อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

พรรคการเมืองชาวพุทธ ทำไมจึงพ่ายแพ้ยับเยิน?

สัปดาห์นี้ไปดูเหตุผลสำคัญ...ทำไมสารพัดพรรคการเมืองชาวพุทธ จึงได้พ่ายแพ้ยับเยินแห้วทุกสนามการเมือง??? พุธที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 11.00 น.


ผลคะแนนจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา “พรรคการเมืองชาวพุทธ” แห้วทุกสนามการเมืองและทุกเวที ไม่ได้มีตัวแทนพรรคการเมืองที่อ้างว่าเป็นพรรคการเมืองชาวพุทธแม้แต่พรรคเดียว มีแต่ “พรรคประชาภิวัฒน์” ของ “สมเกียรติ ศรลัมพ์” ที่ตอนออกสตาร์ทมีคนมองว่ามาจาก “สายวัดพระธรรมกาย” แต่เท่าที่ทราบ “มิใช่”

แม้สมเกียรติในอดีตใกล้ชิดกับวัดธรรมกาย และเคยมีบทบาทเรียกร้องให้บรรจุศาสนาพุทธในรัฐธรรมนูญเป็น “ศาสนาประจำชาติ” ซึ่งในยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” สมเกียรติคือผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานใกล้ชิดกับ “สันติ พร้อมพัฒน์” อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียุคยิ่งลักษณ์ และปัจจุบันเป็นแกนนำพรรรคพลังประชารัฐ คนการเมืองย่อมมองทะลุว่า “ใครคือสายแข็ง”



ขณะเดียวกันบทบาทที่ผ่านมาช่วงวิกฤติสถานการณ์คณะสงฆ์ สมเกียรติก็ไม่ได้มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่ชาวพุทธเชื่อถือได้ว่า “เป็นตัวแทนของพรรคชาวพุทธ” หลังจากร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐก็คงจะต้องพิสูจน์ฝีมือว่ามีฝีมือแค่ไหน จะต้านคานอำนาจกับพรรคที่กลุ่มชาวพุทธหวาดระแวงอย่าง “พรรคประชาชนปฏิรูป” ของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ได้มากน้อยแค่ไหนจะต้องติดตามชมดู อันนี้ต้องฝากผ่านไปอย่าง “พลตรีไชยนาจ ญาติฉิมพลี” รองหัวหน้าพรรค ศิษย์เก่ารุ่นพี่ มจร. ผู้คล่ำหวอดในวงการคณะสงฆ์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพบปะกับผู้หลักผู้ใหญ่คนทำงานให้กับพระพุทธศาสนา ทั้งอดีต ส.ส., สว. ตัวแทนพรรคการเมืองชาวพุทธที่ลงเลือกตั้ง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวชาวพุทธ รวมทั้งนายทหารที่สนใจทำงานด้านพระพุทธศาสนา ในวงสนทนาประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบมาพูดคุยคือ “ความพ่ายแพ้ยับเยิน” ของตัวแทนพรรคการเมืองชาวพุทธ เหตุผลสำคัญเกิดจากอะไร





มีคนวิเคราะห์ไปต่าง ๆ นา ๆ ถึงความพ่ายแพ้ แต่ใจความสำคัญที่สรุปน่าจะตรงกันคือ ติดปัญหาเรื่องพรรคชาวพุทธขาดคนดัง และทุนหาเสียง รวมทั้งมวลชนจัดตั้ง

อีกประเด็นหนึ่ง การเดินเกมผิดพลาด วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไม่ขาด วิ่งเข้าหากลุ่มเป้าหมายผิด ทุกพรรคการเมืองไปให้กับความสำคัญกับ “คณะสงฆ์” จนเกินไป และไปให้ความสำคัญกับ “ภัยต่างศาสนา” จนมากเกิน นโยบายบางข้อไปล้อเลียนกับพรรคใหญ่ ซึ่งประชาชนส่วนมากรู้ว่า “ทำไม่ได้” หากพรรคใหญ่ ๆ ไม่เอาด้วย ไม่ได้วิ่งเข้าหาองค์กรชาวพุทธอย่างจริงจัง เช่น กลุ่มไวยาวัจรกร กรรมการวัด พุทธสมาคม กลุ่มยุวพุทธตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ หรือแม้กระทั้งบรรดากลุ่มอนุศาสนาจารย์

และที่สำคัญพรรคการเมืองชาวพุทธไม่เข้าใจ และเข้าไม่ถึงความรู้สึกนึกคิดของ “ชาวพุทธไทย” ดีพอ

โดยธรรมชาติคนไทยส่วนใหญ่มักมีนิสัยดังคำพูดของ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน คือติดนิสัยขี้อิจฉา ริษยา เนื่องจากเป็น “ไพร่ ขี้ข้าเก่า” ยอมตกอยู่ภายใต้ “อำนาจนิยม” และ “ทุนนิยม”



ที่สำคัญวัฒนธรรมชาวพุทธไทยถูกฝังให้ “มุ่งเข้าหานิพพาน มิได้มุ่งเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์” ไม่นิยมชื่นชอบการต่อต้านอำนาจรัฐ ไม่นิยมชื่นชอบการรวมตัวเพื่อประโยชน์สาธารณะ หากเรื่องใดก็ตามไม่กระทบถึงตัว หรือไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน “ชาวพุทธมักนิ่งเฉย” ทุกอย่างถูกปล่อยให้เป็นไป “ตามชะตากรรมและเวรกรรม”

ผลสรุปจากวงทานข้าวค่ำคืนนั้นหลายคนฝันว่า อนาคตอาจรวมตัวกันอีกครั้ง “เพื่อทำงานภาคการเมืองในนามพรรคการเมืองซึ่งหลักการสำคัญพรรคการเมืองใหม่ จะต้องไม่ต่อว่าใคร ไม่ขัดแย้งกับใครทุกภาคส่วน แม้กระทั่งศาสนาอื่น เป็นมิตรกับทุกภาคส่วน...” แต่จะเดินหน้าหรือถอยตั้งหลัก คงต้องไปพูดคุยเพื่อตกผลึกกับบรรดาพรรคการเมืองชาวพุทธที่พ่ายแพ้ยับเยินกันอีกครั้งว่า...เอาด้วยหรือไม่?
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    11%
  • ไม่เห็นด้วย
    89%

บอกต่อ : 301