อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562

เมื่อถึงเทศกาลเกณฑ์ทหาร ทำไมคนไทยไม่อยากเป็น?

สัปดาห์นี้เปิดเหตุผลหลัก ทำไมชายไทยไม่อยาก “เกณฑ์ทหาร” จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์การเป็นทหารเกณฑ์มีเกียรติ ถ้ากองทัพไม่ปรับการสื่อสารและภาพลักษณ์ใหม่ พฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2562 เวลา 12.00 น.


วีคนี้ว่าจะเขียนเรื่องการเมือง แต่ก็พบว่า...เขียนไปก็ไม่ได้ว่าจะคืบหน้าเท่าไหร่ เพราะก็วนเวียนสาละวันเตี้ยลงกันอยู่ที่ว่าทำอะไรไม่ได้ เนื่องจาก กกต. ก็ไม่บอกความชัดเจนจะใช้สูตรไหนคำนวณ ส..บัญชีรายชื่อ ทำให้แต่ละพรรคคิดกันไม่ค่อยจะตกว่า สุดท้ายฝั่งเรามีเท่าไหร่ และเที่ยวนี้อย่าประมาทไป เสียงปริ่มชนะกัน 5-6 เสียง ก็เผลอ ๆ ตั้งรัฐบาลได้แล้ว ดังนั้นต่างก็อยากรีบขอความชัดเจน จะได้วิ่งเจรจา

เอาเป็นว่า เดี๋ยวก็ต้องรอใบแดงใบส้มใบดำเลือกตั้งใหม่อีกล่ะ ซึ่งไม่รู้ในเดือนนี้จะออกมาบ้างไหม เห็นว่าร้องเรียนตั้ง 66 เขต แต่ถ้าเดือนนี้ไม่ทันก็ต้องรับรองผลไปก่อนให้ทันเปิดสภาตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญให้ กกต. รับรองผล จากนั้นก็ค่อยไปสอยกันทีหลัง ถ้าแบบนั้นคงวุ่นวายพิลึก เกิดเลือกตั้งใหม่หลายเขต กกต. อาจต้องจัดรวมเป็นเลือกตั้งใหญ่ไปเลย จะได้เอาคะแนนมาคิดปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ทีเดียว ไม่ต้องรอหน่วยโน้นเขตนี้

กลับมาเรื่องที่น่าจะชวนคุยกันช่วงนี้ดีกว่า ช่วงต้นเดือนเม.ย. เป็นช่วงที่ชายไทยวัยรุ่นต่างก็เบื่อ หรือต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อไปหลายคน ถ้าถึงช่วงอายุที่เขาเรียกว่า “ต้องรับใช้ชาติ” เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารเกณฑ์ประจำปี ซึ่งปีนี้ก็ตรวจเลือกกันถึงวันที่ 12 เม.ย. คนที่ไม่อยากเป็นทหารก็คงวางแผนกันไว้ก่อน เช่น ย้ายตัวเองเข้าทะเบียนบ้านในเขตที่มักจะสมัครเต็ม อย่างเขตทหาร พวกเขตดอนเมือง แขวงสีกัน อะไรพวกนี้ก็เต็มบ่อย



สีสันในการเกณฑ์ทหารที่เห็นกันทุกปี ก็คือ “สาวข้ามเพศ” ที่ไปรายงานตัวตามกฎหมาย ก็แต่งสวยเต็มไปเลย มีหน้าอกผมยาวกลายเป็นภาพข่าวออกทุกปีว่า “กะเทยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ก็เอาใบรับรองแพทย์ไปยื่น แล้วก็ได้รับเอกสารว่า “เพศสภาพไม่ตรงเพศกำเนิด” ซึ่งเรื่องนี้ทางฝั่งหลากหลายทางเพศเขาต่อสู้มานานแล้วให้แก้คำว่า “จิตวิปริตถาวร” ที่ใช้เดิม เพราะมันคือการเหยียด การตีตรา แล้วสุดท้ายการต่อสู้ก็ชนะในชั้นศาลปกครอง

แต่เมื่อปีที่ผ่านมา เรื่องแต่งหญิงไปเกณฑ์ทหารกลายเป็นข่าวฮือฮาขึ้นมา เมื่อมีอยู่รายหนึ่ง แต่งหญิงไปเกณฑ์ทหาร แล้วปรากฏว่า ไม่กี่เดือนจากนั้นรายนี้ก็ถอดรูปจำแลงไปประกวดเวทีผู้ชายเวทีหนึ่งหน้าตาเฉย กลายเป็นที่วิจารณ์กันมากจนคนต้นเรื่องต้องออกมาขอโทษ แล้วยืนยันว่าเป็นกะเทยจริง ๆ พอมาปีนี้ก็เลยมีข่าวทำนองนี้ว่า มีคนแอ๊บแต่งหญิงไปเกณฑ์ เพราะหวังจะหลุดทหารบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น

คือง่าย ๆ ถ้าไม่ใช้ชีวิตมาในทางนั้น มาแอ๊บวันเดียวมันก็ประดักประเดิด และไม่ใช่ว่าสัสดีเขาจะปล่อยเอาง่ายๆ เขาพาเข้าตรวจห้องลับเพื่อดูนม ดูอย่างอื่นให้ยืนยันชัดๆว่า “เพศสภาพไม่ตรงเพศกำเนิดแน่” ซึ่งกรณี อ๊บแต่งหญิง” นี่ทำให้กลุ่มข้ามเพศของจริงเขาเดือดร้อนมาก เพราะเขาบอกว่าทำให้สัสดีไม่ไว้ใจคนข้ามเพศ และตรวจหนัก ๆ จนบางทีกลายเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกาย แต่ก็อย่างว่าแหละ ถ้าคนจะเห็นแก่ตัวก็ไม่สนใจคนอื่น





เคยลองถามหลาย ๆ คน ว่า ทำไมไม่อยากเป็นทหาร? จริง ๆ เรื่องแค่นี้เป็นสามัญสำนึกที่ตอบกันง่าย ๆ แต่เผื่อจะมีเหตุผลแปลก ๆ อันดับแรกคือ “เป็นการละเมิดสิทธิ์ในร่างกายของเรา” เขาว่าเป็นเพราะการเกณฑ์ทหาร เริ่มจากถูกบงการให้ทำสิ่งน่าอายต่อหน้าธารกำนัล ถอดเสื้อนั่งเรียงรอ ซึ่งอ้างมายาคติว่า “เป็นผู้ชายเรื่องแค่นี้เขาไม่อาย” แต่เอาจริงมันไม่ใช่เรื่องความอายไม่อาย มันคือความเต็มใจหรือไม่

แล้วก็ถูกกระทำให้เป็นตัวตลกในระหว่างการจับใบดำใบแดง คนเราควรมีสิทธิ์ที่จะรักษาภาพลักษณ์ อารมณ์จับใบดำใบแดงมันเป็นอารมณ์ที่ควบคุมได้ยากอยู่  แต่เพื่อนร่วมเกณฑ์ , กองเชียร์ , สัสดีหรือ ฯลฯ แถว ๆ นั้นมาคอยจับตาเพื่อเห็นสนุก คนที่เสียใจที่ได้ใบแดงก็ถูกโห่ฮา ซึ่งทำให้เกิดความอับอาย อย่างนี้แหละเป็นเบื้องต้นที่เขาบอกว่า แค่กระบวนการตรวจเลือกก็บังคับใจ และออกจะเหมือนละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว

และการล่วงละเมิดในร่างกายก็ยังมีข่าวออกมาเป็นระยะอีก สิ่งที่ความเป็นทหารต้องการคือการ “ฝึกวินัย” ของชายไทย แต่กลายเป็นว่าข่าวที่มักจะออกมาคือการละเมิดหรือการใช้ความรุนแรง เอาจริงลองเสิร์ชเน็ตดูก็คงจะพอเห็นว่า มีข่าวพลทหารถูกซ่อม “ธำรงวินัย” มาเท่าไหร่ แล้วที่หลายคนบอกว่ากลัว คือ สังคมทหารเป็นสังคมที่มีระดับชั้น ไม่ใช่สังคมที่เท่าเทียมกัน กลัวจะโดนครูฝึกหรือพวกระดับสูงสั่งให้ทำอะไรที่ไม่เต็มใจ



ที่เห็นอีกอย่างหนึ่งคือ กลุ่มเกย์นี่ไม่ค่อยอยากเป็นทหารกัน เพราะพื้นที่ในกองทัพนั้น เป็นพื้นที่การแสดงอำนาจของเพศชาย คนที่มีเพศกำเนิดเป็นชาย แต่ไม่ได้มีเพศสภาพเป็นชาย ก็จะตกเป็นเหยื่อของการถูกทำร้ายหรือถูกล่วงละเมิดได้ง่าย โดยคนทำอาจคิดว่า “ต้องซ่อม เพราะเกิดเป็นชาย มาเป็นแบบนี้แล้วเสียชาติเกิด” คือพยายามตีกรอบวินัยให้ออกมาเป็นรูปแบบเดียวกัน พ่อแม่บางบ้านก็ยังมีความคิดด้วยซ้ำว่า ลูกตุ้งติ้งต้องส่งไปเกณฑ์ทหาร

เอาเป็นว่า เหตุผลหลักที่คนไม่อยากเกณฑ์ทหาร คือ ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจ วิตกกังวลว่าจะมีการล่วงละเมิดทางกาย ทางวาจาได้ ซึ่งเรื่องความรุนแรงทางวาจาคนไทยยังซีเรียสกับเรื่องนี้น้อย การใช้วาจาคุกคามบางทีไปมองว่าเป็นเรื่องมุขตลกอย่างนั้น และหลายคนเขาก็บอกว่ามันเสียเวลาทำมาหากิน เกิดมีงานมีการแล้ว หรือมีครอบครัวแล้ว ไปติดทหาร 6 เดือนถึง 2 ปี มันดูเหมือนเสียโอกาสหลายอย่าง

การเกณฑ์ทหารกลายเป็น “ภาระ” แทนการรับใช้ชาติไปแล้ว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการสื่อสารภาพลักษณ์ทหารของกองทัพดูแล้วไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่นัก ทหารต่างประเทศดูเท่มาก ดูภาพคือมาเป็นทหารเพื่อโอกาสในการได้ร่วมพิทักษ์มาตุภูมิ อย่างภาพลักษณ์ของทหารอเมริกัน แต่ภาพลักษณ์ของทหารเกณฑ์ไทยกลายเป็นภาพของ “ไอ้เณร” เดินหัวเกรียน ๆ แบบไม่ค่อยจะมีเกียรติ แถมต้องถูกเกณฑ์ไปรับใช้บ้านนาย

มันไม่ได้มีภาพ “รั้วของชาติ” องอาจผึงผาย เป็นทหารหาญ ภาพดี ๆ ของทหารจะออกมาในช่วงที่ประเทศชาติเกิดภัยพิบัติ แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้มีภาพนั้น แถมคนยังเกลียดรัฐบาลทหารอีก มันก็โยงแบบเหมารวมว่า “เราต้องไปเป็นทหารเพื่อไปรับใช้คนพวกนี้เหรอ” ถึงเอาดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด” ก็น่าสงสัย “แล้วได้อะไร?” คือบางทีจะให้คนเต็มใจอยากเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้น กองทัพควรต้องปรับการสื่อสารใหม่

ในยุคที่พรรคการเมืองกระเหี้ยนกระหือจะปฏิรูปกองทัพแบบนี้ ฝ่ายกองทัพเองก็ต้องสื่อสารเพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้ตัวเองให้ได้ด้วย เรื่องเกณฑ์ทหารนี่ก็ส่วนหนึ่ง เอาเป็นว่าถ้าโจทย์คือ “ทำอย่างไรให้คนเป็นทหารเกณฑ์มีเกียรติ” ลองคิดยุทธศาสตร์ดูว่าจะสื่อสารอย่างไร ที่สำคัญคือการต้องลบภาพแย่ ๆ เดิม ๆ ให้ได้

แต่ไม่ว่าอย่างไร การสร้างภาพก็ต้องทำจากสิ่งที่เป็นจริงเท่านั้น นั่นคือกองทัพก็ต้อง “ปรับ” อะไรด้วยเช่นกัน.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 346