อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

แพ้เหงื่อตัวเองทำยังไงดี ซ้ำเป็นโรคถ่ายทอดสู่ลูก

สัปดาห์นี้พาไปรู้จัก "อาการแพ้เหงื่อตัวเอง" จากภูมิแพ้ผิวหนัง ทำให้เกิด "ผด-ผื่น-คัน" เป็นอุปสรรคในชีวิต ซ้ำถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้ แต่จะมีวิธีป้องกันอย่างไรไปติดตามกัน เสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 เวลา 12.00 น.


วันแรกของการเล่นน้ำสงกรานต์เมื่อเจออากาศร้อนมาก ๆ อาการหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ คือ "อาการแพ้เหงื่อตัวเอง" แต่จะเป็นอย่างไร รักษาได้หรือไม่ วันนี้เดี๋ยวจะพาไปคุยกับคุณหมอ เพราะมีวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง
 
นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า การแพ้เหงื่อเป็นอาการหนึ่งของโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งที่สำคัญก็คือ สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยมีความเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ได้มากกว่าปกติ จากความร้อนเป็นตัวเร่งให้ต่อมเหงื่อในร่างกายขับเหงื่อออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้อุดตันบริเวณต่อมเหงื่อ เกิด ผด ผื่น คัน มีผื่นแดง เกิดอาการแพ้ขึ้นทางผิวหนัง
 
ดังนั้นใครที่เป็นโรคนี้ก็มักจะมีประวัติภายในครอบครัวเป็นภูมิแพ้แบบต่าง ๆ เช่น หวัดเรื้อรัง แพ้ฝุ่น ไข้ละอองฟาง หรือหอบหืด ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน เช่น ออกกำลังกาย ทำงานกลางแจ้ง



 
เราไปดูอาการของโรคกันดีกว่า ว่าจะป้องกันอย่างไรดี?
 
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง บอกให้ฟังว่า อาการของโรคค่อนข้างจะมีรูปแบบเฉพาะสังเกตได้ง่าย โดยจะมีผิวแห้งและคัน มีผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณของร่างกาย ในช่วงอายุ 2 เดือน - 2 ปี มีผื่นผิวหนังอักเสบแดงบริเวณแก้ม หน้าผาก เป็นบริเวณที่มีการเสียดสีในช่วงที่เด็กยังคว่ำหรือคลาน แต่บางคนอาจมีเพียงแค่รอยด่างขาว ๆ ที่แก้มเรียกว่า กลากน้ำนม
 
อาการผิวแห้งคันนี้จะกระตุ้นให้เด็กเกา ยิ่งเกายิ่งอักเสบมากขึ้น จนบางรายอาจติดเชื้อที่ผิวหนังซ้ำ ซึ่งเมื่อช่วงอายุ 4-10 ปี รอยผิวหนังอักเสบจะเลื่อนไปสู่ตำแหน่งของข้อพับบริเวณแขนและขา ข้อพับเข่า ข้อพับข้อศอก ข้อมือ หรือข้อเท้า ผื่นจะเป็นทั้งสองข้างซ้ายขวา แต่ความรุนแรงของการอักเสบอาจไม่เท่ากัน บางรายเป็นตุ่มคันเล็ก ๆ และเกาจนเยิ้มแฉะ บางรายอาจจะมีผิวหนังที่หนาตัวขึ้นเป็นปื้นและคันมาก


 
แต่ว่าพอพ้นช่วงนี้แล้วส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไป เหลือแต่อาการผิวแห้ง กระทั่งช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมีอาการผิวแห้ง คันและแพ้ง่าย บางรายมือแตกระแหงจนมีเลือดออกซิบ ๆ และจะแพ้ได้ง่าย
 
อย่างไรก็ตาม "โรคภูมิแพ้ผิวหนัง" ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ซ้ำยังสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้ ทั้งนี้อาจลดความรุนแรงของโรคได้โดยการดูแลและปฏิบัติตนให้ถูกวิธี โดยหลีกเลี่ยงสถานที่มีอากาศร้อนอบอ้าว การอาบน้ำร้อนจัด หรือเปิดแอร์เย็นจัด ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรทำความสะอาดที่นอนและเครื่องนอนอยู่เสมอ เพื่อขจัดและป้องกันไรฝุ่น อาบน้ำชำระร่างกายบ่อย ๆ หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำถูตัวทุกครั้งที่รู้สึกร้อน ใช้ยาทาแก้ผดผื่น เช่น คาลาไมน์ และควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังหากมีผื่นแดง คันหรืออักเสบ อย่าซื้อยาใช้หรือหยุดยาเองในขณะที่ยังไม่หายดี จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผื่นเป็น ๆ หาย ๆ และเรื้อรังยิ่งขึ้น.
........................................
คอลัมน์ : Healthy Clean 
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 179