อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

ชื่นชม"มูลนิธิปันสุข" สะพานบุญเชื่อมผู้ให้กับผู้รับ

อุดมการณ์แรงกล้า“เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” มูลนิธิปันสุข องค์กรดีแห่งเมืองนครปฐม ทุ่มเทช่วยเหลือผู้คนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นสะพานบุญเชื่อมระหว่าง“ผู้ให้”กับ“ผู้รับ” เสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์กันอีกแล้ว ขอให้ทุกท่านโชคดี โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย...วันเวลามันหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ขณะที่ภารกิจของ“เหยี่ยวขาว”คือการนำเสนอเรื่องราวคนดีหรือองค์กรดี ๆ ของสังคมยังคงเดินหน้าต่อไปเช่นกัน ภายใต้ข้อกำหนดห้ามนำเสนอซ้ำเรื่องเดิม...คงจำกันได้ก่อนหน้านี้ได้นำเสนอผลงานของมูลนิธิฯ และกลุ่มชมรมต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล,มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ,มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย,กลุ่มสืบป่า,กลุ่มทอสายใย ฅ ทอฝัน,ชมรมช่างไม้จิตอาสา ฯลฯ พวกเขารวมตัวกันขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ลำบากยากจน-เจ็บป่วยไร้ที่พึงพิง ช่วยเหลือโดยไม่มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ทำด้วยหัวใจล้วน ๆ

วีคนี้เช่นกันอยากให้ทุกท่านได้รู้จักกับ“มูลนิธิปันสุข” มูลนิธิฯที่เกิดจากความร่วมมือกันของคนหลายกลุ่ม หลายเครือข่ายใน จ.นครปฐม คิดตรงกันว่า “การให้คือลมหายใจของสังคม” พวกเขาไม่ต้องการจะเห็นใครถูกทอดทิ้งหรือ“อยู่ร้อน นอนทุกข์” ดังนั้นการเกื้อกูลกัน การช่วยเหลือ “แบบบ้านๆ” จึงเกิดขึ้นตามธรรมชาติ คนที่มีมากกว่าก็หยิบยื่นแบ่งปันให้กับคนที่ “ขาด” หรือ“ต้องการ” ตามความจำเป็นขั้นพื้นฐานหรือตามศักยภาพของ “ผู้ให้” พวกเขาทำกันมานานหลายปีแล้ว ลองไปฟังสิ่งดี ๆ ของมูลนิธิฯนี้กันดู



รศ.ดร.เกศินี ประทุมสุวรรณ ผู้จัดการมูลนิธิปันสุข บอกว่า มูลนิธิฯ มี ..ยุพิน ดุษิยามี เป็นประธานมูลนิธิฯ ปี 60 ดิฉันเป็นที่ปรึกษาศูนย์วิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น .ราชภัฏนครปฐม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เป็น เลขาธิการ ให้ทำโครงการการพัฒนากลไกสนับสนุนเครือข่ายจิตอาสาประชารัฐเสริมสร้างสุขภาวะจังหวัดนครปฐม เลยมีการรวมตัวกันของคนที่มีหัวใจเดียวกัน ก่อเกิดเป็นรูปร่าง

โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1.จัดตั้งคณะทำงาน ประสาน เชื่อมโยง ถักทอเครือข่ายพลเมืองจิตอาสาและพัฒนาศักยภาพ 2. สำรวจค้นหากลุ่มประชากรที่อยู่ในภาวะยากลำบาก และกลุ่มเปราะบาง พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสม 3.จัดทำแผนที่ภูมิศาสตร์และระบบเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อพิบัติภัยธรรมชาติ 4. พัฒนาระบบและกลไก “กองทุนประชารัฐเพื่อสังคมของจังหวัด” และ 5. พัฒนาระบบและกลไกการสื่อสารสังคม





โครงการมีเวลาแค่ 4 เดือน เริ่มต้นด้วยงบประมาณไม่มาก เมื่อเวลาสิ้นสุดลง งบประมาณหมดแล้ว แต่ จิตวิญญาณของโครงการยังคงอยู่ กองทุนประชารัฐเพื่อสังคมของจังหวัดที่เราได้พัฒนาระบบและกลไกขึ้นมานั้นถูกจัดตั้งขึ้นเป็นมูลนิธิปันสุข เพื่อความยั่งยืนสืบสานการให้ และต่อยอดอุดมการณ์ที่ว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ผู้จัดการมูลนิธิฯ บอกต่อว่า มูลนิธิฯมีวัตถุประสงค์คือ การสร้างเสริมการดำเนินงานพัฒนาสังคม ชุมชนท้องถิ่น และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ร่วมกับทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และภาคสื่อมวลชน มีการระดมทุน และทรัพยากรทั้งภายในและภายนอก จ.นครปฐมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้เปราะบาง ผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัยพิบัติทุกกรณี รวมทั้งสร้างเสริม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพพลเมืองอาสาในการทำงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยสำนักงานเพื่อการประสานงานของมูลนิธิอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มี “พลเมืองอาสา” นับร้อยคนอยู่ในทุกอำเภอ มีภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันเป็นจำนวนมาก





กิจกรรมที่ผ่านมาลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบของใช้จำเป็น โดยพลเมืองอาสาของแต่ละอำเภอจะนำไปส่งมอบให้กับ “ผู้เปราะบาง” อาจจะเป็น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ คนพิการ คนยากไร้ และผู้ที่ถูกทอดทิ้ง จากนั้นทุกวันเสาร์ต้นเดือนจะมีกิจกรรม “คาราวานปันสุข” โดยพลเมืองอาสาของทุกอำเภอจะรวมตัวกันเดินทางไปมอบของใช้เยี่ยมเยียนผู้เปราะบางในอำเภอใดอำเภอหนึ่งเวียนไปทุกอำเภอในแต่ละเดือน ซึ่งของใช้ที่จำเป็นในที่นี้ ได้แก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้าและน้ำยาอเนกประสงค์ บางกรณีที่จำเป็นก็มอบเงินด้วย ซึ่งเงินและสิ่งของมูลนิธิจัดซื้อมาจากสินค้าชุมชน ใช้เงินของมูลนิธิที่ได้รับการบริจาคมาจากผู้มีจิตศรัทธา

มูลนิธิฯทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” หรือ“สะพานบุญ” เชื่อมระหว่าง “ผู้ให้” กับ“ผู้รับ”อันเป็นการให้ที่ผู้ให้มีความสุขที่ได้แบ่งปันเพื่อคนอื่น ส่วนผู้รับก็มีความสุข มีความรู้สึกที่ดี มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่การรับที่ได้มาจากการร้องขอหรือการเรียกร้อง





จากการทำงานมาเกือบ 2 ปี นอกจากการเป็นตัวกลางในการให้สิ่งที่เป็นวัตถุแล้ว มูลนิธิฯยังเป็นตัวกลางในการประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความจำเป็นของแต่ละกรณีด้วย เช่น บางรายต้องการที่อยู่อาศัย บางรายต้องการการช่วยเหลือด้านกฎหมาย บางรายต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในกรณีเกิดเพลิงไหม้ วาตภัย หรือภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานราชการอาจมีข้อจำกัดในบางด้าน มูลนิธิฯจึงเป็นเสมือนจุดเชื่อมร้อยรอยต่อช่องว่างในสังคมให้พวกเขา

ทราบว่าผลงานที่ผ่านมาของมูลนิธิฯมีเยอะมาก หากเอามาเขียน 3 วันก็อ่านไม่หมด...น่าชื่นใจแทนชาวนครปฐมมีมูลนิธิฯดี ๆ คนดี ๆ อยู่ในพื้นที่มากมาย “เหยี่ยวขาว” ชื่นชมจากใจสำหรับความทุ่มเทในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน....จังหวัดอื่นล่ะมีมูลนิธิฯดี ๆ แบบนี้ในบ้านตัวเองบ้างหรือป่าว หากยังลองศึกษารวมตัวทำกันดู...อย่าให้ประเทศนี้มันเจริญด้านวัตถุอย่างเดียวเลย จิตใจคนต้องเจริญตามไปด้วย ประเทศถึงจะน่าอยู่.
..........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ จากขจร วัตรเอก ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.นครปฐม


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 226