อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อวสานพรรคไทยรักษาชาติ ย้อนดูไทม์ไลน์ก่อนถูกยุบ

สัปดาห์นี้ติดตามปมร้อนทางการเมืองสดๆ ร้อนๆ เพราะล่าสุดมีความชัดเจนแล้ว...ศาลรธน. อ่านคำวินิจฉัยตัดสินยุบ 'ทษช.' ย้อนดูไทม์ไลน์ก่อนถึงจุดอวสานยุบพรรคในที่สุด พฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 16.45 น.


จุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และการยื่นเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรี ต่อเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง พรรคไทยรักษาชาติได้กระทำในสิ่งที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยได้ยื่นเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค มีคณะกรรมการบริหารพรรค แกนนำและสมาชิกพรรคได้มากันอย่างพร้อมเพรียง โดยมีการเปิดภาพทูลกระหม่อมฯ ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพกันอย่างแพร่หลาย



ในช่วงค่ำ เวลา 22.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชโองการประกาศว่า “สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง และทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด...อนึ่ง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับปัจจุบัน มีหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รองรับสถานะพิเศษของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหา หรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมครอบคลุมถึงพระราชินี พระรัชทายาทและพระบรมราชวงศ์ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ ดังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับพระองค์หรือแทนพระองค์อยู่เป็นนิจ ดังนั้นพระราชินี พระรัชทายาท และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”





วันที่ 11 ก.พ.62 กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื่องจากได้กระทำการซึ่งอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันที่ 14 ก.พ. 62 ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องของ กกต. ไว้พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ

วันที่ 20 ก.พ.62 พรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามคำร้องของ กกต. ต่อศาลรัฐธรรมนูญ

วันที่ 26 ก.พ.62 กกต. ได้ส่งคำคัดค้านโดยยืนยันในคำคัดค้านว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคไทยรักษาชาติ “กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมืองตามมาตรา 92 จึงไม่ต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวน



วันที่ 27 ก.พ.62 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามที่ กกต. เสนอมา โดยเห็นว่าคดีดังกล่าวมีหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยจึงไม่ทำการไต่สวน ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “หากศาลเห็นว่าคดีใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ทําการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้ เมื่อศาลเห็นว่าพยานหลักฐานใดเกิดขึ้นหรือได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณาวินิจฉัย หรือไม่มีความจําเป็นแก่การพิจารณาวินิจฉัย หรือจะทําให้คดีล่าช้าโดยไม่สมควร ศาลอาจสั่งงดการสืบหรือไม่รับฟังพยานหลักฐานนั้นก็ได้ ตุลาการจํานวนไม่น้อยกว่าสองในสามของตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่อาจมีมติไม่ให้นําเอกสารหรือพยานหลักฐานซึ่งอาจมีผลต่อความมั่นคงของประเทศมาใช้ในคดีได้”

ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดแถลงวินิจฉัยคดีด้วยวาจาปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 7 มี.ค.62 เวลา 13.30 น. และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในเวลา 15.00 น.

ล่าสุดในวันที่ 7 มี.ค.62 เวลา 15.30 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ด้วยมติ 9 ต่อ 0 ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง 

ผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้น คือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคไทยรักษาชาติขาดคุณสมบัติทันที เพราะพรรคถูกยุบ.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 244