อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ดร.หนุ่มวัย31'สอนเลี้ยงไก่' ต้นทุน1บ.ได้ไข่ขบถไร้สาร

สัปดาห์นี้เปิดโมเดลไข่ไก่อินทรีย์วิถีไทย คุยกับดร.หนุ่มวัย 31 ปี กว่าจะเป็น “ไข่ขบถ” ฉีกกฎเลี้ยงไก่ฟาร์ม ปล่อยแม่ไก่หากินอิสระ เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติไร้สารเร่ง หวังสอนให้คนกินอย่างรู้ที่มาและรับผิดชอบ อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


ความเคยชินกับ “ค่านิยม” บางครั้งทำให้เรามองเห็นสังคมไทยที่มักปลูกฝังว่า...เรียนจบสูงต้องมีตำแหน่งสูง ๆ จะไปทำไร่ทำนาทำสวนซึ่งเป็นอาชีพพื้น ๆ ใช้แรงงานได้อย่างไร? ดร.หนุ่มวัย 31 ปี “สิริกร ลิ้มสุวรรณ” เขาได้ทลายกำแพงนั้นลงแล้ว เพราะเขาเป็นหนึ่งคนที่เลือก...อาชีพชาวนา พร้อมกับลุกขึ้นมาเปลี่ยนความคิดคนในสังคม จนได้รับตำแหน่ง ผอ.สถาบันบ่มเพาะและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์วิถีไทยและอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต

“ก็ดีนะครับ...มีคนบ้าอย่างผมเรียนจบสูงไปทำนากันเยอะ ๆ อาชีพนี้จะได้ไม่โดนดูถูก” ซึ่งหลายคนก็คงจะได้อ่านประวัติของหนุ่มคนนี้ไปบ้างแล้ว เพราะเขาก็เป็นหนึ่งคนที่เคย
ถูกเหยียดจบดร.แต่ทำนา แต่สุขใจเลี้ยงไก่ขายไข่ขบถ





ในครั้งนี้จะพาไปเจาะวิธีการทำเกษตรแบบคนรุ่นใหม่ “การเลี้ยงไก่ไข่แบบอินทรีย์วิถีไทย” ใครที่ชื่นชอบและสนใจอยากนำไปปรับใช้ไม่ควรพลาด

คุณกร บอกว่า การเลี้ยงไก่แบบอินทรีย์วิถีไทย จะได้ “ไข่ขบถ” ที่คำว่า “ขบถ” มาจากคำว่า “กบฏ” เพื่อฉีกกฎหวังเปลี่ยนแปลงระบบเดิม ๆ เราต้องการให้เกิดอิมแพคต่อสังคมและกระทบใจผู้บริโภค จากการเริ่มรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย ที่เลี้ยงไก่ไข่ไว้ทานเองในครัวเรือน โดยไม่ใช้สารเร่ง ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะรักษาแม่ไก่ ไม่ให้หัวอาหารสำเร็จรูป ไม่ใช้ข้าวโพดหรือถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรม (GMOs) ไม่กักขังในกรงตับ เพราะนิ้วเท้าแม่ไก่ 3 นิ้วไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ยืนอยู่บนกรง เขาจะต้องได้คุ้ยเขี่ยหาอาหารตามธรรมชาติในพื้นที่เปิดโล่ง ไข่ไก่ที่เราได้จึงไม่มีความคาว

ความคิดนี้จึงถือเป็น “การขบถ” ต่อการเลี้ยงในระบบฟาร์มปิดกระแสหลัก ที่แม่ไก่จะอยู่ในกรงตับที่แออัด และมีหน้าที่เพียงผลิตไข่ป้อนให้ทันตลาดทุนนิยม แม่ไก่อ่อนแอและเสี่ยงต่อการเกิดโรค จึงต้องพึ่งฮอร์โมน สารเร่งไข่แดง และยาปฏิชีวนะ เมื่อเกิดโรคติดต่อในฟาร์มปิด แม่ไก่จะถูกฆ่ายกฟาร์ม ตัวอย่าง เช่น นำลูกไก่ไปทิ้งทะเล การฝังกลบเมื่อเกิดโรคระบาด





แต่สิ่งที่หนุ่มคนนี้พยายามทำมาตลอด 5 ปีคือ ฟาร์มที่แม่ไก่จะได้มีที่บินที่วิ่งและเดินอย่างอิสระ เลี้ยงเขาด้วยอาหารจากธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเร่งและยาปฏิชีวนะ ทำอาหารให้แม่ไก่เองจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ผักตบชวา ต้นกล้วย รำข้าว ผักและผลไม้ แมลงต่าง ๆ รวมถึงใช้สมุนไพรรักษาโรค

“ปัญหาของเกษตรกรทุกวันนี้ คือ ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ต้องซื้อทุกอย่างแบบผูกขาดจากนายทุน แต่ทำไมขายแล้วเจอช่วงราคาตกต่ำ ขาดทุนจึงวนอยู่แบบนี้ ไม่สามารถหลุดออกจากห่วงโซ่ตรงนี้ได้ ก็ต้องไปกู้เงินทุนจากภาครัฐหรือเอกชนมาหมุน ฉะนั้นทำอย่างไรให้พวกเขาหลุดออกจากวงจรอุบาทว์นี้” ดร.หนุ่มวัย 31 ปี เผยให้เห็นภาพชัดเจน

อันดับแรกของการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์วิถีไทย อย่างแรกเราต้องเปลี่ยนมาปลูกพืชแบบหัวไร่-ปลายนา ข้าวโพด มะละกอ กล้วย เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารให้แม่ไก่ ส่วนสมุนไพรที่ใช้รักษาไก่ป่วยในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล เช่น ฟ้าทะลายโจร รางจืด ลูกยอ มีสรรพคุณแก้พิษตกค้าง โดยจะนำใบไปอบแห้งบดเป็นผงผสมน้ำกับอาหารให้ไก่กิน



แต่หลักความเป็นจริงนั้นก็ต้องยอมรับกันว่า...การปลูกพืชแบบหัวไร่-ปลายนา ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่วัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหารให้แม่ไก่จึงไม่เพียงพอ ต้องหันไปพึ่ง “ผักตบชวา” เพราะที่บ้านรักษ์ดิน จ.กาญจนบุรี มีแม่น้ำและผักตบชวาจำนวนมาก หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ผักตบชวา 1 กก. สามารถให้โปรตีนได้สูงถึง 25% เมื่อเทียบกับหัวอาหารในปริมาณที่เท่ากัน แต่ต้องสังเกตดูดี ๆ ว่า ไม่มี “ไข่หอยเชอรี่” ติดอยู่ที่ราก เพราะมียางที่เป็นสารพิษต่อสัตว์ปีก

การผลิตอาหารให้แม่ไก่ก็ทำได้ไม่ยาก สำหรับการเลี้ยงไก่ 100 ตัว ให้เลือกต้นกล้วยที่ความยาวลำต้น 2 เมตร (หนึ่งต้น 30 กก.) ผักตบชวา 3 กก. นำมาผสมกันคลุกรำที่ได้จากการปลูกข้าว โดยให้วันละ 2 ครั้ง เช้า 07.00 และบ่าย 14.00 น. นอกนั้นก็จะโยนมะละกอ ผักตบชวาสด น้ำผสมสมุนไพร และปล่อยให้แม่ไก่หากินอิสระ เช่น ไส้เดือน ที่มีโปรตีนสูง เปลือกไข่จึงมีสีเข้มและฟองใหญ่ หรือจิ้งหรีด แมลงแกลบ เปลือกไข่จะขาวนวลเหลืองอ่อน





“ในเชิงวิชาการจำนวนพื้นที่ 1 ตร.. เลี้ยงไก่ได้ 4 ตัว ผ่านการวิจัยแล้วว่าเพิ่มคุณภาพสุขภาพของแม่ไก่ไม่ให้เครียดได้ ถ้าไก่เครียดจะจิกก้นกัน บางตัวลากไส้กันออกมา หรือเห็นเพื่อนไข่ก็จะไปจิกเปลือกไข่ให้แตก หรือจิกไข่ตัวเองให้แตก แล้วกินเปลือกไข่ เพราะไก่มีภาวะขาดโปรตีน” คุณกร แนะให้หมั่นสังเกตสุขภาพของแม่ไก่ไข่

สำหรับโรงนอนและรัง ก็ทำจากยางรถยนต์เก่าและใช้ฟางที่ได้จากแปลงนาปูรองพื้นให้นิ่ม ซึ่งจำนวนรัง 1 รังสำหรับไก่ 5 ตัว ส่วนไข่ไก่ที่ได้จะไม่ฝักออกมาเป็นตัว เนื่องจากไม่ได้มีการผสมพันธุ์รับน้ำเชื้อจากไก่เพศผู้

โดยจุดแตกต่างจากการผลิตไข่ไก่แบบอุตสาหกรรมนั้น ปกติแล้วการเลี้ยงในระบบฟาร์มปิดหลัง 8 เดือนผ่านไปที่แม่ไก่ให้ไข่ แม่ ๆ เหล่านี้จะถูกปลดระวางเป็นไก่เนื้อแทน แต่การเลี้ยงไก่ไข่แบบอินทรีย์วิถีไทย ตอนนี้มีกลุ่มเกษตรกรรายย่อย 20 ราย มีแม่ไก่ไข่กว่า 5,000 ตัวออกไข่ทุกวัน โดยเมื่อครบอายุ 2 ปี ไก่จะเริ่มแก่และลดจำนวนการออกไข่จนครบอายุ 3 ปีก็จะถูกปลดระวาง แปรเป็นอาหารกลางวันให้น้อง ๆ โรงเรียนต่าง ๆ



ทั้งนี้ต้นทุนกว่าจะได้ไข่ขบถแต่ละใบเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 1.50 บาท สามารถขายได้สูงถึงฟองละ 7-10 บาท เพียงแต่ต้องรู้ตลาด เพราะไซต์ของไข่ไก่มีตั้งแต่ใบใหญ่กว่าเบอร์ 0 และไล่ไปที่เบอร์ 0 , 1 และ 2 จะไม่มีเล็กกว่านี้แน่นอน

สำหรับเทคนิคการเปิดเพลง บทสวดมนต์ เพลงคลอให้แม่ ๆ ไก่ฟัง คุณกร บอกว่า จากผลวิจัยของเรา เปิดเพลงไม่ได้ช่วยลดความเครียดให้แม่ไก่ แต่เสียงเพลงมีผลต่อการออกไข่ เพราะถ้าถูกรบกวน อาทิ เสียงสุนัข รถยนต์ แม่ไก่จะตกใจเสียงรบกวน ดังนั้นการเปิดเพลงจึงป้องกันและกลบเสียงรอบข้าง เพราะไก่จะไม่ออกไข่ในวันนั้นเลยหากถูกรบกวน เกษตรกรก็จะเสียโอกาส ส่วนในฤดูหนาวจะได้ไข่เบอร์ใหญ่ที่สุด เพราะไม่ถูกรบกวนเหมือนฤดูฝน ที่มีเสียงฝน เสียงฟ้าร้องเป็นปัจจัยหนึ่งที่ไก่ไม่ออกไข่ และฤดูร้อนแม่ไก่จะเครียดกว่าปกติ เพราะอากาศไม่เป็นใจ

หลายท่านอาจจะสงสัยและมีคำถาม...ขายไข่ได้ใบละ 7-10 บาท ก็ค่อนข้างได้ราคาดี แต่ใครจะซื้อ ถ้าอยูใน่ฐานะผู้บริโภคราคานี้ถือว่าสูง??? คำอธิบายของหนุ่มคนนี้ เป็นแง่คิดที่จะสร้างคุณค่าให้กับสินค้า โดยบอกดังนี้ว่า...



...ผู้บริโภคเขาพร้อมจ่าย ถ้าเขารู้ว่าเราผลิตอย่างไรกว่าจะได้ไข่ขบถหนึ่งใบ ทำไมต้องฟองละ 7-10 บาท ในสมัยก่อนการทำเกษตรฟาร์ม ต้องดูว่าผู้บริโภคพร้อมจ่ายไหม แต่วันนี้เราต้องปรับวิธีคิด และสร้างให้เห็นกระกวนการเลี้ยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จนกระทั่งผู้บริโภคบอกเราเองว่า “ช่วยผลิตไข่ไก่ที่ปลอดสารได้ไหม” ทำให้ตอนนี้ไข่ขบถผลิตแทบไม่ทัน แม่ไก่ต้องทำงานหนัก แต่ว่าเราจะไม่ไปเร่งเขา จึงเกิดการสั่งจองกันล่วงหน้า...

ได้เห็นเกษตรกรยุคใหม่ที่มีความคิดแบบนี้ นี่แหละคือ “กินอย่างรู้ที่มาและกินอย่างรับผิดชอบ” การมียอดขายที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวนั้นสำคัญ แต่ก็ไม่ลืมที่จะมองผู้คนรอบข้าง ผู้คนที่หันมากินอาหารปลอดสาร แม้แรก ๆ จะถูกโจมตีจากคำพูดสารพัดซึ่งไม่ต่างจากที่เขาต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนความคิดของคนหลายคน ที่มองว่าเขาเรียนจนจบปริญญาเอก แต่เลือกทำนา วันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า...เกษตรยุค 2019 ต้องก้าวอย่างสมชื่อ และนี่คือที่มาของ “ไข่ไก่ขบถ” ไข่ไก่อินทรีย์วิถีไทยจากใจ ดร.หนุ่มวัย 31 ปี อาชีพชาวนา.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่ 







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    99%
  • ไม่เห็นด้วย
    1%