อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

เพราะไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง จึงกล้ากระทำทุจริต

สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่อง “เมืองพุทธ” การไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เพราะไม่รู้ความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ใน “พระไตรปิฎก” จึงเห็นผิดเป็นชอบ ไม่ละอายชั่วกลัวบาป พฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00 น.


พระรัตนตรัย คือ ดวงแก้วอันประเสริฐ 3 ประการ เป็นโครงสร้างสำคัญของพระพุทธศาสนา ประการแรก คือ พระพุทธ หมายถึงพระสัมมาพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระบรมศาสดาทรงตรัสรู้อริยสัจธรรมด้วยความชอบโดยพระองค์เองด้วยพระปัญญาคุณและพระบริสุทธิคุณ ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาคุณและทรงเผยแผ่หลักธรรมคำสอนแก่สัตว์โลกทั้งหลายเพื่อให้รู้ความจริง (ปรมัตถธรรม) จะได้พ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด (วัฏสงสารประการที่สอง คือ พระธรรม หมายถึงหลักธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงในพระสุตตันตปิฎก (พระสูตร) และพระอภิธรรมปิฎก ทรงบัญญัติสิกขาบทในพระวินัยปิฎก รวมเรียกว่า “พระไตรปิฎก” ซึ่งประกอบด้วยพระธรรมและพระวินัย เรียกว่า “พระธรรมวินัย” ประการที่สาม คือ พระสงฆ์ หมายถึง ภิกษุผู้ทำหน้าที่ศึกษาพระธรรม (คันถธุระ) และอบรมเจริญปัญญา (วิปัสสนาธุระ) ด้วยความเคารพ เป็นผู้ประพฤติชอบและปฏิบัติชอบด้วยความสุจริตทั้งทางกาย วาจา ใจ



เพื่อให้พุทธบริษัททั้งหลายไม่ว่าจะเป็นภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดำรงและรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความถูกต้องและมีความเจริญมั่นคงสืบไป โดยยึด “พระธรรมวินัย” เป็นหลักสำคัญ จึงใคร่ขออนุโมทนากับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องซึ่งได้บัญญัติคำว่า “พระพุทธศาสนาเถรวาท” ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 67 รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทําลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดําเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย”



ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น “เมืองพุทธ” และได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ ให้เป็น “ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก” เพราะคนไทยนับถือพระพุทธศาสนาตามบรรพบุรุษมาเป็นเวลากว่า 700 ปี ตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เป็นที่น่าเสียดายว่าพุทธบริษัทไม่ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง จึงไม่ได้รับประโยชน์อันใดเลยจากพระพุทธศาสนา มีแต่ความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) ภิกษุไม่ได้ทำหน้าที่ของตนทั้งในด้านการศึกษาพระธรรมและอบรมเจริญปัญญา อีกทั้งยังประพฤติปฏิบัติล่วงละเมิดสิกขาบท ส่วนอุบาสก อุบาสิกา มุ่งแต่การเคารพสักการะด้วยวัตถุสิ่งของในพิธีกรรมต่างๆ (อามิสบูชา) ด้วยความโลภ ไม่เห็นความสำคัญกับการมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง (ปฏิบัติบูชา) สังคมชาวพุทธแทนที่จะเป็นสังคมของผู้มีปัญญา มีเหตุผล กลับกลายเป็นสังคมชาวพุทธที่เป็นสังคมของผู้ไม่มีปัญญา ไม่มีเหตุผล ส่งผลกระทบต่อความเจริญผาสุกและความสงบสุขของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสังคมระดับครอบครัว ชุมชน สังคมทั่วไป และสังคมระดับชาติ

เพราะไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเนื่องจากไม่รู้ความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ใน “พระไตรปิฎก” จึงเห็นผิดเป็นชอบ ไม่ละอายชั่วกลัวบาป กระทำทุจริตด้วยอำนาจของกิเลสที่มีกำลังแรงกล้า การดำเนินชีวิตในทางโลกจึงไม่เป็นปกติสุข มีแต่ความเดือดร้อนดิ้นรนทุรนทุราย ตะเกียกตะกาย ไขว่คว้า ในสิ่งที่ต้องการอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เมื่อสิ้นลมหายใจจากโลกนี้ไปแล้วก็ย่อมไปเกิดในอบายภูมิ ได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”
ขอบคุณภาพจาก วิกิพีเดีย, www.phuttha.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 285