อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562

ย้ำ7กลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ รีบฉีดวัคซีนฟรี4ล้านโด๊ส

สัปดาห์นี้แพทย์จุฬาฯ ย้ำ 7 กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ รพ.รัฐร่วมกับสปสช. พร้อมบริการ 4 ล้านโด๊ส แนะประชาชนรู้แล้วควรปฏิบัติ เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น.


เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกมาเตือนให้ระวัง “โรคไข้หวัดใหญ่” เพราะตัวเลขตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้ พบผู้ป่วยแล้ว 156,108 ราย และเสียชีวิตสูงถึง 11 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน จึงได้แนะนำว่า หากมีอาการคล้ายไข้หวัด ปวดศีรษะ ควรจะต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

ในขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าภาระของโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกในปี 62-73 ในวัยผู้ใหญ่จะป่วย 5-10% ต่อปี และเด็ก 20-30% ต่อปี ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านคนเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดรุนแรง 3-5 ล้านคน และเสียชีวิต 2.9-6.5 แสนคนต่อปี

อย่างที่เราพอทราบกันว่า...โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ พบบ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว โดยจะแพร่ระบาดได้ง่ายผ่าน “การไอจามรดกัน” และ “การสัมผัสเชื้อทางมือ” สำหรับประเทศไทย ในปี 62 โรคไข้หวัดใหญ่ได้ระบาดเร็วกว่าปกติ 2-3 เดือน



รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ สาขาวิชาโรคติดเชื้อและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิจัยโรคติดเชื้อเด็กวัคซีน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า โรคนี้ยังเป็นปัญหาทางสาธารณสุขของไทย แต่ละปีมีแนวโน้มการป่วยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงอาจจะมีอาการรุนแรงมาก อาทิ ภาวะปอดบวมจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือจากเชื้อแบคทีเรียที่มาซ้ำเติม นอกจากนี้ในผู้สูงอายุอาจเสริมให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

โดยบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมีดังต่อไปนี้ 1.หญิงตั้งครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กเล็ก 6 เดือนจนถึง 3 ปี 3.ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย โรคมะเร็งระหว่างได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมอง ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 7.โรคอ้วน 100 กก. ขึ้นไป (BMI 35 ขึ้นไป)



ใครที่รู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถไปขอรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในโรงพยาบาลของรัฐ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนวัคซีนแบบ 3 สายพันธุ์ โดยเพิ่มจาก 3.5 ล้านโด๊สในปี 61 เป็น 4 ล้านโด๊สในปี 62

คุณ ๆ ท่าน ๆ รู้หรือไม่ว่า หลายปีที่ผ่านมา มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงมารับบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพียง 10% ฉะนั้นคนกลุ่มนี้ต้องเล็งเห็นถึงความสำคัญให้มากขึ้น โดยให้ฉีดเป็นประจำทุกปี หากยังเพิกเฉย คำพูดที่ว่า...รู้อย่างนี้ น่าจะฉีดตั้งแต่แรกก็ดีไป...อาจจะเกิดขึ้นกับญาติ ๆ และคนใกล้ตัว

ทั้งนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยมีให้เลือกใช้ 2 ชนิด คือ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ ซึ่งประกอบด้วย เชื้อไวรัสชนิดเอ จำนวน 2 สายพันธุ์ และเชื้อไวรัสชนิดบี จำนวน 1 สายพันธุ์ และ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ ซึ่งประกอบด้วย เชื้อไวรัสชนิดเอ จำนวน 2 สายพันธุ์ และเชื้อไวรัสชนิดบี จำนวน 2 สายพันธุ์ โดยมีประสิทธิภาพป้องกันได้มากกว่าวัคซีนชนิดแรกเล็กน้อย แต่มีราคาสูงกว่า ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่ระบาดในช่วงเวลานั้น ๆ จะตรงตามสายพันธุ์ที่บรรจุไว้ในวัคซีนหรือไม่



เนื่องจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่อาจป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในคนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุได้ไม่ดีเท่ากับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงทั่วไป จึงแนะนำให้ “สมาชิกในครอบครัว” ที่มีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนด้วย เพื่อไม่ให้คนที่เรารักป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ และยังช่วยไม่ให้แพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มายังคนในครอบครัว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะย้ำเตือนกันเสมอก็คือ...หลายคนมักเข้าใจผิดว่าฉีดวัคซีนแล้วยังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ขออธิบายว่า ไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถป้องกันโรคได้ 100% ดังนั้นเมื่อฉีดวัคซีนแล้ว โอกาสในการติดเชื้อและความรุนแรงของโรคจะลดลง การฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี จะสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีคุณค่าอย่างมาก.
.......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean 
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 

ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 290