อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ชะล่าใจ'เล่นกีฬา-ใส่ส้นสูง' ระวังข้อเท้าแพลงเลือดคั่ง!

สัปดาห์นี้ใครที่มีอาการ “ข้อเท้าแพลง” อย่าชะล่าใจพบได้บ่อยทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะหญิงที่สวมรองเท้าส้นสูง นักกีฬา รวมถึงคนน้ำหนักตัวมาก หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบหมอโดยเร็ว เสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น.


ในชีวิตประจำวันหลายคนคงเคยข้อเท้าพลิก ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและบวมของข้อเท้า ซึ่งเรียกอาการนี้ว่า “ข้อเท้าแพลง” เป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อย และเกิดได้กับทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะนักกีฬา แต่คนทั่วไปมักไม่ค่อยสนใจเสียเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่า...เดี๋ยวก็คงหายได้เอง จะไปรักษาให้เสียเวลาทำไม หรือมีข้ออ้างอีกสารพัดต่าง ๆ นานา

ในวันนี้เราก็เลยจะมาคุยกันว่า ถ้าหากเท้าแพลงแต่ปล่อยไว้โดยไม่รักษา จะมีอาการรุนแรงและอันตรายอย่างไร?

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า สาเหตุนั้นเกิดจากการบิด หมุน หรือพลิกของข้อเท้าอย่างรวดเร็วจนเกินช่วงการเคลื่อนไหวที่ปกติ ส่งผลทำให้ “เอ็นยึดข้อต่อ” ถูกยืดออกมากจนเกินไป เรียกให้เข้าใจ่าย ๆ ก็คือ ฉีกขาดจนได้รับบาดเจ็บ โดยจะมีอาการปวดและบวม ซึ่งถ้ามีอาการรุนแรงอาจส่งผลให้ “เอ็นขาด” ทำให้ข้อเท้าหลวมและอาจเกิดการบาดเจ็บกระดูกอ่อนในข้อได้



โดยปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสให้เกิดข้อเท้าแพลง อาทิ ก้าวพลาดหรือหกล้ม วิ่งหรือก้าวเดินบนพื้นขรุขระ ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุกระทบกระเทือนจนข้อเท้าแพลง เช่น เทนนิส บาสเก็ตบอล ฟุตบอล หรือการมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป แม้แต่สวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสมกับขนาดเท้า โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงจะเพิ่มโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ข้อเท้าพลิก รวมถึงผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุ หรือบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ามาก่อน

สำหรับการป้องกันสามารถทำได้โดยสวมรองเท้าให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูง ส่วนใครที่ชื่นชอบเล่นกีฬาควรสวมรองเท้าให้ถูกต้องตามชนิดของกีฬา หลีกเลียงการเดิน วิ่ง หรือกระโดดบนพื้นที่ไม่เหมาะสม และออกกำลังกายข้อเท้าเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 วัน

อาการข้อเท้าแพลงสามารถแบ่งตามความรุนแรงได้ 3 ระดับดังนี้

1.ข้อเท้าแพลงชนิดไม่รุนแรง : มีอาการปวด บวม เล็กน้อย

2.ข้อเท้าแพลงชนิดปานกลาง : มีการฉีกขาดของเอ็นบางส่วน ทำให้มีอาการปวม บวม เฉพาะที่และอาจมีเลือดคั่ง

3.ข้อเท้าแพลงชนิดรุนแรง : มีการฉีกขาดของเอ็นข้อเท้าทางด้านนอกทั้งหมด ทำให้ข้อเท้าสูญเสียความมั่นคง เดินลงน้ำหนักไม่ได้ ปวด บวมมากและมีเลือดคั่ง อาจต้องผ่าตัด



ส่วนเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับข้อเท้าแพลง นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผอ.รพ.เลิดสิน ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ทำได้โดยป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่แล้วใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้าประคบประมาณ 15-20 นาทีวันละ 3-5 ครั้ง และพักการใช้งานข้อเท้าที่ได้รับบาดเจ็บประมาณ 2-3 วันเพื่อลดการอักเสบ ใช้สนับข้อเท้า หรือพันผ้าบริเวณที่บวม เพื่อช่วยป้องกันและจำกัดการเคลื่อนไหวรวมถึงลดอาการบวม โดยผ้าต้องมีความยืดหยุ่นที่เหมาะสม ไม่รัด ตึงจนเกินไป และควรปลดผ้าพันออกเมื่อจะเข้านอน นอนยกข้อเท้าให้อยู่ในระดับสูงกว่าระดับหัวใจ หรืออาจนำหมอนมาหนุนที่ข้อเท้าเพื่อช่วยลดอาการบวม

ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยง “การประคบร้อน” เพราะความร้อนจะทำให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ห้ามนวดเพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไปบริเวณนั้นมากขึ้นและเพิ่มอาการบวม ห้ามวิ่งหรือทำกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องออกแรงมาก เพราะจะยิ่งทำให้อาการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น ห้ามดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้นและเพิ่มอาการบวม

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากปฏิบัติตามขั้นตอนที่คุณหมอแนะนำข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรจะรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามีอาการรุนแรงที่อาจเกิดกับกระดูกหรือเนื้อเยื่อส่วนอื่นได้.
.....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพจาก : Pixabay
คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 260