อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

ชีวิตก่อนตายของชายขี้เมา เสียสติรถคว่ำพรากลูกเมีย

สัปดาห์นี้ฟังเรื่องเล่าที่มาของ “ชายขี้เมา” อุบัติเหตุพรากลูกเมีย เสียสติดื่มเหล้าย้อมใจ คิดฆ่าตัวตายแต่หญิงชราช่วยทัน นั่นแหละจุดเริ่มต้นของชีวิตก่อนทิ้งลมหายใจลาโลกนี้ไป พุธที่ 3 เมษายน 2562 เวลา 14.00 น.


รถพยาบาลขับนำลิ่วไป มีจักรยานยนต์ตำรวจขับตาม เสียงไซเรนดังลั่น เป็นกติกาสำคัญให้รู้ในฉับพลันว่าต้องหลบให้รถพยาบาลมุ่งไปยังที่หมาย ทุกคันต่างขยับหลบ ท่ามกลางการจราจรที่ติดหนักเป็นอย่างยิ่ง

ตำรวจขี่จักรยานยนต์แซงนำรถพยาบาลไปยังที่หมาย เจ้าหน้าที่รีบลงจากรถ ชายคนหนึ่งเป็นลมล้มหมดสติ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิที่มีความรู้ด้านการให้ความช่วยเหลือ พยายามปั๊มหัวใจยื้อร่างสุดชีวิต เขาขึ้นไปคร่อมร่าง พยายามปั๊มหัวใจให้ชายที่นอนกองกับพื้นได้หายใจอีกครั้ง ปั๊มอยู่นานเป็นจังหวะขึ้นลงอย่างต่อเนื่องแต่ยังไร้วี่แวว ถึงตอนนี้เขาหลบฉากให้เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าให้การช่วยเหลือต่อ

เกิดอะไรขึ้น”

กระจกรถเลื่อนลง ชายในรถถามไทยมุงที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ใครหลายคนต่างหยิบมือถือมาถ่ายบันทึกภาพไว้ เป็นเรื่องปกติแห่งยุคสมัย “คนเมาแกเป็นลมหมดสติ ล้มหัวฟาดพื้น” ชายที่มุงดูอยู่ห่าง ๆ ตอบคนในรถ กระจกเลื่อนขึ้น แล้วรถก็ขับผ่านเหตุการณ์ตรงหน้าไปอย่างเรียบเฉย



ชายไทยมุงที่ตอบคนในรถเมื่อครู่ หันไปคุยกับผู้หญิงเจ้าของร้านขายอาหารตามสั่ง “ไม่เคยเห็นแกทำอะไรนอกจากเมา วันนี้คงช็อกนะสิ ร้อนขนาดนี้” เจ้าของร้านผู้หญิงฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย

สุดท้ายแล้วชายที่เมาเหล้าหัวฟาดพื้นก็ดับดิ้นสิ้นชีวิต ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป เจ้าหน้าที่มูลนิธิแจ้งวอว่าเสียชีวิต ตำรวจที่ยืนดู ถ่ายรูปจากกล้องมือถือส่งไลน์ให้ผู้บังคับบัญชารรับทราบ ค้นตามตัวไม่พบเอกสารมีค่าอันใดทั้งสิ้น กินเวลาไม่นานศพชายขี้เมาก็ถูกนำส่ง ตำรวจมีหน้าที่ตามหาญาติมารับศพ สอบถามประชาชนแถวนั้น ไม่มีใครรู้จักแกมากนัก รู้แต่ว่าแกเอาแต่กินเหล้าอยู่อย่างนั้นมานานแสนนาน นอนริมทางบ้าง หายไปนานบ้าง ไม่ทราบว่าหายไปไหน อยู่ดี ๆ ก็กลับมากินเหล้าเมาหยำเปตรงนี้เสียประจำ สุดท้ายจบลงที่ “ชายนิรนาม” จบสิ้นปิดเรื่องราวได้อย่างง่ายดาย

หากตำรวจทำการบ้านหนักกว่านี้ และไปสอบถามคนให้มากกว่านี้ เขาจะเจอกับหญิงชราที่นอนป่วยอยู่ในบ้าน สุขภาพย่ำแย่ แต่สติและความทรงจำยังดี เธอจะเล่าเรื่องชายขี้เมาได้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีใครสงสัยถาม

ก่อนที่จะเป็นชายขี้เมา เขาคือคนทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในย่านนี้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทรัพย์สินมากมายเกิดขึ้นจากรายได้น้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เขาเคยมีครอบครัวที่ปิติสุข มีชีวิตที่โสภา จวบจนวันหนึ่งเดินทางพาครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัดในถนนเมืองไทยที่แสนอันตราย...ปรากฏว่ารถคว่ำ ภรรยาและลูกเสียชีวิต เขาบาดเจ็บสาหัส แต่รอดมาได้



หัวใจปวดร้าว ความทรงจำขาดวิ่น ชายหนุ่มคิดเพียงว่าฝันร้ายที่เพียงตื่นก็จางหาย แต่ไม่ใช่! นี่คือความจริงอันน่ากลัวที่สุด สติหลุด ประสาทสั่นไหว ทำงานในบริษัทไม่ได้อีกต่อไป เป็นที่น่าสงสาร แต่บริษัทต้องเติบโต เมื่อเห็นว่าทำงานไม่ได้ จำต้องปลดออก เศษเสี้ยวแห่งความเมตตายังมอบเงินให้ชายคนดังกล่าว

ชีวิตผิดพลาด อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากการขับรถของเขา...แต่มาจากความคึกคะนองของรถอีกคันที่ขับปาดไปมา...จนรถของชายคนดังกล่าวเสียหลัก ไม่มีความผิดใดเกิดกับอีกฝ่าย มีแต่ความสูญเสียเกิดขึ้น

เมื่อชีวิตไร้ซึ่งทุกอย่าง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีลมหายใจอีก ทีแรกเขาคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อไปอยู่กับภรรยาและลูกในโลกอีกใบที่คงจะงามกว่านี้ หากกำลังจะผูกคอตาย หญิงสาวมีอายุได้มาเห็นและห้ามไว้ วิงวอนให้เห็นชีวิตอันมีค่า ชายหนุ่มกลัวเกินกว่าที่จะฆ่าตัวตาย ความกล้าไม่เพียงพอ เขากลัวว่าเมื่อหมดลมหายใจ จะไม่มีชีวิตภพหน้า หรือชีวิตหลังความตาย ก็แค่ดับสูญเพียงเท่านั้น

เขาเริ่มทำงานใหม่ แต่สติที่ผุพัง ไม่สามารถทำให้เขาทำงานต่อได้ ไม่นานก็ถูกไล่ออก หลายครั้งและหลายครา สุราเป็นเครื่องดื่มวิเศษที่ทำให้เขาย้อนอดีตและสร้างโลกให้เห็นชีวิตอันสวยงาม พาเขาหลีกหนีไปสู่โลกอีกใบ ที่ซึ่งภรรยาและลูกพร้อมหน้าที่การงานยังมีอยู่



เขาฝากเงินไว้กับหญิงมีอายุ เร่ร่อนพเนจรไปเรื่อย หมดซึ่งความหวังในชีวิต ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ และดื่มกินอย่างเต็มที่ ไม่นานก็ขาดสุราไม่ได้ คนแถวนั้นไม่รู้จักชายคนดังกล่าว บ้านถูกยึด บริษัทย้ายถิ่นฐาน คนหลงลืมชายคนดังกล่าว เรียกเขาว่าชายขี้เมา ไม่มีใครรู้ชื่อจริง ไม่มีใครคุยกับแกรู้เรื่อง นอกจากคนขายเหล้า กินหยำเปทุกวัน จนในที่สุดมาวันนี้ก็ขาดใจตาย

เศษเสี้ยวก่อนหมดลมหายใจ ภาพในหัวถูกสร้าง เขากำลังจะได้ไปพบภรรยากับลูกอย่างแท้จริง กำลังจะได้พบกันแล้ว

พ่อกำลังจะไปหาลูกแล้ว”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายของชายขี้เมาที่เปล่งออกมาก่อนล้มหัวฟาดพื้น ไม่มีใครได้ยิน นอกจากเขาเพียงคนเดียว เป็นอันปิดฉากชีวิต

ด้านหญิงมีอายุมีชีวิตต่อโดยการเก็บรักษาเงินของชายขี้เมา เธอจะแบ่งเงินให้เขาไปกินเหล้า ดูแลรักษาเงินไว้ จนเมื่อล้มเจ็บ และชายขี้เมาสติเลอะเลือนมากขึ้น เธอเริ่มเอาเงินที่ถูกฝากไปใช้รักษาตัวเอง ชีวิตโดดเดี่ยว มีเพียงหลานสาวและคนข้างบ้านดูแล ทุกคนแปลกใจว่าทำไมเธอถึงมีเงินใช้ชีวิตได้ขนาดนี้ แต่ไม่มีใครปริปากถามใด ๆ เพราะคาดว่าไม่นานหญิงชราก็น่าจะต้องจบสิ้นชีวิตไปในไม่ช้า

หญิงชราทราบข่าวการจากไปของชายขี้เมา เธอนึกสงสัยว่า ตอนนั้นเธอควรปล่อยให้ชายคนดังกล่าวแขวนคอตายไปเสีย ไม่น่าให้เขามีชีวิตยืนยาวเพื่อมาเป็นชายขี้เมาแบบนี้

แต่เธอกลัว กลัวความตายของเขา ตอนนั้นเธอเชื่อว่าจะเปลี่ยนเขาได้ จวบจนที่เขาฝากเงินไว้กับเธอ ถึงตอนนั้นเธอไม่อยากให้เขากลับไปเป็นชายคนเดิม เธออยากได้เงินของเขา มันดีพอจะเลี้ยงชีวิตเธอได้ในชีวิตที่เงียบเหงา



หญิงชราไม่รู้ว่า เธอใจดำโหดร้ายหรือไม่ในโลกใบนี้ แต่วันที่ชายขี้เมาจากลา หญิงชราก็ตายตาม ไม่มีใครเชื่อมโยงเรื่องนี้ หลานสาวพบเงินจำนวนหนึ่งในลิ้นชักในห้องหญิงชรา เธอกำเงินออกมา แล้วเดินทางออกจากบ้านหลังนั้น ขึ้นจักรยานยนต์ของแฟนหนุ่มเดินทางออกไปจากชุมชน

มือหลานสาวกุมเงินในกระเป๋าแน่น อิงซบแผ่นหลังแฟนหนุ่ม เธออุ่นใจที่มีเงินติดตัวยิ่งนัก เธอไม่เคยสงสัยที่มาของเงิน ได้แต่ขอบใจหญิงชราที่ตายจากไปแล้วยังมีเงินทิ้งไว้ให้เธอได้อุ่นใจ.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ” 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 59