อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562

มส.ออกกฎเข้มเกาไม่ถูกที่ พระเสี่ยงติดคุกทั้งประเทศ

สัปดาห์นี้ยังอยู่ที่งานบวชวัดสิงห์ ตั้งคำถามกลับ “มหาเถรสมาคม-สำนักงานพระพุทธฯ” เกาไม่ถูกที่คัน หลังออกกฎเข้มจัดงานวัด แต่ปฏิบัติได้หรือไม่ เปรยดีไม่ดีพระอาจติดคุกกันทั้งประเทศ พุธที่ 6 มีนาคม 2562 เวลา 11.00 น.


กรณีวัดงานบวชวัดสิงห์และนำมาซึ่งเพื่อนผู้บวชเข้าไปทำร้ายนักเรียนและครู จนทำให้มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาชาติ ต้องอ้างระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยการจัดงานวัด พ.ศ.2537 ข้อ 7 ที่ระบุไว้ว่า การจัดงานวัดทุกประเภท ห้ามมิให้มี 7 ประเภทด้วยกัน เช่น

1.การแสดงใด อันเป็นการลบหลู่ ดูหมิ่นพระพุทธ พระธรรมหรือพระสงฆ์ 2.การพนัน และการหารายได้โดยวิธีเสี่ยงโชคเลียนแบบการพนัน 3.การเต้นรำ รำวง และการแสดงภาพนิ่งหรือภาพยนต์ลามกอนาจาร 4.การแสดงระบำหรือการแสดงอย่างอื่นที่เป็นการยั่วยุกามารมณ์ ดังนี้เป็นต้น

ผมว่ามหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาเกาไม่ถูกที่คัน ตื่นข่าวเกินไป มองไม่เห็นความจริง เหมือนฟังและอ่านข่าวในห้องแอร์ แล้วไปกำหนดกฎกติกาต่างๆ ออกมาให้บรรดาพระสังฆาธิการและพระปัชฌาย์ทั้งหลายปวดหัว และดีไม่ดีหาเรื่องให้พระติดคุกกันเกือบทั้งประเทศ



การบวชพระส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด คนบวชส่วนใหญ่ย่อมอยู่ใกล้ๆ กับวัดที่ตนเองอาศัยอยู่และทั้งต้องอยู่กับวัดที่พ่อแม่ไปทำบุญสะดวก แน่นอนว่าความผูกพันระหว่างวัดกับชุมชนและครอบครัว ผู้บวชย่อมอยู่ในขั้นต้องไว้วางใจซึ่งกันและกัน อยู่ดีๆ ผู้บวชหรือผู้ปกครองของนาค จะให้ลูกไปบวชในวัดที่ครอบครัวตนเองไม่รู้จัก มีน้อย ความเกรงใจมันมีซึ่งกันและกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับเจ้าอาวาสซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ พระอุปัชฌาย์

กรณีวัดสิงห์ทราบว่าท่านเจ้าอาวาสเตือนแล้ว แต่มีเพื่อนนาคไม่ยอม กรณีแบบนี้ถามมหาเถรสมาคมหากเป็นพวกท่านๆ จะว่าอย่างไร จะไปแจ้งตำรวจก็กลัวจะมีปัญหาระหว่างวัดกับชุมชน ดีไม่ดีคนเมาคุมสติไม่อยู่ทำร้ายเจ้าอาวาสหรือพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นผู้ใต้ปกครองของท่านเปรียบเสมือนลูก กรรมการมหาเถรสมาคมจะว่าอย่างไร รับผิดชอบอะไรบ้าง หรือบางคนอารมณ์ค้างจบงานแล้วไม่จบ คิดจะมาเอาคืนพระอุปัชฌาย์เจ้าอาวาส สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะหาทางออกอย่างไร



กรรมการมหาเถรสมาคมส่วนใหญ่เป็นพระอุปัชฌาย์กันเกือบทุกรูป ท่านย่อมรู้ความจริงว่า จากประสบการณ์นั่งพระอุปัชฌาย์ เวลางานบวชกระบวนนาคแห่รอบโบสถ์ เขาสนุกสนานบันเทิงกันแค่ไหน อยู่ดีๆ ไม่ให้ใช้เครื่องเสียง อยู่ดีๆ ไม่ให้โห่ร้องรำทำเพลง

คิดจะออกกฎ คิดจะห้ามอะไร มันต้องสะท้อนความจริงที่ผู้ปฎิบัตินำไปปฎิบัติได้ มิใช่ตื่นไปตามกระแส และไม่ดูว่าบริบทงานบวชในสังคมไทยมันเป็นอย่างไร และแน่นอนผมไม่เห็นด้วยกับงานบวชที่กินเหล้าเมาจนคุมสติไม่อยู่ หรือการละเล่นจนเลยขอบเขต





พระคุณเจ้ารู้หรือเปล่าว่า...ตอนนี้คนบวชน้อยลง วัดร้างเพิ่มมากขึ้น...ยิ่งมหาเถรสมาคมไม่เข้มแข็งรับนโยบายภาครัฐทุกเรื่อง สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติชงอะไรมา ไม่เคยศึกษา ไม่เคยสำรวจ ไม่มองความเป็นจริงว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาปฎิบัติได้หรือไม่ ปฎิบัติแล้วจะกระทบต่อสมณเพศในชุมชนหมู่บ้านหรือไม่

กรณีวัดสิงห์ แน่นอนผมก็ไม่เห็นด้วยที่ไปทำร้ายครูและเด็กนักเรียน แต่เรื่องนี้เจ้าอาวาสท่านไม่เกี่ยวท่านห้ามแล้วคนมันไม่เชื่อ และหากอ้างว่ามีการดื่มเหล้าในวัด เป็นหน้าที่ของตำรวจมิใช่โยนให้เจ้าอาวาสต้องรับผิดชอบทุกเรื่อง รู้จักดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง บางเรื่องอย่ากลัวและตื่นไปตามกระแส ยิ่งปล่อยให้รองโฆษกหน้าอ่อนมาแถลง ผมว่างานบวช มิใช่งานวัด จะมาอ้างระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยการจดงานวัดพ.ศ.2537 ข้อ 7 มิได้

มหาเถรสมาคมอย่าหลงตามกระแส ก่อนสั่งอะไรโปรดคิดถึงใจผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย.
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    70%
  • ไม่เห็นด้วย
    30%

บอกต่อ : 4.77K