อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562

'ปวดข้อ'สัญญาณเตือนแรก ตัวซีดเป็นจ้ำเสี่ยง'โรคSLE'

สัปดาห์นี้มาเตือนอาการเริ่มแรก “ปวดข้อ” สัญญาณโรค SLE ตามด้วยแผลในปาก ผมร่วง เนื้อตัวซีดเป็นจ้ำเลือด ต้องรีบควบคุมก่อนลุกลามทำลายอวัยวะต่าง ๆ อย่างถาวร เสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 เวลา 12.00 น.


ปกติแล้วถ้าเราพูดถึงภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งจะมีหน้าที่ “ทำร้ายเชื้อโรค” ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เชื้อโรคต่าง ๆ ตายโดยการหลั่งสารอักเสบ แต่จะมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พวกเขาเป็น “ผู้ป่วย” จากโรค SLE (Systemic Lupus Erythematosus) ภูมิต้านทานไม่สามารถแยกแยะระหว่าง “สิ่งแปลกปลอม” ที่เข้ามาในร่างกาย กับ “เซลล์” และเนื้อเยื่อของนเองได้

ฉะนั้นแล้วโรค SLEจึงเป็นโรค...ไม่ติดต่อ ที่เกิดจากภูมิต้านทานทำร้ายตนเอง เพราะภูมิต้านทานของร่างกายคิดว่า...เซลล์ปกติเป็น “สิ่งแปลกปลอม” จึงพุ่งเข้าทำร้ายเซลล์นั้น จนเกิดการอักเสบและมีผลกระทบกับอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะผิวหนัง ข้อ ระบบเลือด ไตและระบบประสาทส่วนกลาง



เราไปดูคำแนะนำจาก รศ.พญ.สุมาภา ชัยอำนวย อายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติซั่ม รพ.พระรามเก้า บอกว่า ถ้าปล่อยให้อักเสบเป็นเวลานาน เนื้อเยื่อจะถูกทำลายจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ดังนั้นการรักษาต้องรีบควบคุมการอักเสบให้ได้ก่อนที่จะลุกลามไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ อย่างถาวร โดยมีสาเหตุจากพันธุกรรม ร่วมกับสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ระบบภูมิต้านทานแปรปรวน เช่น ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งมักจะพบในวัยรุ่นเพศหญิง ความเครียด แสงแดด การติดเชื้อ และยาบางชนิด

อาการของโรคสามารถแสดงได้หลายรูปแบบ แต่ละคนก็จะมีอาการที่ต่างกัน มีทั้งช่วงกำเริบและสงบสลับกันไป แต่มักจะไม่หายขาด ส่วนใหญ่อาการจะค่อยเป็นค่อยไป ส่วนน้อยจะมีอาการแบบรุนแรง รวดเร็ว และสามารถเกิดอาการได้ทุกระบบ”



ทั้งนี้อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดข้อ ผื่นบนใบหน้า เช่น ผื่นผีเสื้อ คือผื่นที่ขึ้นบริเวณจมูกและแก้มทั้ง 2 ข้าง ผื่นแพ้แสงแดด เหนื่อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว รู้สึกเหมือนมีไข้ต่ำ ๆ ซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกที่พบได้บ่อยที่สุด รวมทั้งมีแผลในปากบริเวณเพดานและเหงือก ผมร่วง ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อซีดเป็นจ้ำเลือดง่าย

แต่ในบางคนมีอาการที่ “สมอง” จะทำให้ปวดศีรษะ ชัก หรืออ่อนแรงได้ อาจจะมีอาการเยื่อหุ้มปอดและหัวใจอักเสบทำให้มีอาการหายใจแล้วเจ็บหน้าอกได้ และถ้าหากว่าโรค SLE ทำให้ไตอักเสบ จะทำให้มีอาการบวมทั้งที่เท้า ขา และหนังตา ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะเป็นฟอง หรือมีเลือดในปัสสาวะ

อย่างไรก็ตาม มากกว่าร้อยละ 90 ในผู้ป่วย จะพบอาการปวดข้อเป็นอาการนำ ส่วนมากมักมีอาการอักเสบของข้อร่วมด้วย โดยสังเกตจากมีอาการบวม ตึงรอบ ๆ ข้อ ผู้ป่วยบางรายอาจจะปวดข้อแต่ไม่มีอาการอักเสบก็ได้ ซึ่งบริเวณที่พบได้บ่อย คือ ข้อเล็ก ๆ ในนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก และข้อเข่า อาจจะมีการปวด ร่วมกับบวมตึง อาการมักจะแย่ที่สุดในช่วงเช้า หลังจากตื่นนอน หรือหลังจากที่ไม่ได้ขยับข้อมานาน ๆ จะทำให้มีการสะสมของสารอักเสบรอบ ๆ ข้อมากขึ้น พอได้ขยับเขยื้อน หรืออาบน้ำอุ่น ๆ จะทำให้อาการดีขึ้น



อาการปวดข้อในโรค SLE ยังมีอาการ “ปวดแบบย้ายที่” คือปวดจากข้อหนึ่งย้ายไปอีกข้อหนึ่ง วันหนึ่งปวดข้อมือ อีกวันปวดข้อเข่า บางครั้งญาติหรือคนที่บ้านก็ไม่เข้าใจเพราะดูไม่เห็น แต่อาการปวดข้อช่วงเช้านี้จะแตกต่างจากการปวดข้ออื่น ๆ เช่น อาการปวดข้อจากโรคข้อเสื่อม ซึ่งมักจะปวดเมื่อมีการใช้งาน อาการดีขึ้นเมื่อได้พักหรืออยู่นิ่ง อาการปวดข้อในโรค SLE จะเกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง มักเป็นทั้ง 2 ข้างเท่า ๆ กัน

หากสงสัยว่าตัวเองอาจเป็นโรคนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ไม่เครียด เพราะอาจจะทำให้โรคกำเริบ ซึ่งแพทย์จะตรวจเลือดหาโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อทำลายตนเอง ที่เรียกว่า...แอนติบอดี ซึ่งหากให้ผลบวกจะเป็นข้อมูลในการช่วยวินิจฉัยโรค และให้คำแนะนำดูแลตนเองที่ถูกต้อง เพราะเป็นโรคเรื้อรังและซับซ้อน ผู้ป่วยอาจท้อแท้หมดกำลังใจ ดังนั้นครอบครัวมีความสำคัญอย่างมาก ให้กำลังใจผู้ป่วยเพื่อต่อสู้กับโรคต่อไป.
........................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Pixabay , www.praram9.com


คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 

ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%