อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

การเมืองแทรกแซงกองทัพ อาจก่อความเสียหายแก่ชาติ

สัปดาห์นี้พูดถึงบทเรียนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติกว่า 2,000 ปี ชี้ชัดว่าการแทรกแซงกิจการภายในกองทัพของฝ่ายการเมือง ไม่เป็นผลดี และสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศชาตินับครั้งไม่ถ้วน เสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 เวลา 07.00 น.


@@@......สวัสดีท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” มาพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ตรงวันเสาร์ที่ 30 มี.ค. 2562 ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับการเลือกตั้ง 2562 แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่สงบ ฝุ่นยังตลบแย่งชิงการจัดตั้งรัฐบาล หลังวันที่ 9 พ.ค.ก็รู้ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล และ “ลุงตู่” จะได้ไปต่อหรือไม่...??



@@@……ก่อนเลือกตั้งพรรคการเมืองสารพัดที่จะหยิบยกนโยบายมาหาเสียง แต่พอเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อย พรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกเข้ามา แทนที่จะคิดว่าเมื่อเป็นรัฐบาลควรจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามที่โจมตีรัฐบาล “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเศรษฐกิจแย่ แต่ที่ไหนได้ สิ่งที่คิดกลับมาคิดแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ คิดแต่จะรื้อกระทรวงกลาโหม คิดแต่จะลดกำลังพลกองทัพ.....นักการเมือง มักมองทหารเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทางการเมือง แต่เมื่อมองอย่างเป็นธรรมแล้ว หากไม่เกิดปัญหาร้ายแรงที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติแล้ว ทหารก็คงไม่ออกมาแทรกแซง และเมื่อมองให้ลึกแล้วจากประวัติศาสตร์การเมืองไทย นักการเมืองเองก็ดูเหมือนจะเป็นภัยคุกคามต่อพัฒนาการทางการเมืองในตัวของมันเองเช่นกัน



@@@.......คนไม่รู้เรื่องการทหารจะเข้ามาปฏิรูปทหาร จะเข้ามาบริหารจัดการทหาร จะเข้ามาบังคับบัญชาทหารเป็นเรื่องขำขัน บทเรียนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติกว่า 2,000 ปี ชี้ชัดว่า การแทรกแซงกิจการภายในกองทัพของฝ่ายการเมือง ไม่เป็นผลดี และสร้างความเสียหายใหญ่หลวงกับประเทศชาติมานับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งบทเรียนจากประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ปล่อยทหารเขาอยู่นิ่ง ๆ ดีแล้ว ฝ่ายการเมืองต้องเรียนรู้ที่จะใช้ทหารให้เกิดประโยชน์ต่อชาติ บ้านเมือง และประชาชน ต้องเข้าใจขั้นตอน หลักการการสั่งใช้กำลังทหาร และต้องดูแลบำรุงเลี้ยงทหารให้ดีตามที่สมควรต่างหาก มิใช่คิดตั้งแง่เกลียดชังทหาร ซึ่งมีแต่จะสร้างความเสียหาย แทนที่จะร่วมกันพัฒนาชาติ ช่วยเหลือประชาชนต่อไป



@@@......นักการเมืองที่เก่ง ที่ดี ต้องรู้จักใช้ทหารให้เป็น มิใช่เกลียดชังทหาร แล้วก็มีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ มุ่งบั่นทอนสถาบันทหาร ตำราโบราณเคยเขียนไว้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับกิจการการทหารสำหรับฝ่ายการเมือง มี 3 ประการ ได้แก่ 1.ไม่รู้ว่าไม่ควรใช้กำลังทหาร สั่งให้ใช้กำลังทหาร ไม่รู้ว่าไม่ควรถอย สั่งให้ถอย2. ไม่รู้เรื่องภายในกองทัพ แต่เข้ามาปกครองกองทัพร่วมกับแม่ทัพ3.ไม่เข้าใจวิธีใช้กําลังทหาร แต่เข้ามาบังคับบัญชาทหาร ฉะนั้น มี 5 สิ่งที่ฝ่ายการเมืองต้องรู้ และเข้าใจ เกี่ยวกับชัยชนะ และการทหาร ได้แก่ เมื่อไรควรรบ เมื่อไรไม่ควรรบ ระมัดระวังผลได้ผลเสียรอบคอบ.. ชนะ / เข้าใจการใช้กําลังใหญ่ กําลังเล็ก นอกแบบในแบบ...ชนะ / ประสานจิตใจคนทุกชั้นได้...ชนะ / เตรียมการดีปะทะที่ประมาท...ชนะ และ แม่ทัพนายกองมีความสามารถ ฝ่ายการเมืองไม่แทรกแซงกิจการภายในกองทัพ...ชนะ



@@@......หลังการประชุมสภากลาโหมที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม โดย พล.อ.ประวิตร มอบนโยบายให้กับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพสนับสนุนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 6 พ.ค. 2562อย่างเต็มศักยภาพ โดยกำหนดจัดตั้งกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในศาลาว่าการกลาโหม ตลอดจนขอให้เชิญชวนประชาชนและกำลังพลร่วมกันแต่งกายเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 ระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ค.2562 โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก



@@@.......“บิ๊กกบ” พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) แถลงภายหลังประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ถึงจุดยืนของกองทัพต่อบทบาทและหน้าที่ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติว่า จุดยืนของทหารและตำรวจไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ส่วนบทบาทความเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และความเป็นแม่น้ำ 5 สายมีโรดแมพตามระยะเวลา ซึ่งไม่มีเรื่องใดที่ต้องกังวล เพราะการบริหารงานของรัฐบาลในเวลาต่อไปเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่กำหนด
................................................
คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 1.34K