อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563

ช้ำเมียปันใจให้หนุ่มรุ่นลูก ขี่วินขอเป็น'พ่อเลี้ยงเดี่ยว'

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตวินรับจ้าง พ่อเลี้ยงเดี่ยว…สู้เพื่อลูก หนุ่มใหญ่วัย 55 ปีเปรยชีวิตคู่ วิบากกรรมถูกภรรยาคบซ้อน ลับหลังแอบกินตับหนุ่มรุ่นลูกวัย 22 ปี จับได้ไม่ใยดีสุดท้ายถูกทิ้ง อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ๆ ย่อมต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอด เฉกเช่น “คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว” คนนี้ ที่ทุ่มเททำทุกอย่าง เพราะกำลังใจหนึ่งเดียวที่ยังทำให้สู้และอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ คือ ลูกสาวสุดที่รักวัย 6 ขวบ 5 เดือน
 
“พงศ์ภัค ธนดน” ชายวัย 55 ปี หรือเพื่อน ๆ ที่วินรับจ้างเรียกว่า “พี่พงศ์” เดิมชื่อ “สมพงษ์ ปลายแก่น” โดยจุดที่ทำให้คุณพ่อรายนี้ ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อและนามสกุลนั้น นับเป็นความทรงจำที่แสนโหดร้าย และหวังว่าจะมีอะไรดี ๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง และที่สำคัญ...ขอให้หลุดพ้นจากวิบากชีวิตคู่เสียที



“ผมเจอคบซ้อนตั้งแต่ลูก 4 เดือน ทีแรกไม่รู้จักฝ่ายชาย แต่เขามารอรับภรรยาปากซอยทุกวัน จนวันหนึ่งผมขี่รถสวนกัน จึงถึงบางอ้อ ผมเลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ลูก 5 เดือน ตอนนี้กำลังจะขึ้น ป.1 แล้วครับ”
 
นี่แหละความทรงจำชีวิตคู่ที่พี่พงศ์อยากหลุดพ้น เขาเริ่มเล่าให้ฟังว่า คบกันตั้งแต่ทำงานอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วาน โดยฝ่ายหญิงเป็นสาว จ.ร้อยเอ็ด ส่วนเขาเป็นคน จ.สุรินทร์ จึงตัดสินใจตกลงอยู่กินฉันสามีภรรยา และออกจากงานตั้งใจสร้างครอบครัวด้วยกัน โดยเช่าที่เปิดร้านเล็ก ๆ ขายลาบ ส้มตำ ตรงข้ามกระทรวงสาธารณสุข รสฝีมือของหนุ่มสุรินทร์ เป็นที่ถูกปากของคนละแวกนี้ แต่ภรรยามีนิสัยหึงหวงมาก เวลาเขาคุยกับลูกค้าผู้หญิง แม้แต่สาวประเภทสอง ภรรยาก็เคยขว้างมีดอีโต้ใส่หัวไหล่เย็บ 22 เข็ม
 
คิดจะไปแจ้งตำรวจก็ไม่ได้ เพราะเป็นภรรยา ค่ารักษาพยาบาลก็เลยต้องออกเองไม่สามรถเบิกได้ และพฤติกรรมของภรรยาก็เป็นเช่นนี้มาตลอด ผู้เป็นสามีก็จะถูกระแวงเสมอ ๆ  


 
หรือแม้แต่การไปซื้อหมู ซื้อไก่ ที่ตลาดก็ไม่ไว้ใจ จะต้องไปด้วยกันตลอดเวลา เพราะกลัวว่าสามีจะไปหยอดคำหวานใส่แม่ค้าสวย ๆ ซึ่งถ้าพูดถึงรายได้นับว่าขายดีมีลูกค้าแวะเวียนมาไม่เว้นวาง กระทั่งภรรยาตั้งท้องลูกชาย ที่ร้านไม่มีใครช่วยงาน ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะเลิกขาย โดยย้ายไปอาศัยอยู่ย่านดอนเมือง เนื่องจากญาติฝ่ายสามีต้องเดินทางไปต่างประเทศ บ้านหลังนี้จึงไม่มีใครอยู่ จึงให้ทั้งคู่มาดูแลบ้านด้วย
 
พี่พงศ์ใช้เงินเก็บซื้อซาเล้งมาคันหนึ่ง เพื่อขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ เพื่อหาเงินมาจุลเจือครอบครัวและเลี้ยงดูภรรยาและลูกชายตัวเล็ก แต่ทว่ารายได้ไม่ดีนัก จึงหยุดขายและหันมาขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ส่วนซาเล้งภรรยาก็ขายทิ้งหมด และกลับไปทำงานที่ปั๊มน้ำมันตามเดิม


 
กระทั่งภรรยาตั้งท้องลูกสาวอีกคน ขณะนั้นภรรยาอายุ 45 ปี และมีหนุ่มรุ่นลูกอายุ 22 ปีเข้ามาในชีวิตคู่ ซึ่งลูกน้องเก่าที่ปั๊มน้ำมันโทรมาบอกว่า “พี่ ๆ พี่พงศ์ เมียพี่มีพฤติกรรมเหมือนอยู่กินผัวเมียกับน้องคนหนึ่ง” ซึ่งเขาไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว โดยมารู้ทีหลังว่าหนุ่มรุ่นลูกรายนี้มีครอบครัวอยู่แล้ว ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร
 
ความจริงเริ่มปรากฏ เขามารู้ทีหลังว่าสาเหตุที่ภรรยาออกจากบ้านเร็วขึ้น และกลับดึก เพราะทั้งคู่แอบไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันใกล้ ๆ ที่ทำงาน สงสัยว่าทำไมชอบชวนทะเลาะ เวลาเข้าทำงานบ่าย 2 แต่ออกจากบ้าน 9 โมงเช้า กลับมาอีกทีตี 2 เป็นแบบนี้ทุกวัน


 
ทั้งนี้หลังจากภรรยาคลอดลูกสาวอายุได้เพียง 3 เดือนเศษ ก็จำใจต้องซื้อนมผงชงให้ลูกดื่ม เพราะไม่สามารถรั้งภรรยาได้ พูดอะไรไปก็มีแต่ชวนทะเลาะให้ลูกชายคนโตเห็น จึงเลือกที่จะปล่อยเป็นไปตามเวรกรรม
 
“หนักข้อเข้าผมเอาเบอร์มือถือไปให้คนที่ปั๊มน้ำมัน เพื่อที่จะจบปัญหา 3 คน ปรากฏว่ามีเสียงผู้หญิงโทรมา โดยอ้างเป็นภรรยาของหนุ่มรุ่นลูกรายนั้น จึงได้นัดกันโดยภรรยาของหนุ่มรุ่นลูกคนนี้ได้นัดแม่และญาติไปพบกันที่หอพัก เพื่อตกลงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนตัวผมคิดมาแล้วว่า ถึงจะตกลงอย่างไรก็รั้งใจไว้ไม่อยู่ จึงปล่อยให้เขาคบกันให้พอใจ
 
แต่ฝ่ายภรรยาของหนุ่มรุ่นลูกรายนี้ เจ็บแค้นไม่ยอมง่าย ๆ จึงพยายามโทรพี่พงศ์เพื่อวางแผนแก้แค้นให้สาสม ซึ่งพี่พงศ์แอบคอยตามและไปดักรอที่จะทำร้ายร่างกาย แต่ไม่กล้าทำ เพราะนึกถึงหน้าลูก ๆ จึงได้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนที่เป็นตำรวจ แนะนำว่า “ถ้าพี่ทำนะ พี่คิดดูว่าใครจะติดคุก และลูกพี่จะอยู่กับใคร พี่เลือกที่จะไม่ทำได้ เขาต้องเลี้ยงลูกชาย 5 ขวบกับลูกสาว 6 เดือนตามลำพัง เนื่องจากปู่ย่าตายายเสียชีวิตหมดแล้ว


 
“ผมตื่นตี 4 ออกไปขี่วินเร่ตามซอย จนมีลูกค้าประจำคนที่ต้องออกไปทำงานแต่เช้า พอ 6 โมงเข้ามาดูลูกส่งคนโตไปโรงเรียน ป้อนข้าวมัดผมเปียเอาคนเล็กลูกสาวไปจ้างเลี้ยง บ่าย 3 โมงรับลูกชาย 6 โมงรับคนเล็ก”
 

กระทั่งทราบข่าวบริษัทปั๊มน้ำมันเลิกจ้างภรรยา เธอได้เงินมาก้อนหนึ่ง จากนั้นนำไปซื้อรถเก๋งมือสองโดยออกเป็นชื่อฝ่ายชาย แต่ปรากฏว่าพักหลังเริ่มทะเลาะกัน สุดท้ายอดีตภรรยาของพี่พงศ์ถูกหนุ่มรุ่นลูกทิ้งและเอารถไปด้วย
 
ปัจจุบันลูกชายไปอยู่กับอดีตภรรยา ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้อายุได้ 12 ปีแล้ว น่าจะกำลังขึ้นชั้น ม.1 ส่วนลูกสาวอยู่กับพี่พงศ์ 6 ขวบ 5 เดือน กำลังจะขึ้น ป.1
 
พี่พงศ์ เปรยชีวิตให้ฟังด้วยการทิ้งท้ายต่อเรื่องความรักว่า…มันเป็นวิบากกรรมของแต่ละคนที่เคยสร้างกันมา.
 
…สุดท้ายนี้อยากให้คนที่กำลังท้อ หันมามองคนที่อยู่ข้าง ๆ และมองตัวเราว่ายังมีอีกหลายล้านคนที่ลำบากและอาจมีทุกข์มากกว่าเรา อย่ายอมแพ้ในโชคชะตา ชีวิตสู้จนกว่าจะหมดลมหายใจเราจะเห็นชัยชนะ อีกอย่างผมผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เมื่อปี 43 ต้องเจาะเลือดดูความเข้มทุก 2-3 เดือนและกินยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต ทุกวันนี้รับผิดชอบใครไม่ไหวแล้ว นอกจากลูก กลัวว่าจะดูแลไม่ไหว ไม่อยากคบใครแล้ว เป็นห่วงแต่กลับลูก วันใดที่เขารีดผ้าเจียวไข่เป็น วันนั้นแหละที่ผมจะตายตาหลับ
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 291