช้าเด็กผู้ชายจะพลังเยอะ เร่งสปีดว่ายน้ำนำใคร ๆ แต่พอเข้าช่วงบ่าย กลายเป็นเด็กผู้หญิงที่กล้าลงมือทำงานศิลปะก่อน เด็กผู้ชายได้แต่มองหน้ากันว่าจะเริ่มอย่างไรดี

จากที่ลูกชายได้เข้าค่ายกับ Manta Kids ทำให้ผมเห็นได้ว่าเด็กมีความถนัดและชัดเจนแตกต่างกัน และสิ่งที่ไม่ถนัด ถ้ามีคนช่วยกระตุ้นและแนะนำ ก็จะสามารถสร้างผลงานออกมาได้เช่นกัน ถ้าใครสนใจ MANTA SMART CAMP ลองเข้าไปสอบถามข้อมูลและสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/mantakids ครับ
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%