อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

แนะสังเกตฉี่ดูสิ่งผิดปกติ สัญญาณโรคไตวายเรื้อรัง

สัปดาห์นี้เปิดพฤติกรรมลดปัจจัยเสี่ยง “โรคไต” แนะปรุงอาหารให้น้อยที่สุด ลดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หันมาออกกำลังกาย งดเหล้า ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ เสาร์ที่ 27 เมษายน 2562 เวลา 12.00 น.


ใครที่ชอบทานอาหารรสจัด โดยเฉพาะ “รสเค็ม” ก็คงจะทราบกันดีว่า...มากไปก็โรคไตถามหา...แต่เดี๋ยวนี้พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ก็ทำร้ายไตของเราได้เช่นกัน แม้ว่าจะ...ไม่ได้กินเค็มก็ตาม

โดยทั่วไปแล้ว “โรคไต” เป็นอาการหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ไต ทำให้การทำงานเพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย และการรักษาความสมดุลของเกลือ รวมถึงน้ำในร่างกายนั้น เกิดภาวะ “ขัดข้อง” ซึ่งโรคที่เกิดขึ้นกับไตก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภทด้วยกัน

ตั้งแต่โรคไตวายฉับพลัน ไตวายเรื้อรังที่อาจเกิดจากโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไตอักเสบ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่เป็นบ่อย ๆ โรคถุงน้ำที่ไตที่สืบต่อกันได้ทางกรรมพันธุ์ ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยครั้ง หรือเกิดจากการอุดตัน เช่น นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งมดลูกไปกดเบียดท่อไต เป็นต้น

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเมื่อเริ่มต้น...จะไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่จะมีอาการเมื่อเป็นมากแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจึงมาด้วยอาการไตเรื้อรังระยะที่รุนแรง ส่วนอาการที่พบได้บ่อยและเป็นสัญญาณแจ้งเตือน คือ อาการปัสสาวะผิดปกติ อาจมากหรือน้อยไปจนถึงไม่ปัสสาวะเลย และอาจขุ่นหรือใสเหมือนน้ำ มีสีเข้ม เป็นฟอง บางครั้งอาจมีเลือดปน หรือมีกลิ่นผิดปกติ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค



นอกจากนี้อาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ซีดตัวบวม เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำออกได้ โดยมักเริ่มที่เท้าและรอบดวงตา เมื่อเป็นมากขึ้นอาจทำให้เกิดอาการไตวายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งตรวจเลือด ดูการทำงานของไต และการตรวจปัสสาวะดูปริมาณไข่ขาวรั่ว หรือเม็ดเลือดขาวและแดงในทางเดินปัสสาวะ ล้วนมีความจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

สำหรับกลุ่มเสี่ยงอายุมากกว่า 60 ปี มีประวัติโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะบ่อยครั้ง โรคภูมิคุ้มกันแพ้ภัยตัวเอง เช่น โรคลูปัส (SLE) โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น หรือทานยาที่มีผลต่อการทำงานของไต อาทิ กลุ่มยาแก้ปวดชนิด NSAIDs ยาสมุนไพร หรือยาบำบัดทางเคมีบำบัดที่มีผลต่อไต

พญ.วรรณิยา มีนุ่น อายุรแพทย์โรคไต กลุ่มงานอายุรศาสตร์ รพ.ราชวิถี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำร้ายไต และหันมาดูแลสุขภาพตนเองดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด ไม่ใช่แค่รสเค็มจัด แต่รวมไปถึงอาหารหวานจัด เผ็ดจัด หรือแม้กระทั่งมันจัด เนื่องจากอาหารรสจัดทำให้ไตทำงานหนักขึ้น จึงมีส่วนทำให้เป็นโรคไต

2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

3.ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 6-8 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์



4.พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ไม่เครียด

5.ลดการทานอาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ อาหารกระป๋อง เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว

6.รับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันโรคไต ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหาร การใช้ชีวิต การทำงาน หรือแม้แต่การต้องอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน.
.....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "ทวีลาภ บวกทอง
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่   

ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%