อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

เทคนิคการเปรียบเทียบปรับ กลยุทธ์เข้าถึงครองใจปชช.

สัปดาห์นี้ฟังเรื่องเล่าวงการสีกากี จาก “ป๋า” ยศ “ร.ต.ต.” หลุดเทคนิคการเปรียบเทียบปรับ กลยุทธ์ของนายตำรวจใหญ่ หวังครองใจเข้าหาประชาชน พุธที่ 10 เมษายน 2562 เวลา 14.00 น.


หลัง ๆ มานี้ผมไม่ค่อยได้ตระเวนตามโรงพักบ่อย เวลากลับไปเจอหน้าตำรวจที่คุ้นเคยก็หล่นความสงสัยว่าเดี๋ยวนี้หายไปไหน ซึ่งผมเองก็ต้องตอบว่า เขตมันกว้างขึ้น โยกย้ายไปเขตอื่นบ่อย ๆ

แต่เหตุผลสำคัญจริง ๆ คือ เดี๋ยวนี้รถติดมากครับ จะไปโรงพักหนึ่งต่ออีกโรงพักหนึ่ง อาจใช้เวลากว่า 2 ชม. มองการก่อสร้างแนวรถไฟฟ้านานกว่าไปนั่งคุยกับตำรวจอีก

ดังนั้นบางทีก็ตั้งหลักสักที่ยาว ๆ ไปเลย ถ้ามีงานก็ค่อยเดินทางไปก่นด่าการจราจรในกรุงเทพพระมหานครไป ซึ่งส่วนใหญ่งานข่าวที่พาผมไปจรลีนู่นนั่นนี่ แบบออกเวรก็หมดพลังกายาแล้ว

ไม่ได้หมดเพราะงานข่าวนะครับ หมดเพราะนั่งรถนานนี่แหละ (ฮาไม่ออก)

การเป็นคนกรุงเทพฯ นี่เหนื่อยทีเดียว...

เกริ่นเสียนาน พอผมได้ขึ้นโรงพักที ก็ต้องหาเรื่องราวมาเขียนหนอนโรงพักทุกครั้งไป อย่างสัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปโรงพักแห่งหนึ่ง นำหนังสือพิมพ์ที่รถตระเวนจะมีให้ 10 กว่าฉบับไว้ตระเวนแจกตามโรงพิมพ์ สมัยก่อนสัก 5 ปีที่แล้ว มีน้องนักข่าวไปตระเวนแจกหนังสือพิมพ์ ร้อยเวรหนุ่มบอกว่า อ่านเรียบร้อยแล้วจากในมือถือ ตอนนั้นยังดูเป็นเรื่องไกลตัวมาก ๆ เลย เราคิดว่ามีคงมีร้อยเวรแบบนี้ไม่มาก แต่ที่ไหนได้ ความเปลี่ยนแปลงในโลกหล้ามาไวเกินคาด สมัยนี้แทบจะไม่มีใครอ่านหนังสือพิมพ์กันแล้ว ไปแจกตามโรงพัก บางทีร้อยเวรใหม่ ๆ งง ว่ามาแจกทำไม วัฒนธรรมนี้กำลังจะเจือจางลงไปตามกาลเวลาแห่งยุคสมัย



อย่างไรก็ดีบางทีตำรวจเห็นหนังสือพิมพ์ ไม่มีอะไรทำก็เอามาหยิบอ่านแก้เซ็งได้เหมือนกัน ตำรวจแก่ ๆ ระดับ ป๋า ก็ยังคงรู้จักวัฒนธรรมการแจกหนังสือพิมพ์ของนักข่าวอาชญากรรมอยู่ ก็จะหยิบเอามาอ่านบ้างตามเรื่องตามราว

วันนี้นั่งรอทำข่าวอยู่ตรงข้ามกับจุดเปรียบเทียบปรับ ร้อยตำรวจตรีป๋าวัยใกล้เกษียณนั่งปรับใบสั่งจากประชาชนไป

ไปโดนอะไรมาอีกล่ะ” ป๋าแกถามประชาชนคนธรรมดา

ที่เดิมครับ

ป๋าส่ายหน้า “วันหลังต้องรู้ นายเขาจะตั้งด่านช่วงสิบโมงถึงเที่ยง แล้วก็บ่ายสองถึงสี่โมงเย็น จุดนั้นระมัดระวังหน่อย เอ้า! 200 บาทนะ” คนแรกจ่ายแล้วเดินผ่านไป คนที่สองรอคิวจ่ายในทันที

มีเท่าไหร่”

“ป๋า...ขอสั300 ได้ไหม” ประชาชนคนธรรมดาอ้อนวอน ป๋าดูข้อหาแล้วพูดว่า 200 แล้วกัน จะได้เก็บติดตัวไว้ 100 นะ” ประชาชนดีใจรีบจ่ายในทันใด ผมนั่งมองป๋าแกทำงานอย่างเพลิดเพลิน จนป๋าแกว่าง แกก็เดินมาคุยกับนักข่าวด้วย “ถ้าผมอยู่นะ ก็ปรับขั้นต่ำหมดแหละ บางวันเจอวัยรุ่น มีเงินแค่ 200 บาท โดนใบสั่ง หน้าตาน่าสงสาร เราก็ปรับ 100 เดียว บางทีดูข้อหาก็สอบถาม ไม่ต้องสอนสั่งหรอก คนใช้ถนนรู้ตัวเองดีอะไรผิดถูก” คำพูดหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง

บางที่เดี๋ยวนี้ปรับแพงนะ ลดไม่ได้ด้วย เขาให้เปรียบเทียบปรับ บางคนเล่นปรับเต็มเลย บางทีตำรวจด้วยกันเองไปขอก็ไม่ลดให้ โอ้โห...ยากมากจริง ๆ” แล้วแกก็หล่นชื่อโรงพักระดับตำนานที่คนโดนใบสั่งถึงกับหน้าซีดออกมา เป็นอันรู้กันเลย

ผมฟังแล้วก็เห็นด้วย เดี๋ยวนี้โดนใบสั่งที จ่ายกันหนักเลยทีเดียว จ่ายแล้วตัวเบาหวิวเลย ดังนั้นใครกระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบตัวเองครับ ขนาดตำรวจด้วยกันเองยังรู้เลยว่าเปรียบเทียบปรับจ่ายขั้นต่ำมันยากมาก ๆ

มีปัญญาขับรถขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนน ก็ควรจะมีสำนึกรู้ว่าทำผิดแล้วต้องยอมรับ จ่ายเงินให้หลวงเสีย ไม่ใช่ดิ้นรนหาทางลัดกับคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด มันไม่ถูกต้องจริง ๆ อันนี้พูดลอย ๆ ครับ

กลับเข้าเรื่องต่อ..



นายเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน” ป๋าแกบอก แล้วแกก็เดินไปเปรียบเทียบปรับต่อ “ผมนี่ ถ้าคุยกันว่าจะเอาเท่าไหร่ ก็ได้หมดไม่มีปัญหาอะไรหรอก คนทำมาหากิน” แกปรับเสร็จก็เดินมาคุยกับผมต่อ

นายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่ง ตอนนี้แกเกษียณไปแล้ว สมัยก่อนยังไม่มีกำหนดว่าปรับขั้นต่ำเท่าไหร่ ตำรวจบางนายเซ็นหลังใบสั่ง 20 บาท ชาวบ้านมาจ่ายค่าปรับเสีย 20 บาทก็มีนะ” ผมฟังอย่างออกรสออกชาติ

ทีนี่แกมาเป็นผู้กำกับโรงพักนี้ เพื่อน ๆ ในรุ่นก็ขอให้แกช่วยปรับถูก ๆ หน่อย เวลาใครมีปัญหาอะไร ก็เข้าหาแกให้ช่วยปรับใบสั่งจ่ายไม่แพงหน่อย แกก็ให้ปรับ 20 บาทเลย ใครมาหาแก ลดเหลือ 20 บาทหมด”

เป็นแบบนี้คนก็ชอบสิ มารอพบผู้กำกับประสานให้ปรับใบสั่งถูกลงหน่อย แกก็ทำให้ตลอด ไม่หงุดหงิดนะ แกชอบ” ป๋าแกฉีกยิ้ม

ที่แกชอบไม่ใช่อะไรหรอก แกบอกว่า คนมาหาแกแบบนี้ ดี! ทำให้ดูมีบารมี เอ้า! ทำเป็นเล่นไปนะ ประชาชนเข้าหาเรื่องใบสั่งแกมาก ๆ เขาก็รู้สึกดีกับตำรวจนะ ใครก็รู้จักแก มันเป็นเทคนิคการเข้าหาประชาชนอีกแบบ เป็นเรื่องน่าสนใจเลยนะ ไม่รู้ว่าตอนนี้แกเกษียณไปอยู่ไหนแล้ว บางวันก็มาสน. นั่งคุยกับพวกผม ความหลังเรื่องราวต่าง ๆ และความเป็นไปในวงการตำรวจ มันเปลี่ยนไปเยอะจริง ๆ ทั้งแง่ดีและแง่....เอาน่า...รู้กัน”

ป๋าแกหัวเราะทิ้งท้าย ผมก็ไปทำงานต่อ คนก็ยื่นใบสั่งมาให้แกปรับอย่างต่อเนื่องเป็นวงจรกิจวัตรเดิม ๆ ที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับคนมาเสียใบสั่งยิ่งนัก เป็นอันว่าการขึ้นโรงพักครั้งล่าสุดได้ให้ข้อคิดบทเรียนแก่ผมอย่างน่าสนใจเลยทีเดียว หวังว่าผู้อ่านจะได้อะไรจากบทความนี้ไปบ้างนะครับ...หรือไม่ได้อะไรเลย (ฮา) ก็ถือเสียว่าอ่านเอาสนุกผ่อนคลายกันไป

มาถึงบรรทัดนี้ ก็ขอสวัสดีปีใหม่สงกรานต์ล่วงหน้าครับผม...ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขในเทศกาลนี้นะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านหนอนโรงพัก ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง เคารพกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนอื่นครับผม.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36