อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

สิ่งแวดล้อมที่ดีเริ่มที่ตัวเรา 'รัฐ-เอกชน'ร่วมกันทั่วโลก

สัปดาห์นี้ชวนตระหนักถึงวิธีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องเริ่มที่ "ตัวเรา-มาตรการภาครัฐ-เอกชน" พร้อมใจร่วมกันทั่วโลกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี เพราะมนุษย์มีโลกนี้เพียงใบเดียว พุธที่ 5 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


วันที่ 5 มิ.ย. คือวันสิ่งแวดล้อมโลก ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ “ตัวเราเอง” รวมถึงมาตรการภาครัฐและเอกชน ร่วมกันทั่วโลก เพราะมนุษย์มีโลกนี้เพียงใบเดียว และที่สำคัญประเด็น “สิ่งแวดล้อมไทย” เข้าขั้นวิกฤติติดอันดับโลกแล้ว
 
สิ่งแวดล้อมมักถูกมองเป็นเรื่องไกลตัวออกไป ไม่ค่อยถูกให้ความสำคัญ โดยมองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ แต่อันที่จริงแล้วสิ่งแวดล้อมนั้นมีความสัมพันธ์และส่งผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง ดั่งที่เราได้เห็นแล้วในปัจจุบัน อย่างปัญหาหมอกควันพิษเหนืออากาศ ปัญหาภัยพิบัติโลกร้อน ปัญหาป่าหายอย่างรวดเร็ว ปัญหาน้ำเน่าเสีย และปัญหาขยะพลาสติกท่วมล้น เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วเกิดจากน้ำมือมนุษย์
 
ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมการใช้และทำลายทรัพยากรของมนุษย์ทุกคนในปัจจุบัน กำลังพาโลกเข้าสู่วิกฤติ ทำให้เกิดผลกระทบครั้งใหญ่ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวง รวมถึงตัวมนุษย์เองด้วยเช่นกัน
 
มีการเตือนถึงภัยพิบัติสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นมากมาย เพื่อให้ทุกประเทศเร่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รายงานจากคณะกรรมการของสหประชาชาติ (UN) ด้านความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (IPCC) เตือนว่า จากอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศในปัจจุบัน ในปี 2573 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจเพิ่มสูงขึ้น 1.5 องศาฯ เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และจะทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ เช่น ภาวะแห้งแล้งจากไฟป่า อากาศร้อนจัด หนาวจัด พายุรุนแรง ขาดแคลนอาหารทั่วโลก ผู้คนล้มตาย หลายล้านสายพันธุ์ถึงแก่การสูญพันธุ์ และที่สำคัญ “น้ำท่วมใหญ่ ซึ่งกรุงเทพ และหลาย ๆ เมืองทั่วโลก ที่อาจจะจมอยู่ใต้น้ำ”
 
นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศบริการ (IPBES) ของสหประชาชาติ (UN) ได้เปิดเผยรายงานที่ชี้ให้เห็นถึงวิกฤติการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก โดยเปิดเผยว่า พืชและสัตว์มากถึง 1 ล้านชนิดทั่วโลกกำลังเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ภายในไม่กี่สิบปีข้างหน้า เพราะกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์



ขณะนี้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ในทุกภาคส่วนเริ่มมีการตื่นตัวเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในส่วนของภาครัฐระหว่างประเทศ เรามีความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศหลายด้าน อย่างข้อตกลงปารีส อนุสัญญาเวียนนา พิธีสารเกียวโต อนุสัญญาวอชิงตัน เป็นต้น
 
ภาครัฐระดับประเทศมีการเร่งมาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในหลายประเทศ ในช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา อังกฤษเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้โลกร้อนเป็นภาวะฉุกเฉิน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ หลายประเทศเร่งปลูกต้นไม้แก้ไขปัญหาโลกร้อน และมาตรการลดฝุ่นควันพิษ หลายประเทศโดยเฉพาะทวีปแอฟริกามีมาตรการจัดการขยะพลาสติกอย่างเคร่งครัด หลายประเทศเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาดทนแทน
 
ในส่วนของภาคเอกชนก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะเป็นส่วนสำคัญที่สร้างผลกระทบเชิงกว้าง แบรนด์ และองค์กรต่าง ๆ มีการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสินค้ามีมาตรการลด ละ เลิกสร้างขยะพลาสติก เปลี่ยนใช้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เน้นการรีไซเคิล รวมถึงยังมีกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่เน้นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างหลากหลาย
 
ประชาชนเองเริ่มมีการตื่นตัวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะเริ่มส่งผลกระทบรุนแรงต่อมนุษย์ อย่างปัญหาหมอกควันพิษ ปัญหาอากาศแปรปรวน อย่างภัยแล้ง ภัยหนาว น้ำท่วม ปัญหาขยะพลาสติกและมลพิษในน้ำที่ทำลายแหล่งท่องเที่ยว ที่ล้วนเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ผู้คนจึงเริ่มลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ตัวเอง รณรงค์ให้คนรอบข้างตระหนักและเปลี่ยนแปลง รวมถึงผลักดันและเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไข อย่างในช่วงที่ผ่านมาเด็ก ๆ ทั่วโลกมีการหยุดเรียนประท้วงในทุก ๆ วันศุกร์เพื่อเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโลกร้อน
 
เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ตัวผมเองในส่วนของคนประชาชนคนหนึ่ง ที่สนใจและคอยผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อม ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ผลกระทบต่อมนุษย์และโลกจะบานปลายไปมากกว่านี้ โดยมีข้อเสนอแนะในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1.การแก้ไขมลพิษทางอากาศ ในปีนี้เมืองสำคัญในไทย กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มีคุณภาพอากาศที่เลวร้ายติดอันดับโลก ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากควันท่อไอเสีย การเผาไหม้ในที่โล่ง การเผาป่า ควันเสียจากโรงงาน และจากการก่อสร้าง ดังนั้นมาตรการที่ควรส่งเสริมในการแก้ไขปัญหานี้คือ การใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานทดแทน การพัฒนาและขยายรถสาธารณะ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การใช้เทคโนโลยีในการสังเกตสภาพอากาศ การใช้มาตรการเข้มข้นต่อโรงงานที่ปล่อยมลพิษเยอะ รวมถึงการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาพึ่งพืชที่ออกผลระยะยาว หรือไม้ที่สร้างรายได้ระยะยาวแทน
 
2.การจัดการป่า และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ป่าเพียงประมาณ 30% ซึ่งปัญหาเกิดจากการต้องการพื้นที่ป่าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งในภาคการเกษตร ที่อยู่อาศัย การใช้กระดาษอย่างสิ้นเปลือง การทุจริตคอร์รัปชัน การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการฟื้นฟูป่าที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้เพียงพอ อีกทั้งยังมีการทำเขื่อนและเหมืองแร่ มาตรการที่รัฐบาลควรส่งเสริมในการแก้ไขปัญหานี้คือ การทำตามเป้าหมายให้มีป่า 40-50% ของพื้นที่ประเทศ การทำให้คนอยู่ร่วมกับป่ามากที่สุด และเดินหน้า 4 ยุทธศาสตร์ คือ ป่าเมือง ป่าชุมชนป่า ป่าอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ รวมถึงการทำนโยบายทวงคืนผืนป่า แนวเขตป่า และการฟื้นฟูทรัพยากรป่า
 


3.การจัดการขยะ ขณะนี้ไทยติดอันดับ 6 สร้างขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก การร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และประชาชนในจัดการขยะทั้งต้นทาง (ลดสร้างขยะ) และปลายทาง (จัดการขยะ) โดยเฉพาะสำหรับพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ถุง แก้ว หลอด ช้อน ส้อม กล่องโฟม จึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากส่วนใหญ่มักถูกทิ้งผิดที่ จัดการไม่ถูกทาง และย่อยสลายยาก ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศ สัตว์ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และที่สำคัญมนุษย์
 
4.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และทรัพยากรทางทะเล ทุกภาคส่วนควรแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย การปล่อยมลพิษลงน้ำ การขาดแคลนน้ำ และการประมง ทั้งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม รัฐบาลควรมีนโยบายแก้ไขเมื่อเกิดน้ำท่วมหรือภัยแล้ง รวมทั้งมาตรการภาษีเพื่อบังคับให้บำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน รวมถึงการควบคุมการประมงไม่รุกล้ำเข้ามาทำประมงชายฝั่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของธรรมชาติ และต้องให้ประชาชนแนวฝั่งมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลด้วย
 
5.การเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด ในปัจจุบันพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม และพลังงานที่ใช้ในเครื่องยนต์ สร้างและควันพิษทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การผลักดันและหันมาผลิตและใช้พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำ หรือลม และไฟฟ้า เป็นการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่มีวันหมด ในขณะที่แหล่งพลังงานที่ใช้ปัจจุบัน เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันอาจจะหมดจากโลก และไม่เป็นมิตรต่อแวดล้อม โดยภาครัฐ และเอกชนเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้
 
6.การคุ้มครองสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง ในไทยมีการล่าสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก โดยเป็นที่กังวลอับดับต้น ๆ ของโลก อีกทั้งสัตว์ในกรง ในสวนสัตว์ ยังไม่ได้ถูกเลี้ยงดูอย่างถูกลักษณะ ขอให้รัฐบาลมีมาตรการคุ้มครองสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยงที่เข้มงวด และคุ้มครองสัตว์ในกรงให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี เพิ่มพื้นที่ให้ใหญ่และใกล้เคียงกับธรรมชาติหรือไม่อย่างไร เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์ทั้งปวง
 
เนื่องในวันสิ่งแวดล้อม ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนทั่วโลก ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ก่อนผลกระทบจะมาทำร้ายมนุษย์ไปมากกว่านี้
 
เพราะเราไม่ใช่เจ้าของโลก เป็นเพียงส่วนหนึ่ง จึงต้องคำนึงถึงทรัพยากรและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกด้วย และที่สำคัญ “โลกไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์ แต่มนุษย์จำเป็นต้องมีโลก”
………………………
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง
โดย “ร่มธรรม ขำนุรักษ์”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 303