อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

ขึ้นเครื่องบิน...กระอัก!! โขกค่าจองตั๋ว-สัมภาระ

สัปดาห์นี้พาไปส่องธุรกิจการบินแม้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้หลายสายการบินยิ้มร่าฟันกำไรกระฉูด แต่ก็ต้องแข่งกันดุเดือดบางรายย่ำแย่แบกภาระขาดทุนจนปีกหัก อังคารที่ 12 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ยามนี้เห็นสายการบินต่างๆ ทั้งต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) และสายการบินเต็มรูปแบบ (ฟูลเซอร์วิส) ขยับตัวออกมาตรการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายเพื่อควบคุมต้นทุน อาทิ จัดเก็บค่าธรรมเนียมการออกบัตรโดยสาร (ตั๋ว) โดย “สายการบินไทย” เก็บเฉพาะผู้ที่จองตั๋วผ่านสำนักงานการบินไทย และศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ แต่ละเส้นทางเก็บไม่เท่ากัน เริ่มที่คนละ 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 62 บาท สูงสุด 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 930 บาท
 
ขณะที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ที่จองบัตรโดยสารผ่านคอลเซ็นเตอร์  หรือสำนักงานขาย คนละ 120 บาท ส่วนผู้ที่จองผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันเก็บคนละ 30 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.62 จากเดิมให้บริการฟรี ส่วนสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เก็บเฉพาะผู้ที่จองผ่านศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียมคนละ 107 บาทสำหรับเที่ยวบินในประเทศ และ 100 บาทสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
 
นอกจากนี้บางสายการบินเริ่มออกมาตรการเกี่ยวกับ “อัตราพิกัดน้ำหนักสัมภาระ” ที่ผู้โดยสารจะนำขึ้นเครื่อง เพื่อลดต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน โดยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ได้ยกเลิกบริการโหลดน้ำหนักสัมภาระฟรี 15 กก. สำหรับเส้นทางภายในประเทศ หากผู้โดยสารจะโหลดสัมภาระขึ้นเครื่องก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่ม แต่ยังดีที่คิดค่าใช้จ่ายแบบรายกิโลไม่ต้องซื้อเหมา 5 กก. หรือ 10 กก. เหมือนสายการบินโลว์คอสต์เจ้าอื่น ผู้โดยสารซื้อได้ตั้งแต่ 1 กก. ราคา 30 บาท/ที่นั่ง
 


ตามมาติดๆ กับการบินไทยประกาศ “ปรับเปลี่ยน” อัตราพิกัดน้ำหนักสัมภาระที่ผู้โดยสารสามารถนำขึ้นเครื่องโดย “ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย” จะใช้สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางด้วยบัตรโดยสารชั้นประหยัดราคาพิเศษ และราคาโปรโมชันเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.62 นี้ ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยบัตรโดยสารชั้นประหยัดราคาพิเศษที่มีรหัสชั้นโดยสาร L (Economy Class Discount), V (Economy Class Discount) และ W (Economy Class Premium) นำสัมภาระโหลดขึ้นเครื่องได้ฟรีไม่เกิน 20 กก. จากเดิม 30 กก.
 
ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะด้วยบัตรโดยสารชั้นประหยัดราคาพิเศษที่มีรหัสชั้นโดยสาร G (Economy Class Discount) นำสัมภาระโหลดขึ้นเครื่องได้ฟรีไม่เกิน 20 กก. จากเดิม 30 กก. เริ่มวันที่ 1 ก.ค.62 นี้ หากใช้บัตรโดยสารชั้นประหยัดราคาปกติ ยังนำสัมภาระโหลดขึ้นเครื่องได้ฟรี 30 กก.
 


ยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้ต่อไป ภาระต่างๆ ต้องตกไปอยู่กับผู้โดยสารอีกมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้สายการบินต่างๆ พร้อมใจกันชี้แจงว่าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมออกบัตรโดยสาร รวมถึงการปรับลดน้ำหนักสัมภาระที่ไม่มีค่าใช้จ่ายนั้นเป็นไปตามมาตรฐานสากลของอุตสาหกรรมการบิน ทั่วโลกก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน!!
 
นายจุฬา สุขมานพ ผอ.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ยืนยันว่า เป็นสิทธิ์ที่สายการบินต่างๆ ดำเนินการได้ แต่ต้องขออนุญาตมาที่ กพท. ก่อน ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ พ.ศ.2559 โดยสายการบินต้องส่งเหตุผล พร้อมต้นทุนต่างๆ มาให้ กพท. พิจารณาด้วย
 
“ทุกวันนี้เกือบทุกสายการบิน มีนโยบายเน้นลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ดังนั้นมาตรการต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานของสายการบินได้ แต่ก็ยังเชื่อว่าในยุคที่ธุรกิจการบินมีการแข่งขันสูง สายการบินคงต้องทำให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะมิฉะนั้นแล้วหากเก็บในราคาที่สูงเกินไป ผู้โดยสารอาจหันไปใช้บริการสายการบินอื่นแทน” นายจุฬา กล่าว
 


นายวรงค์  อิศรเสนา ณ อยธุยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการขาย บางกอกแอร์เวย์ส ย้ำว่า การจองตั๋วผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 30 บาท ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะสายการบินทั่วโลกก็ปฏิบัติเช่นกัน บางกอกแอร์เวย์สถือว่าเก็บในอัตราถูกแล้ว
 
เมื่อสายการบินยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการตอบโจทย์เรื่อง “เวลา” ที่รวดเร็ว และความสะดวกสบายด้วยมาตรฐานการบริการที่เหนือกว่าทุกโหมดเดินทางอื่น ผู้บริโภคก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายด้วยสนนราคาที่สูงกว่าเช่นกัน ต้องทำใจยอมรับ
 
แต่อีก 3-5 ปีนับจากนี้เมื่อการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน และรถไฟทางคู่ที่ช่วยยกระดับการเดินทางในระบบรางให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น จะเป็นอีกทางเลือกใหม่ให้ประชาชนได้ตัดสินใจในการใช้บริการ.
...............................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    19%
  • ไม่เห็นด้วย
    81%