อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

"หมอแท้จริง" เตือนสังคมอันตรายจากคนเมาแล้วขับ

“เดลินิวส์ออนไลน์” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “หมอแท้จริง” เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เน้นย้ำการป้องกันอุบัติเหตุเป็นสิ่งสำคัญ เตือนสังคมอันตรายจากคนเมาแล้วขับ พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 10.30 น.


** ผลการเกิดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ปี 2562 เป็นอย่างไรบ้าง
นพ.แท้จริง : แม้ว่าที่คุยกันตอนนี้จะยังไม่ครบ 7 วันอันตราย แต่แค่ 5 วันที่ผ่านมา จาการการรายงานของเจ้าหน้าที่ภาพรวมดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทุกวันที่รายงานลดลงมากกว่าวันเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งปกติจะไม่เป็นแบบนี้ ตั้งแต่วันที่ 11-15 เม.ย.2562 ถ้าเทียบกับปีที่แล้วปีนี้ลดลงทุกวัน และส่งผลทำให้ทั้ง 5 วันที่ผ่านมา ลดลงชัดเจน ถึง 13 % ของปีนี้ ซึ่งยังเหลืออีก 2 วัน เพราะฉะนั้นผมมองว่าเป็นแนวโน้มที่ดีระดับหนึ่ง ที่ไม่เพิ่มแค่ทรงอยู่ไม่มากกว่าปีที่แล้วผมก็ดีใจแล้ว

**ที่อุบัติเหตุลดลงเป็นเพราะว่ารัฐบาลและทุกหน่วยงานได้กวดขันเอาจริงเอาจังใช่หรือไม่
นพ.แท้จริง : ปีนี้เท่าที่ผมสังเกตอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากกว่าปีก่อน ๆ คือการที่รัฐบาลออกมาส่งสัญญาณแรง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ประสานเสียงเป็นอันเดียวกัน ว่าถ้าเมาแล้วขับไปชนคนอื่นตายโทษคือติดคุก เพราะฉะนั้นเมื่อส่งสัญญาณนี้ออกไปเหมือนกับเปิดไฟเขียวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานอย่างเต็มที่และเจ้าหน้าที่ก็ทำเต็มที่ในการบังคับใช้กฎหมายซึ่งไม่ใช่การออกกฎหมายใหม่

ตรงนี้สำคัญเมื่อก่อนอะไร ๆ ก็จะให้ออกกฎหมายใหม่ แต่เมื่อออกฎหมายมาแต่ไม่มีใครไปทำก็ไม่ได้ประโยชน์ แต่ปีนี้เป็นการใช้กฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่มาใช้ให้เต็มที่ สำหรับโทษจำคุกจะทำอย่างไรที่จะให้คนเมาแล้วขับไปชยคนตายแล้วติดคุก เราจึงต้องมาดูข้อกฎหมาย ซึ่งมีวิธีเดียวคือต้องฟ้องเจตนา แต่ถ้าฟ้องประมาทเหมือนเดิมก็รอลงอาญาก็ไม่ได้ติดคุกจริง ตอนนี้ไปดูกฎหมายก็เปิดช่องเจตนาเล็งเห็นผลไม่ต้องเป็นเจตนาหวังผลก็ได้ จึงใช้กฎหมายข้อนี้เมื่อมีการส่งสัญญาณไปแรง ๆ



ช่วงวันแรกของสงกรานต์ได้เกิดเหตุเมาขับรถชนคนตาย ส่งผลกระทบเมื่อมีการไปพูดต่อ ๆ กันว่า ไม่กินเหล้าแล้วขับรถ ซึ่งสมัยก่อนจะพูดว่ากินเหล้าขับรถอย่างมากโทษจำคุกรอลงอาญา เป็นการประมาท แต่เดี๋ยวนี้ โทษเจตนาแล้ว ตรงนี้เป็นการป้อมปรามคนเมาตั้งแต่แรก อย่าคิดว่าคนเมาไม่รู้เรื่อง คนเมารู้เรื่องดีว่าเป็นอย่างไร ตรงไหนมีด่าน หรือ ถ้าเห็นว่า เมาแล้วติดคุกเขาก็จะไม่ทำ เท่ากับเป็นการป้อมปราม คนเมาออกไปจากท้องถนนเยอะ จึงทำให้อุบัติเหตุลดลงคนตายลดลงชัดเจน

** หลังจากนี้ทางมูลนิธิเมาไม่ขับจะมีมาตรการเดินหน้าป้องกันอุบัติเหตุอย่างไร
นพ.แท้จริง : ทางเราก็จะเดินหน้าติดตามกรณีเคสเมาแล้วขับรถชนคนตายต่อไป ว่า สุดท้ายแล้วจะมีการฟ้อง ซึ่งเวลานี้ยังไม่มีการห้องเพียงแต่นำไปฝากขังเท่านั้น แล้วศาลให้ไปทำสำนวนใหม่ แต่ไม่ได้ตัดสิทธิว่าจะมาฟ้อง จริง ๆ แล้วคนที่จะฟ้องคืออัยการไม่ใช่ตำรวจ ซึ่งตำรวจต้องหาข้อมูลหลักฐานส่งให้ทางอัยการดูแล้วถึงจะส่งให้ศาลอีกครั้ง ตรงนี้ต้องมาช่วยกันว่าจะทำอย่างไรให้ตำรวจไปสืบและทำสำนวนออกมาให้อัยการมองได้ว่าเป็นเจตนาเล็งเห็นผล แล้วอัยการนำสำนวนฟ้องไปที่ศาลอีกครั้ง ก็ต้องตามไปดูว่า เมื่อฟ้องไปแล้วศาลจะตัดสินอย่างไร ซึ่งตรงนี้จะอยู่ที่ดุลพินิจของศาลจะพิจารณาตัดสินอย่างไร ซึ่งถ้าตัดสินว่าเป็นเจตนาจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ แต่ถ้าศาลบอกว่า ไม่ใช่เจตนา ก็ต้องกลับมาดูว่า จะต้องแก้กฎหมายอะไรหรือไม่ ที่ต่อไปนี้คนขับเมาแล้วไปชนคนตาย กฎหมายอาจจะเขียนว่าไม่ใช่ประมาท แต่เป็นการชนคนตายเท่านั้น ถ้าจะต้องแก้กฎหมายก็ต้องแก้ เพื่อที่จะมาต่อสู้กับคนที่ยังเมาแล้วขับรถอยู่ให้มีการเกรงกลัว ตัดสินใจว่าไม่ขับ แต่ที่เสี่ยงเพราะเห็นว่าโทษแค่เล็กน้อย มนุษย์ตัดสินใจทำเพราะไม่ใช่ความรู้ มนุษย์ตัดสินใจส่วนใหญ่เพราะความรู้สึก ถ้ารู้สึกว่า ยังทำได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่เอา ทำไม่คุ้มเขาก็จะไม่ทำ



** อยากจะฝากอะไรถึงคนที่ขับรถบนท้องถนน
นพ.แท้จริง : ผมยังคิดว่า ต่อไปสังคมน่าจะกลับมาคิดถึงคนเมาใหม่แล้ว ซึ่งจะมีสุภาษิตที่ว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา คือ คนไทยเห็นคนเมาแล้วก็จะบอกว่า จะไปลงโทษเขาได้อย่างไรเพราะเขาเมาไม่รู้เรื่อง และถ้าเรายังมีทัศนคติอย่างนี้ คนเมาคิดจะทำอะไรก็ได้ เมาแล้วจะไปลวงลามใคร หรือ จะไปฆ่าใครก็ได้ แล้วบอกตอนที่ทำไม่รู้ตัว แล้ว กลายมาเป็นความผิดฐานประมาท ผมว่าไม่ถูก แต่ในอนาคตอาจจะต้องมีแนวความคิดใหม่ ถ้าคนเมาแล้วไปขับรถชนคนโทษต้องหนักกว่าคนธรรมดา แล้วมาออกกฎหมายใหม่ว่า ถ้าเมาแล้วยังไปขับรถหรือไปทำผิดโทษจะหนัก ฉะนั้นคนเมาต่อไปนี้ต้องพยายามเก็บตัว อย่าออกไปข้างนอกเพราะโทษจะหนัก ไม่ใช่ว่าออกไปแล้วใช้ความเมาอ้าง ผมคิดว่าน่าจะเป็นการผลักดันต่อไปในอนาคตที่ว่า สังคมต้องมองว่าคนเมาเป็นภัย ต้องอยู่ในสถานที่ หรือ คนที่อยู่รอบ ๆ ข้างจะต้องดึงไว้อย่าให้ออกมา ถ้าให้ออกมาถือว่ามีส่วนให้การสนับสนุนด้วย เป็นต้น ต้องคิดใหม่หมด ไม่อย่างนั้นสังคมจะตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นทุกที


.................................
คอลัมน์ : Talk online
โดย "อุบล ชาญปรีชาสมุทร"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%

บอกต่อ : 827