อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562

มะเร็งรังไข่ภัยร้ายในสตรี ซ้ำไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด!

สัปดาห์นี้สาวๆ มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกล “มะเร็งรังไข่” มารู้จักภัยร้ายที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เราจะป้องกันอย่างไรต้องไปติดตามกัน เสาร์ที่ 2 มีนาคม 2562 เวลา 12.00 น.


อาจเรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบของ “ผู้หญิง” ที่แอบซ่อนอยู่และต้องระวัง โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่เป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง สามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้ หนึ่งในนั้นคือ มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่พบมากเป็นอันดับที่ 7 ของมะเร็งสตรีทั่วโลก

ในวันนี้จะพาไปไขความรู้เกี่ยวกับ “มะเร็งรังไข่” และวิธีรับมือจาก พญ.ดวงมณี ธนัพประภัศร์ สูตินรีแพทย์และมะเร็งนรีเวช รพ.วัฒโนสถ บอกให้ว่า “มะเร็งชนิดนี้พบเป็นอันดับที่ 6 ของมะเร็งสตรีในประเทศไทย รองจากมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่”

ในปี 56 ประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 2,600 ราย และพบว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคมะเร็งรังไข่ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งนั้นต้องเสียชีวิตจากโรคนี้ และสถิติทำให้เราทราบว่าในแต่ละวันจะพบหญิงไทยทั่วประเทศเสียชีวิตจากโรคมะเร็งรังไข่ประมาณ 4 ราย



เพราะอะไรนั้นนะเหรอ? นั่นก็เพราะว่า...ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในระยะลุกลามแล้ว...ที่สำคัญเป็นได้ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 20-80 ปี แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 50-60 ปี

โดยมะเร็งรังไข่สามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ได้แก่ หญิงที่ไม่เคยตั้งครรภ์ ไม่มีลูก หรือมีลูกยาก หญิงที่มีประจำเดือนเร็วหรือหมดช้ากว่าปกติ มีประวัติครอบครัวโดยเฉพาะญาติใกล้ชิด แม่ พี่สาว น้องสาวเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือตรวจพบมีสารพันธุกรรมที่ผิดปกติ ล้วนเป็นปัจจัยทั้งสิ้น

รวมไปถึง “สภาพแวดล้อม” เช่น สารเคมี อาหาร เนื่องจากพบว่าในประเทศอุตสาหกรรม จะมีผู้ป่วยเป็นมะเร็งรังไข่มากกว่าประเทศเกษตรกรรม และหญิงที่เคยเป็นหรือเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ตามมามากกว่าคนปกติ



ส่วนการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดนาน 5 ปีขึ้นไป พบว่าสามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งรังไข่ได้ หากมีอาการท้องอืดเป็นประจำ อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเรื้อรัง ทานยาลดกรดไม่ดีขึ้นมักมีอาการท้องโตกว่าปกติและคลำพบก้อน มีก้อนในท้องน้อยหรือปวดแน่นท้อง และหากเป็นก้อนมะเร็งที่มีขนาดโตมาก ก้อนเนื้อนั้นจะไปกดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ส่วนปลาย จนทำให้ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก ตามด้วยอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ในระยะท้ายๆ ของโรคอาจมีน้ำในช่องท้องทำให้ท้องโตขึ้นกว่าเดิม ผอมแห้งและภาวะขาดอาหารร่วมด้วย

ดังนั้นการคลำพบก้อนรังไข่ได้ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนร้อยละ 30 มักเป็นมะเร็งของรังไข่ เพราะตามปกติวัยหมดประจำเดือน รังไข่จะฝ่อและมีขนาดเล็กลง

หรือการตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ช่วยบอกได้ว่ามีก้อนหรือมีน้ำในช่องท้อง ในบางรายที่อ้วนหรือหน้าท้องหนามาก การตรวจร่างกายตามปกติอาจตรวจได้ยากและไม่ชัดเจน ดังนั้นควรตรวจร่วมกับการตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง หรือแพทย์ก็จะมีการตรวจเลือดประกอบเพื่อช่วยในการวินิจฉัย และติดตามการรักษาผลควบคู่กันไป

สำหรับสุภาพสตรีที่มีอายุ 30-35 ปีขึ้นไป ควรมีการตรวจเช็คสุขภาพและตรวจภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปี สำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งควรตรวจห้องปฎิบัติการเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Pixabay

ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 396