อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562

ไม่รู้'การเมือง'หลังเลือกตั้ง แก้ไขหรือเล่นเกมชิงอำนาจ

สัปดาห์นี้ไปติดตามการเมืองหลังเลือกตั้ง จะว่าไปพล็อตเรื่องประชาธิปไตยเมืองไทย ก็คล้าย ๆ การชิงอำนาจ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นการเข้ามาแก้ไข หรือเล่นเกมอะไรกันแน่? พฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.62 ซึ่งผลเลือกตั้งก็เป็นที่เซอร์ไพรส์หลายฝ่ายอยู่พอสมควร โดยเฉพาะสองพรรค คือ “อนาคตใหม่” กับ “ประชาธิปัตย์” ฟากพรรค “ส้มหวาน” หรืออนาคตใหม่นั้นจากเดิมที่ถูกปรามาสว่าน่าจะไม่ใช่พรรคใหญ่ และอาจไม่ได้ ส.ส.เขต เพราะไม่มีฐานเสียงเดิม กลายเป็นหักปากกาเซียนพลิกขึ้นมาเป็นพรรคลำดับสามได้หน้าตาเฉย ขนาดที่ว่า มี ส.ส. ได้ถึงเกือบ 80 คน มีอำนาจต่อรองสูงทันที

ปรากฏการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ น่าจะฟ้องความเป็นไปของสังคมที่มีนัยยะสำคัญคือ “ความอยากเปลี่ยน” เรื่องหนึ่งแล้วล่ะ ที่ประชาชนคนไทยหลาย ๆ คน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มใช้สื่อ อยากให้โอกาสหน้าใหม่ที่ดูมีความกระตือรือร้นเข้ามาทำการเมือง เผื่อเปลี่ยนแปลงอะไร ๆ ให้มันดีขึ้นได้ มีชุดความคิดใหม่ ๆ ในการทำงาน ส่วนหนึ่งก็คงได้คะแนนจากไทยรักษาชาติ และเพื่อไทยเทไปช่วยในเขตที่เพื่อไทยไม่ส่ง ส.ส .เพราะอุดมการณ์เดียวกัน



ขณะที่ฟากพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ส.ส. ลดลงแบบน่าใจหาย จากเดิมที่เคยคาดการณ์กันว่า เป็นพรรคเก่าแก่ มีฐานเสียงมากมายในมือ กลายเป็นตกชั้นไปเป็นพรรคลำดับ 4 หรือ 5 ซึ่งที่วิเคราะห์กันเขาก็มองว่าเป็นเพราะการไม่ประกาศท่าทีที่ชัดเจนแต่แรกว่าจะเป็น “ทางเลือกขั้วตรงข้าม” ของพรรคเพื่อไทย การเมืองยังไงมันก็มีสองขั้ว ยิ่งไม่ “ช่วยลุงตู่สู้ทักษิณ” ยิ่งทำให้แฟนคลับเก่า ๆ หลายคนเคือง หันไปกาให้พลังประชารัฐดีกว่า

พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนป๊อปปูล่าร์โหวตสูงที่สุด จุดขายสำคัญของพรรคก็คือตัว “บิ๊กตู่-พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา” คาดการณ์กันว่าคะแนนโหวตของ พล.อ.ประยุทธ์ มากจากกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีอายุ เพราะเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดค่อนข้างอนุรักษ์นิยม และอาจเป็นกลุ่มที่เชื่อว่า เลือกบิ๊กตู่มาแล้วบ้านเมืองสงบไม่วุ่นวาย ไม่มีม็อบ ทหารก็มีท่าทีอยู่กับฝั่งนี้ รัฐบาลก็เดินหน้าทำงานต่อไม่ต้องเล่นเกมสภาอะไรเยอะ



เมื่อการเลือกตั้งผ่านไป ก็มาถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับต่อไป จริง ๆ แล้ว อะไร ๆ มันจะชัดเจนขึ้นหลังจากที่ กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ทั้งหมด 350 คน ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 9 พ.ค. หลังงานพระราชพิธีไปเลย รับรอง ส.ส.เขตเสร็จ ถึงจะคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ได้ เพราะถ้ามีเรื่องร้องเรียนใบแดงใบดำขึ้นมา คะแนนมันก็แกว่งไปแกว่งมา แต่เรา ๆ ต่างก็อยากรู้กันเร็ว ๆ ว่าใครจะได้ที่นั่งในสภาผู้แทนฯ ก็เลยชิงคำนวณกันจนเห็นภาพคร่าว ๆ

พอมาจัดตั้งรัฐบาลกันดู ตามจุดยืนที่แต่ละพรรคเคยประกาศ กลายเป็นว่าฝ่ายที่ได้เก้าอี้ ส.ส. มากกว่าคือฝ่ายพรรคเพื่อไทย (รวมเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เพื่อชาติ ประชาชาติ เศรษฐกิจใหม่) ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐนั้นเขาก็ไม่ยอมง่ายๆ อ้างว่า “ได้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตมากกว่า” และก็พยายามชิงจัดตั้งรัฐบาล โดยกุนซือพรรคอย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ยอมรับว่าเหนื่อย และอาจต้องเจรจามาก อาจต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย

โดยท่าทีของพรรคที่ยังไม่ประกาศตัวฝักใฝ่ฝ่ายไหน พรรคปลาไหลอย่างชาติไทยพัฒนานั้นเขาพร้อมร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงจะประชุมสรุปท่าทีกันราวสุดสัปดาห์ แต่ก็น่าจะไปอยู่กับขั้วพลังประชารัฐค่อนข้างชัดเจน เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพซ้ำอีกว่า “สุดท้ายก็ไปรวมกับขั้วเพื่อไทย” ทั้งที่เคยประกาศจุดยืนอยู่ตรงข้ามเขา และถ้าไปจริง แฟนคลับรับไม่ได้ ประชาธิปัตย์อาจสูญพันธุ์ไปหนักกว่านี้อีก



พรรคที่หอมที่สุดกลายเป็นพรรคภูมิใจไทย ของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มี ส.ส. ในมือราว 50 เสียง ซึ่งถ้าเพื่อไทยดึงมาได้ ก็มีโอกาสได้ ส.ส. ถึง 300 เสียง (ถ้าเป็นความฝันของอนาคตใหม่คือต้องให้ได้ถึง 376 เสียง เพื่อตอนเสียง ส.. ในการโหวตนายกฯ) แต่พลังประชารัฐก็จะดึงมา ตานี้ “เสี่ยหนู” ก็ถือแต้มต่อในการเจรจาแล้ว จนกระทั่งมีการแซว ๆ กันว่า จะดึงภูมิใจไทยมาได้ต้องแลกด้วยเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ อย่างมหาดไทย คมนาคม

ซึ่งให้เก้าอี้กระทรวงพลังประชารัฐก็อาจให้ได้ แต่เก้าอี้นายกฯ นั้นถูกจองให้ “บิ๊กตู่” แน่นอน หากก็มีข่าวออกมาว่า ฝั่งเพื่อไทยอาจมี “ดีลใจถึง” ที่ล่อตาล่อใจกว่า คือพร้อมยกเก้าอี้นายกฯ ให้เลยถ้าภูมิใจไทยยอมสวิงเข้ามาฝั่งนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาล ถึงนายกฯ ไม่ได้มาจากพรรคเสียงข้างมาก แต่เป็นคนที่พรรคเสียงข้างมากสนับสนุนก็โอเค แต่ก็ไม่รู้ว่าแฟนคลับพรรคอนาคตใหม่จะโอเคไหมกับการชิงอำนาจแบบนี้ เพราะสุดท้ายก็ดูเหมือนเล่นการเมือง

แต่สิ่งที่อย่าประมาท แบบต้องจับตากันตาไม่กระพริบ คือ ระหว่างทางก่อนจัดตั้งรัฐบาลมี “งูเห่า” เกิดขึ้นอีกหรือไม่ อย่างที่บอกคือการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ อาจมีการเจรจาต้าอวยอะไรกันเพื่อให้เสียงที่เคยสนับสนุนฝั่งเพื่อไทยจำนวนหนึ่งหันมาโหวตนายกฯ ให้ฝั่งพลังประชารัฐ ส่วนใครจะเป็นงูเห่าบ้างนาทีนี้ไม่รู้ เพราะมันก็ยังมีพรรคที่แทงกั๊ก และถ้าเกิดงูเห่าจริง มีมติพรรคให้ขับออก งูเห่าก็ย้ายพรรคได้ใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญ ม.101 ( 9 )

เกมชิงอำนาจก็คงจะวุ่นวายกันไปตลอดทั้งเดือนเม.ย. เลือกตั้งเสร็จใช่ว่าการเมืองจะนิ่ง รัฐบาลเองก็ไม่ต้องการให้เป็นรัฐบาลที่เสียงปริ่มน้ำ เพราะมันลำบากเวลาทำงาน ผ่านกฎหมายอะไรต่าง ๆ มันก็ต้องมานั่งกันเต็มสภา อภิปรายไม่ไว้วางใจก็ถี่ ๆ ซึ่งปีนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจน่าสนใจ เนื่องจากอดีต ส.ส. ดาวสภา พลัดหกตกหายไปหลายคน อยากเห็นการทำหน้าที่ของหน้าใหม่ ว่าลีลาลูกล่อลูกชนดีแค่ไหน ทำการบ้านแบบหลักฐานแน่นหรือไม่



วันจันทร์ที่ผ่านมา ได้ยินพรรคอนาคตใหม่ประกาศจุดยืนชัดเรื่องต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการเสนอให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง สาเหตุสำคัญที่อยากแก้ไข น่าจะเพราะอยากยกเลิก “มรดก” ของ คสช. อันได้แก่เรื่อง ส.ว. แต่งตั้งตามบทเฉพาะกาล ที่มีอำนาจโหวตนายกฯ (อยู่ ปี อย่างน้อยโหวตได้ 2 ครั้ง) เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และที่สำคัญน่าจะเป็นระบบเลือกตั้งที่ยุ่งยากพิลึก กำหนด ส.ส.พึงมีมันไม่น่าสะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน

เห็นเขาทำสัตยาบันกันที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปแล้ว ก็น่าเชื่อได้ว่า นักการเมืองก็คงคิดว่าสภาชุดนี้อยู่ไม่ยืด ทำงานก็มีอะไรเตะตัดขา ดังนั้นวาระสำคัญก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่แหละ เอาเลือกตั้งแบบเดิมมา บัตรจำนวน 2 ใบเลือกเขตกับบัญชีรายชื่อ เผลอ ๆ เพื่อไทยก็มาวินได้เกิน 200 เก้าอี้ไม่ยาก ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ยกเลิก ส.ว. ที่จะคุม ครม. ให้ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ แก้เสร็จยุบสภาเลือกตั้งใหม่สบายใจ

แต่ทีนี้ก็ไม่รู้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญมันจะทำได้ไหม เพราะเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมันยาก เอาแค่ผ่านวาระแรก ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสองสภา และต้องมี ส.ว. เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1ใน 3 ซึ่งถ้า ส.ว. เป็นอะไรที่ “คุมได้” จริง เขาก็คงไม่ยกมือให้ เอาแค่ภาพรวมคร่าว ๆ ก็เห็นความพยายามเล่นเกม โอกาสที่จะเล่นเกมอยู่พอสมควร

แล้วเลือกตั้งไปบ้านเมืองจะสงบไหม?
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 261