อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562

แพทย์ไทยรับรางวัลเกียรติยศ บนเวทีโลก'เอดส์นานาชาติ'

นานาชาติยินดีแพทย์ไทยสร้างชื่อเสียง “นพ.ประพันธ์” เข้ารับรางวัลปาฐกถาเกียรติยศบนเวทีโลก ชูความสำเร็จของไทยในด้านการรักษา-ป้องกันเอดส์ พฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2562 เวลา 16.40 น.


ในการประชุมวิชาการเอดส์นานาชาติ “Conference on Retroviruses and Opportunistic Infections” หรือ “CROI” ประจำปี 62 หรือ CROI 2019 ระหว่างวันที่ 4-7 มี.ค.62 ที่เมือง Seattle มลรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีครั้งที่ 26 ถือเป็นการประชุมวิชาการด้านเอดส์ที่สำคัญที่สุดของโลก ประเทศไทยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการจัดการประชุมคัดเลือกให้ ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ให้เป็นผู้ได้รับรางวัลปาฐกถาเกียรติยศ “N’Galy Mann Lecture” ในพิธีเปิดการประชุม ซึ่งนับว่าเป็นแพทย์ไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติสูงสุดดังกล่าว โดยหัวข้อการบรรยายคือ “ผลความสำเร็จของประเทศไทยในด้านการรักษา ป้องกันเอดส์ และการวิจัยที่จะรักษาเอดส์ให้หาย”

นพ.ประพันธ์ ได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การค้นพบผู้ติดเชื้อ 3 รายแรกของประเทศไทยที่รพ.จุฬาลงกรณ์ เมื่อเดือนก.พ.28 การระบาดของโรคเอดส์จากประชากรกลุ่มเสี่ยง (ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้เสพยาโดยการฉีด หญิงอาชีพบริการ) ไปสู่ประชากรทั่วไป (พ่อบ้าน แม่บ้าน และลูกที่เกิดใหม่) และได้ลำดับเหตุการณ์ความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น การจัดตั้งคลินิคนิรนามของสภากาชาดไทยในปี 2534 ซึ่งทำให้มีคนกล้ามาตรวจเอชไอวีมากขึ้น การจัดตั้งศูนย์วิจัย HIV-NAT เพื่อศึกษาวิจัยยาที่ใช้รักษาเอดส์ ทำให้ช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อคนไทยไปได้หลายพันรายจากยาที่บริษัทยาในต่างประเทศให้มาเพื่อศึกษา โครงการถุงยางอนามัย 100% ที่สามารถช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดจากหญิงบริการไปยังพ่อบ้าน ซึ่งส่งต่อไปยังแม่บ้านและลูก โครงการลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูกภายใต้ พระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ไทยได้รับการยกย่องว่า เป็นประเทศที่ 2 ในโลก ที่สามารถยุติการถ่ายทอดเอดส์จากแม่สู่ลูกได้สำเร็จ

นอกจากนี้ นพ.ประพันธ์ ยังได้พูดถึงการที่องค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยาเอดส์ใช้ได้เองภายในประเทศ ทำให้ราคายาถูกลง จนรัฐสามารถให้ยาต้านไวรัสเอดส์ฟรีได้กับคนไข้ไทยทุกคน นโยบายตรวจเร็ว รักษาเร็วเพื่อยุติปัญหาเอดส์ งานที่หน่วยพรีเวนชั่น ของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ทำในการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ขององค์กรชุมชนให้สามารถช่วยรัฐตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และจ่ายยาเพร็พ เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้แก่เพื่อนกลุ่มเดียวกันได้อย่างมีมาตรฐาน การจัดตั้งคลินิกสำหรับคนข้ามเพศที่คลินิคนิรนาม เรียก “แทนเจอรีนคลินิก (Tangerine Clinic)” เพื่อให้คนข้ามเพศเข้ามาตรวจวัดระดับฮอร์โมนเพศที่ตัวเองใช้อยู่ ร่วมกับการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โครงการ เพร็พ พระองค์โสมฯ ที่อาสาสมัครชุมชนที่ผ่านการอบรมแล้วสามารถจ่ายยา เพร็พ ตามแพทย์สั่งไปแล้วกว่า 3,000 ราย หรือประมาณครึ่งหนึ่งของคนไทยที่ใช้ยาเพร็พอยู่ทั้งหมดในขณะนี้ และได้พูดถึงโครงการเริ่มยาต้านไวรัสฯ ภายในวันเดียวกันกับที่ตรวจพบว่าติดเชื้อที่หน่วยพรีเวนชั่นกำลังดำเนินการอยู่ที่คลินิคนิรนามในขณะนี้ และพูดถึงโครงการศึกษาการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาด โดยการเริ่มให้ยาต้านไวรัสภายใน 2-3 สัปดาห์แรกที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเป็นโครงการที่หน่วยวิจัยเซิรช์ทำอยู่กับศูนย์วิจัยโรคเอดส์ในขณะนี้ แม้จะยังไม่สามารถหยุดยาได้สำเร็จในขณะนี้ แต่ก็มีจำนวนคนไข้ที่ตรวจเจอเชื้อและได้รับยาภายใน 2-3 สัปดาห์ที่เขื้อเข้าสู่ร่างกายที่มากที่สุดในโลกในขณะนี้ ซึ่งจะสามารถศึกษาการหยุดยาวิธีต่างๆ ต่อไป เพื่อดูว่าการรักษาเร็วจะสามารถหยุดยาได้ในเวลาต่อมาโดยเชื้อยังสงบอยู่ได้นานมากน้อยเพียงใด

ก่อนจบ นพ.ประพันธ์ ได้ให้ข้อคิดว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นเกิดจากความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม ที่ต้องมีความร่วมมือกัน จริงจังในการดำเนินงาน และต้องทำให้ขยายทั้งประเทศอย่างรวดเร็วเพราะยิ่งยุติเอดส์ได้เร็ว ประเทศยิ่งมีกำไร โดยต้องทำ 3 อย่างคือ อาศัยภาคประชาสังคมในการเข้าถึงกลุ่มเพื่อนที่เสี่ยง พร้อมกับสามารถตรวจหาการติดเชื้อได้เลย จะได้ตรวจเจอการติดเชื้อได้เร็ว แทนที่จะรอให้เขาเดินเข้าไปขอตรวจเลือดเองที่โรงพยาบาล ถ้าพบว่าติดเชื้อก็พาเพื่อนไปเริ่มยาต้านฯ ที่โรงพยาบาลภายในวันเดียวกับการตรวจเจอว่าติดเชื้อ (รักษาเร็ว) ส่วนคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงแต่ตรวจแล้วไม่ติดเชื้อ ก็ควรให้ยาเพร็พทันทีเลยในวันนั้น แทนที่จะรอไปเดี๋ยวก็เกิดติดเชื้อขึ้นมา โดยการให้ยาเพร็พต้องให้แบบ ปูพรมกับคนที่เสี่ยง จึงจะเห็นผลว่าการติดเชื้อรายใหม่ลดลง และได้ชื่นชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศ.กิตติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตตยาธร ให้ผู้ฟังทราบว่า ได้ตัดสินใจดำเนินนโยบายสาคัญหลายอย่างที่จะยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทย เช่น การแก้กฎกระทรวงให้สามารถตรวจเอดส์ด้วยตัวเองได้ และให้เจ้าหน้าที่ชุมชนที่ผ่านการอบรมสามารถช่วยรัฐในการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ และการผลักดันให้ เพร็พ เข้าสู่ชุดบริการของสานักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น

การปาฐกถาของนพ.ประพันธ์ ได้รับการปรบมือกึกก้องจากผู้เข้าฟัง มีผู้เข้ามาแสดงความยินดีมากมาย ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นตัวอย่างให้กับประเทศอื่นๆโดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ ทำตาม ซึ่งก่อนหน้าที่บรรยาย Dr. Anthony Fauci ผอ.สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้ขึ้นมาพูดถึงมาตรการที่รัฐบาลอเมริกาจะดำเนินการตามประกาศของประธานาธิบดีโรนัลด์ ทรัมพ์ ที่จะยุติเอดส์ภายในสหรัฐฯ ให้ได้ภายใน 10 ปี โดยจะหาวิธีตรวจเอดส์ให้เจอในกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ตามเมืองต่างๆ รักษาให้เร็ว และขยายบริการเพร็พให้กว้างขวาง ซึ่งผู้ฟังชาวอเมริกาหลายคนบอกภายหลังว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้เมืองไทยได้ทำมาก่อนแล้ว และจะนำประสบการณ์ของเมืองไทยไปปรับใช้กับวิธีการของอเมริกา คนไทยฟังแล้วได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18