อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562

ภท.พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ถ้ารัฐบาลไม่หนุน"กัญชาเสรี"(คลิป)

นโยบายส่งเสริมการปลูกกัญชาโดยเสรีของพรรคภูมิใจไทย ดูเหมือนว่าจะเป็นนโยบายที่ได้รับการตอบรับจากชาวบ้าน “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้มีโอกาสสนทนากับ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่อธิบายถึงการส่งเสริมการปลูกกัญชาแล้วไทยจะได้อะไร พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น.


**พรรคภูมิใจไทยคิดอะไรที่นำเอาเรื่องกัญชามาเป็นประเด็นในการหาเสียง

ศักดิ์สยาม : การปลูกกัญชาเสรี ได้ศึกษามานานมากแล้ว และมี 34 ประเทศในโลกที่ปลดล็อกเรื่องกัญชาใช้ในระดับที่แตกต่างกัน ใช้เป็นยารักษาโรค เพื่อการสันทนาการเชิงพาณิชย์ที่จะปลูกขาย เราตั้งคำถามว่า แล้วประเทศไทยมีอะไรที่ทำแบบนี้ไม่ได้ วันนี้ทุกคนยอมรับว่า กัญชาทำยาได้ กฎหมายที่ออกมาในปัจจุบันยอมรับในประเทศไทยว่าทำยาได้ แต่โลกไปไกลกว่าเรื่องทำยา มีการผสมอาหารขาย ทำเป็นเครื่องดื่ม ทำข้าวปั้น ทำสเต็ก วันนี้สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ เราคิดว่ากัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ เป็นพืชที่แก้ปัญหา สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศนี้คือ เรื่องความยากจนและหนี้สินของพี่น้อง เพราะวันนี้จากตัวแบบที่ศึกษาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เรียกว่าแคลิฟอร์เนียโมเดล เราเห็นว่าเขาทำสำเร็จ โดยการที่เอากัญชามาใช้ในการต่อยอดพัฒนาธุรกิจของเขา

ประเทศไทยที่ออกกฎหมาย ทำแค่เรื่องให้พัฒนาเป็นยา กับ ทำเชิงพาณิชย์ และไปสร้างข้อจำกัดมากมายที่พี่น้องประชาชนเข้าไม่ถึง คือ ถ้าจะปลูกจะต้องทำวิจัย สิ่งเหล่านี้ผมว่าพี่น้องประชาชนคงไม่สามารถทำได้ แม้ว่าจะเปิดโอกาสให้รวมกันเป็นวิสาหกิจชุมชน แต่ในการทำวิจัยต้องมีทุนมหาศาล เราเห็นประโยชน์ตรงกับรัฐบาลตรงที่นำมาทำยารักษาโรค แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือเรื่องใครควรจะได้ประโยชน์จากกัญชาของประเทศไทย และได้เท่าไหร่ เราคิดว่ากัญชาเป็นสมบัติของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ของรัฐบาลหรือของใคร เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ รัฐบาลควรจะเป็นพี่เลี้ยง ควรเป็นคนทำวิจัยให้ ควรเป็นคนออกแบบว่าพันธุ์การปลูกควรเป็นแบบไหน ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนปลูกเอาไปขายได้ โดยที่แคลิฟอร์เนียขายกัญชาแห้งราคากิโลกรัมละ 70,000-100,000บาท



**สถาบันกัญชาแห่งชาติ ประกอบด้วยองค์กรอะไรบ้าง

ศักดิ์สยาม : องค์กรประกอบด้วย 1.สำนักงานกำกับกิจการการปลูกกัญชา มีหน้าที่วิจัย คิดว่าจะต้องปลูกสายพันธุ์อะไร และวิธีปลูกอย่างไร ไปส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นวิสาหกิจชุมชนปลูกแล้วมารับซื้อ 2.สำนักงานกำกับการผลิตและแปรรูปกัญชา ตรงนี้จะเป็นหัวใจในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย เพราะผู้ที่ต้องการมาแปรรูปกัญชามาเป็นยารักษาโรค เอาไปผสมเครื่องดื่ม ผสมอาหาร หรือ เพิ่มมูลค่าให้อะไรก็ตามต้องมาที่นี้ แล้วมารับซื้อกัญชาจากที่นี้ไปแปรรูป แล้วต้องมาแบ่งกำไรกัน และ 3.สำนักงานกิจการกำกับและขนส่งเรื่องกัญชา ต้องมีรถเฉพาะที่ได้รับอนุญาต และการจำหน่ายกัญชาต้องเป็นร้านที่ได้รับการอนุญาตจากทางราชการ ต้องเสียค่าทำเนียม ไม่ใช่เปิดร้านขายยาขายใครก็ได้ไม่ใช่



** ต้นกัญชาที่ปลูกใครเป็นเจ้าของ ประชาชนหรือรัฐบาล

ศักดิ์สยาม : คนที่จะเป็นเจ้าของต้นกัญชาคือคนไทยทั้งประเทศ ผมเคยพูดว่า รัฐบาลอย่าให้ใครจดลิขสิทธิไปได้ ไม่ว่าต่างชาติหรือคนไทย แต่รัฐบาลต้องเป็นเจ้าของพันธุ์เพื่อทำวิจัย และให้พี่น้องประชาชนเป็นคนปลูก ความต่างระหว่างกฎหมายปัจจุบันกับสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยคิดคือ คนปลูกคือประชาชนเท่านั้น ส่วนรัฐบาลเป็นผู้แนะนำ ควบคุมกำกับดูแล แล้วรับซื้อมา จะแปรรูปมีบริษัทมาตกลงกันกับรัฐบาลว่าจะแปรรูปเป็นอะไร จะมีมูลค่าเพิ่มเท่าไหร่แล้วมาแบ่งกัน ที่รัฐแคลิฟอร์เนียทำปีเดียวมีมูลค่าเกี่ยวกับธุรกิจ 1.9 ล้านล้านบาท ประเทศไทยใหญ่กว่าแคลิฟอร์เนียมาก แล้วคิดว่าจะปลูกได้ดีกว่าแคลิฟอร์เนีย

** มองกันว่านโยบายพรรคภูมิใจไทยเป็นการขายฝันหรือไม่

ศักดิ์สยาม : เราไม่ได้ขายฝันว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ๆ แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลและเข้าใจ ส่วนเรื่องการกำกับดูแล ควบคุม กฎหมาย เราสามารถมี จากสถิติที่แคลิฟอร์เนีย ปรากฎว่าหลังจากที่เปิดให้จำหน่ายกัญชาปีที่แล้ว ปริมาณการใช้แอลกอฮอล์ลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ ทันที และปริมาณยาเสพติดลดลง แล้วใช้กัญชาไปบำบัดผู้ติดยาเสพติด มีประโยชน์มาก เพียงแต่ว่าเราไม่ยอมเปิดใจที่จะเอาประโยชน์ของกัญชามาใช้จริง ๆ เราไปบอกว่า รอ 5 ปี ได้หรือไม่ เพื่อให้รัฐบาลวิจัยก่อน 5 ปีประเทศอื่นไปถึงไหนแล้ว ใครจะรอก็รอ แต่พรรคภูมิใจไทยไม่รอ จะนำเรื่องนี้พาพี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนและหนี้สิน ถ้าพี่น้องเข้าใจเรื่องนี้ มอบอำนาจให้เรา ๆ จะทำทันที



** จากการลงพื้นที่หาเสียงพี่น้องประชาชนให้การตอบรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอย่างไรบ้าง

ศักดิ์สยาม : วันนี้ผู้สมัครของเราทุกคน นำเรื่องเหล่านี้ไปบอกกับพี่น้องประชาชนได้รับการตอบรับที่ดี จะสังเกตว่าเราปราศรัยน้อย เพราะเรามองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้แทนราษฎรเราต้องไปหาพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ให้พี่น้องประชาชนไปหาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผู้สมัครของเราจะไปที่หมู่บ้าน

** อยากให้ประเมินที่นั่งของพรรคภูมิใจไทยหลังจากที่ไปพูดคุยกับประชาชนแล้วคิดว่าจะได้ที่นั่งเท่าไหร่

ศักดิ์สยาม : พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัครทั้งหมด 350 เขตเลือกตั้ง และระบบบัญชีรายชื่อ 150 คนทั้งหมด ที่ส่งแบบนี้เพราะเราต้องการให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่าสิ่งที่เรานำเสนอเป็นนโยบาย เราพร้อมจะทำจริง ๆ ถ้าเราส่งน้อย ไปเป็นพรรคร่วม หรือไม่ได้เป็นรัฐบาล สิ่งเหล่านี้เหมือนกับการขายฝัน แต่สิ่งที่เรากำลังบอกพี่น้องประชาชนคือ เราส่งทั้งหมดเพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่เรานำเสนอพร้อมแปลงไปสู่การปฏิบัติ เราส่งทุกเขตเลือกตั้ง ขาดแต่เรื่องพี่น้องประชาชนไว้วางใจเราหรือไม่ ถ้าไว้วางใจโหวตให้เรา ๆ ทำให้ทันทีตามที่สัญญา

พรรคภูมิใจไทยกำหนดไทม์ไลน์ที่เป็นสัญญาประชาคมให้พี่น้องว่าถ้าทำไม่สำเร็จตามนี้เราต้องมีความรับผิดชอบ ถ้าเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราต้องลาออก ไม่ยุบสภา เราลาออกแล้วเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองอื่นมาเป็นรัฐบาล ถ้าทำไม่ได้ แต่คิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เกิด เพราะเราเชื่อว่าเราทำการวิจัยมาอย่างดี มีทุกอย่างที่ชัดเจนว่าจะทำอะไรอย่างไร เราทำได้ แต่ถ้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แล้วมีแกนนำรัฐบาลมาบอกเราว่า ไปร่วมรัฐบาลไม เราจะเอานโยบาย 12 เรื่องว่าเขาพร้อมจะทำตามเราหรือไม่ ถ้าพร้อมทำเราก็ร่วม แต่ถ้าไม่พร้อมทำ เราเป็นฝ่ายค้านได้ รอได้ เพราะเชื่อว่า สิ่งที่นำเสนอคือเรื่องการตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนคือเรื่องความยากจน

ถามว่า เราประเมินที่นั่งเท่าไหร่ เรายังมั่นใจว่า เราจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ส่วนจะได้ขนาดไหนต้องเคารพพี่น้องประชาชน ถ้ามอบฉันทามติให้เราทำหน้าที่เป็นแกนนำ เราจะทำให้ดีที่สุด หลักประชาธิปไตยเคารพเสียงส่วนใหญ่ ไม่ทิ้งเสียงส่วนน้อย เพราะประเทศไทยเจ็บปวดมามากแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 เราเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศเรา



**หลายคนวิเคราะห์ตรงกันว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแปรไม่ว่าจะอยู่ขั้วการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ขั้วนั้นมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จะมีข้อพิจารณาอะไรในการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่

ศักดิ์สยาม : ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ นโยบาย12 เรื่องจะต้องเป็นเรื่องหลัก ส่วนพรรคการเมืองอื่นที่มาร่วมต้องมาดูว่าสามารถไปด้วยกันได้หรือไม่ หรือว่ามีสิ่งที่ดีกว่าที่เราคิดใน 12 เรื่อง ถ้าดีกว่าและพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์เราก็จะทำด้วยกัน แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นแกนนำ และมีพรรคที่ไม่ได้เป็นแกนนำชนะการเลือกตั้งมาโดยที่พี่น้องประชาชนโหวตให้เป็นที่หนึ่งก็ให้ทำหน้าที่รวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล เราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ถ้าหากบอกว่าให้เราไปร่วมด้วย เราก็จะเอา 12 เรื่องไปให้ท่านดู ถ้าเห็นด้วยก็จะร่วมกับท่าน แต่ขณะที่ร่วมก็ต้องดูด้วยว่าท่านมีอะไรหรือไม่ เป็นปัญหาเราก็ให้ความเห็น แต่ถ้าบอกว่าทำอย่างนี้ เราก็ต้องตั้งคำถามว่าแล้วผลกระทบเกิดขึ้นในอนาคตมีหรือไม่ ถ้ามีคุยกันได้และแก้ไขอย่างไร และอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าบอกว่ามีแล้วไม่พูด เราจะพูด ท่านไม่เอาเรา ก็ไม่เป็นไร

**สูตรในการจัดตั้งรัฐบาลหรือในการลงคะแนนเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี หากมีพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 แต่ไปรวบรวมเสียง สมาชิกวุฒิสภา250 เสียง ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งในการทำหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตรงนี้พรรคภูมิใจไทยมีเงื่อนไขอะไรในการไปเข้าร่วมทำงานหรือกำหนดจุดยืนอย่างไร

ศักดิ์สยาม : ต้องแยกเป็น 2 ส่วน การเป็นนายกรัฐมนตรี มีเงื่อนไขว่าสมาชิกวุฒิสภา 250 คน สามารถมาร่วมโหวตได้ แต่สิ่งสำคัญการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรเบื้องต้น ถ้าไม่มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร ต้อง 250 เสียงขึ้นไป ถ้าไม่มีเป็นไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้เอา 250 ส.ว.มาโหวต สมมติว่ามี 100 กว่า รวมกันได้ 376 แต่เวลากลับมาที่สภาทำอย่างไร ทำไม่ได้ งบประมาณก็ไม่ผ่าน นั่นคือต้องยุบสภา นั่นคือการเสียโอกาสของพี่น้องประชาชน เรารอมา 5 ปีเพื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ แล้วจะจบด้วยการไปยุบสภาเพื่อไปเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น พี่น้องประชาชนต้องมีสติในการไปเลือกตั้ง คนที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร 500 คน มาจาก พี่น้องประชาชนจริง ๆ เชื่อว่ามีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ และเชื่อว่า สมาชิกวุฒิสภา 250 คนมาจากระบบอะไรก็ตาม แต่ท่านเป็นคนไทย ผมเชื่อว่าความเป็นคนไทย ท่านมีวุฒิภาวะ เราอย่าไปตั้งกำแพงว่าท่านเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านเป็นคนไทยแล้วจะต้องทำทุกอย่างเพื่อประเทศไทย

**หลักการสำคัญของพรรคภูมิใจไทยก็คือ ใครจะมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องรวบรวมเสียงให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่

ศักดิ์สยาม : ต้องเกิน 251 เสียง คิดว่า ถ้าเกิน แม้จะไปโหวตนายกรัฐมนตรี แล้วไม่ชนะ แต่สุดท้ายนายกรัฐมนตรีคนที่ได้ก็ไม่รอดในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว 251 เสียง คือหลักการ แต่รัฐบาลถ้าจะมีความมั่นคง เสถียรภาพจะต้อง300 เสียงขึ้น ผมเชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภาจะเป็นพี่เลี้ยงให้ เราอย่าเพิ่งไปกลัว ถ้าเกิดเราทำอะไรเพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันการทำงาน แต่ถ้าเราไปทำอะไรแล้วเพื่อประโยชน์ตัวเองอันนั้นแหล่ะจะมีปัญหา นี้คือเป็นแนวคิด เป็นหลักการที่พรรคภูมิใจไทยคิดเสมอ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ไปตั้งกติกาที่เกินกว่ากฎหมายบัญญัติไว้
...................................
ทีม “เดลินิวส์ออนไลน์”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 260