อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

ซื่อกินไม่หมด-คดกินไม่นาน ชื่นชมร้านอาหารเมืองกระบี่

ลูกค้ารูดบัตรฯจ่ายเงินเกิน 2.5 แสน เจ้าของร้านอาหารไม่เอาเป็นของตัวเอง รีบตามหา-แจ้งความจนเจอตัว ลั่นความซื่อสัตย์ในอาชีพต้องมาก่อน ยึดสุภาษิตซื่อกินไม่หมด-คดกินไม่นาน เสาร์ที่ 27 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


ผู้โดยสารถึงกับร้องจ๊ากกกกก....กันเลยทีเดียวสำหรับการปรับขึ้นค่ารถเมล์-รถทัวร์ บขส.ชาวบ้านด่ากันยกใหญ่ก็เพราะมันส่งผลกระทบแม้ขึ้นแค่ไม่กี่บาทก็ตาม แต่พวกเขาต้องใช้บริการทุกวัน-รายจ่ายเพิ่มขึ้น สถานการณ์เช่นนี้บอกได้คำเดียว “ทำใจ”ระวังพวกของอย่างอื่นจะขึ้นตาม ตอดเล็กตอดน้อยสลึง-ห้าสิบสตางค์ก็มีผล โดยเฉพาะร้านค้า-ร้านอาหารก่อนสั่งดูราคาให้ชัดเจน... ร้าน(บางแห่ง)ที่ไม่ซื่อสัตย์มีเยอะเป็นข่าวเห็นกันประจำ





พูดถึงร้านอาหารในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ยังมีร้านที่ได้ชื่อว่า ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ-ซื่อสัตย์กับลูกค้า อย่างน่าชื่นชมอยู่ร้านหนึ่งคือร้านปัญจาบ พาเลซ เรสเตอรองแอนด์ บาร์ ตั้งอยู่ย่านหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง จ.กระบี่ ลูกค้าชาวต่างชาติจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตเกินมา 2.5 แสน สิ่งแรกที่ ..อาภรณ์ สาเหร็ม อายุ 32 ปี ผู้จัดการร้านฯตรวจสอบพบคือพยายามตามหาลูกค้าหลังจากเดินออกจากร้านไปแล้ว เมื่อไม่เจอผู้หญิงคนนี้ไม่นิ่งเฉยรีบเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน สิ่งที่เธอทำมาจากสุภาษิตที่ว่า ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” อีกทั้งเป็นเงินของคนอื่นไม่สมควรเอามาเป็นของตัวเอง

อาภรณ์ บอกว่า “ฉันกับสามีชาวอินเดียคือนายดีนาส กูมาร์ อายุ 28 ปี เปิดร้านอาหารไทย-อินเดีย โดยคืนวันที่ 9 เม..ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเกือบ 10 คนนำโดยนายไซม่อน มาร์ค อายุ 48 ปีมานั่งทานอาหารที่ร้าน หลังเสร็จนายไซม่อนจ่ายบิลค่าอาหารโดยใช้บัตรเครดิตรูดให้กับพนักงานร้าน ซึ่งนายไซมอนกดเลขจำนวนเงินค่าอาหารที่ทางร้านคิดให้จำนวน 2,857 บาท แล้วกดยืนยัน แต่เจ้าตัวกดไป 257,857.12 บาท ก่อนจะออกจากร้านไป เมื่อถึงเวลาปิดร้านฉันตรวจสอบยอดรายรับพบว่า ยอดจากการจ่ายทางบัตรมีเงินเกินมาถึง 250,000 กว่าบาท จึงรีบบอกสามีให้ทราบ โดยสามีบอกว่าเขาจำกลุ่มฝรั่งที่เข้ามาใช้บริการได้ ก่อนจะรีบขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหาทั่วชายหาดฯ หาอยู่พักใหญ่ก็ไม่พบ





ผู้จัดการร้านฯ บอกต่อว่า เมื่อไม่พบก็รีบไปแจ้งตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตม.กระบี่ ให้ช่วยตามหา ซึ่งทางตำรวจตรวจสอบชื่อบัตรเครดิต และตรวจสอบระบบการเข้าพักของโรงแรมพบว่าพักอยู่ที่แห่งหนึ่งในอ่าวนาง จึงไปตามตัวแต่ไม่พบอีกเนื่องจากเจ้าตัวพร้อมเพื่อน ๆ ไปเที่ยวต่อทางทะเล จึงแจ้งให้ทางโรงแรมทราบหากเขากลับให้มารับเงินคืน กระทั่งวันต่อมานายไซมอนติดต่อกลับมา และมารับเงิน 250,000 บาทคืนจากทางร้านไปเป็นที่เรียบร้อย



เขาขอบคุณทางร้าน และเจ้าหน้าที่ที่ได้พยายามค้นหาตัวพวกเขาจนเจอเพื่อมารับเงินคืน พวกเขารู้สึกประทับใจมากกับสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากคนไทย พร้อมบอกว่าจะกลับมาเที่ยวที่กระบี่อีกครั้งแน่นอน เราได้ยินแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เพราะสิ่งที่ทำคือความซื่อสัตย์ในอาชีพ เงินที่ได้คือเงินค่าบริการส่วนเงินที่ไม่ใช่ก็ไม่สมควรเอามาเป็นของตัวเอง”

สมควร ขันเงิน” รอง ผวจ.กระบี่ กรณีดังกล่าวถือเป็นความดีของทางเจ้าของร้านที่เมื่อทราบว่านักท่องเที่ยวจ่ายเงินค่าอาหารเกินก็รีบติดตามตัวเพื่อคืนเงินให้ทันที และมีความตั้งใจจริงแม้จะหาไม่พบตอนแรก แต่ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ช่วยค้นหา กระทั่งเจอลูกค้าที่จ่ายเกินบิล สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก กรณีที่เกิดขึ้นนักท่องเที่ยวเป็นผู้กดเลขยืนยันเองจึงไม่ใช่ความผิดของร้าน ซึ่งในการประชุมประจำเดือน ...มล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ เตรียมที่จะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณตอบแทนในการทำความดีกับทางร้าน ที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ด้วย



ขอชมในความซื่อสัตย์ที่มีให้กับลูกค้าที่หายากมาก ๆ ในยุคนี้...ฝากถึงพวกจ้องจับผิด-พวกมองด้านลบ-พวกความรู้สูงแต่ความคิดต่ำที่จะออกมาบอกว่ายังไงลูกค้าก็ต้องรู้ว่าจ่ายผิดเขาต้องกลับมาเอาคืนอยู่ดี...ถามว่าแล้วถ้าเขาไม่รู้ล่ะ หรือรู้ตอนกำลังเดินทางกลับประเทศ เงินจะตกเป็นของใคร....ง่าย ๆ หากทางร้านทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ตีเนียนคอยลูกค้ามาติดต่อเอาเงินคืนเองไม่ต้องตามหา-ไม่ต้องแจ้งความให้วุ่นวายก็ได้นะ...ที่เขาทำมันเกิดจากจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์ในอาชีพ...เข้าใจไว้ด้วย.
.........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ...สุธี มารยา เดลินิวส์ออนไลน์ จ.กระบี่


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%