อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562

ครูหนุ่มไม่คิดหมิ่นเงินน้อย สู้เพื่อแม่ขี่วินส่งตัวเองเรียน

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตครูหนุ่มวัย 26 ปี สู้ความลำบากแม้บ้านยากจน สอนยอมรับความจริง ไม่หมิ่นเงินน้อย ขี่วินส่งตัวเองเรียน หวังเดินตามฝันเป็นข้าราชการใฝ่ดี อาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.00 น.


การผ่านความลำบากทำให้เราเป็นคนอดทนและเข้มแข็งได้จริงหรือไม่ วิบากชีวิตของแต่ละคนอาจเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความแข็งแกร่งของจิตใจมนุษย์ แต่ไม่มีใครหรอกที่อยากพบเจออุปสรรคชีวิต ถ้าโชคชะตาไม่เล่นตลกเสียก่อน เช่นเดียวกับครูหนุ่มคนนี้ที่ซึมซับความเข้มแข็งจากแม่ตั้งแต่ยังเล็กๆ หัดเรียนรู้ความผิดหวังเพื่อคว้าความสำเร็จ

“ครูปืน” หรือ นายทิวาศักดิ์ พุมบุตร วัย 26 ปี เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้ เกิดและโตในบ้านที่หลังคามุงจาก ซึ่งพ่อกับแม่นำใบจากมาเย็บประกอบกันเป็นหลังคา เพื่อสร้างเป็นบ้านใน ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ แม่จะสอนให้เจอความยากลำบาก จันทร์ถึงศุกร์ก็ไปโรงเรียน เสาร์และอาทิตย์ไปกรีดและเก็บน้ำยาง และตอนเด็กๆ ชอบเล่นบอลตั้งแต่ป.4 คุณครูจึงถามว่า...อยากเป็นอะไรในอนาคต?



ผมเขียนเรียงความส่งครู โดยในเรียงความนั้นผมบอกว่า ถ้าไม่ได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติก็ขอเป็นครูพละ” นี่เป็นความฝันของ “ครูปืน” ในวัยเด็กที่อาศัยและเติบโตมากับสวนยาง

หลังจากจบป.6 ต้องย้ายไปเรียนม.1 ที่จ.พังงา ซึ่งมีการเปิดรับสมัครนักกีฬา เขารีบสมัครโดยไม่รีรอ แต่ต้องกินนอนที่โรงเรียน ตื่นตั้งแต่ 05.00 น. เพื่อฝึกซ้อมร่างกาย แต่ใจของเขากลับเป็นห่วงแม่ที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง เนื่องจากว่าพ่อโดนคดีปืน ทุกครั้งที่ได้กลับบ้านไปหาแม่ก็จะแสดงความเป็นห่วงออกมา เมื่อแม่ของเขาเห็นจึงพูดขึ้นมาว่า...อย่าคิดแบบนั้น ลูกควรทำหน้าที่ของลูกเถอะ แม่ยังมีเรี่ยวแรง ถ้าลูกไม่มีอนาคต ลูกคิดว่าจะอยู่อย่างไร...มันเป็นคำสอนที่กินใจเขามาจนถึงทุกวันนี้ หญิงที่เข้มแข็งและเก่งที่สุดสำหรับเขาในตอนนั้นคือแม่ ผู้ที่สอนให้พูดเพราะๆ ไม่พูดหยาบคาย แม้ความรู้จะมีเพียงชั้นป.6 แต่แม่ของเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อครอบครัว





โชคดีที่ผมไม่เคยเอาตัวผมไปเปรียบเทียบกับใครว่า ทำไมเด็กคนอื่นถึงไม่ต้องทำงาน ผมดีใจที่ผมได้ทำอย่างที่แม่สอนคือการกรีดยาง”

ที่โรงเรียนมีครูพละท่านหนึ่ง ครูศตวรรษ ตันทวีวิวัฒน์ เป็นผู้ที่บ่มเพาะความรู้และประสบการณ์การใช้ชีวิต หากคิดจะทำอะไรทำให้จริง แล้วอย่าลื่นล้มซ้ำที่เดิม เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองแล้วก้าวไปข้างหน้า เช่นเดียวกับการเล่นฟุตบอลแพ้วันนี้ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าจะไม่ชนะ ทำให้ครูปืนครองเกรดเฉลี่ย 3.8 ไม่เคยตก

เมื่อจบชั้นม.6 ทุกคนต่างก็ต้องไขว่คว้าโอกาส สอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งครูปืนเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้เลยว่าหน้าตาเมืองหลวงที่ชื่อว่ากรุงเทพฯ เป็นอย่างไร โดยตัดสินใจสอบเข้าคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ไม่ผ่านทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย เรียนรู้ความผิดหวังบอกตัวเองว่าทำได้ดีที่สุดแล้วไม่เสียใจ เพราะถ้ามีใครเก่งกว่าเราก็ต้องยอมรับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เป็นสถาบันต่อไปที่เขาสมัครแข่งขัน ปรากฏสอบติดคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นข่าวดี แต่ข่าวร้ายคือวันรายงานตัววันสุดท้ายตรงกับวันที่เขาเพิ่งทราบข่าวดี เพราะบ้านเขาไม่มีอินเตอร์เน็ต ต้องอาศัยเพื่อนมาบอก ความเสียใจเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้ท้อ เลือกเรียนรู้ความผิดหวัง แต่ท้ายที่สุดได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม คณะศึกษาศาสตร์ เอกพละศึกษา เรียนครู 5 ปี



เขาคิดเสมอว่า...เขาไม่ใช่ลูกคุณหนู แต่การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเด็กต่างจังหวัด ถูกวินโก่งราคา แท็กซี่ขับวนแล้ววนอีกโดนไป 500 บาท โชคดีมีเพื่อนที่รู้จักอีก 2 คน และรู้จักเพื่อนใหม่จากใต้อีก 5-6 คน ซึ่งทุกครั้งที่ท้อและเหนื่อยล้ากับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มันจะหายไปด้วย “เสียงของแม่” ที่เป็นกำลังใจให้เขา

เมื่อค่าใช้จ่ายมีมาก เขาจึงหาวิธีช่วยแม่แบ่งเบาภาระด้วยการขี่วินมอเตอร์ไซค์ เช่าเสื้อวินฯ วันละ 100 กว่าบาท รายได้วันแรก 800 กว่าบาท วันนั้นเขารู้สึกดีใจมาก แต่ก็ต้องหัดเรียนรู้เส้นทาง จนเพื่อนๆ เรียกว่า “ผอ.มาวิน” ครูปืนยังเคยเป็นประธานชมรมทักษิณจันทรา ที่มีเครือข่ายทั้ง 13 มหาวิทยาลัย ช่วยระดมทุ่มเงินจัดค่ายปูทางให้น้องเดิน รับผิดชอบคน 50 ชีวิต ไปสร้างห้องพยาบาล ปรับปรุงภูมิทัศน์ อาคาร ฯลฯ ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้



กระทั่งได้เข้ามาเป็นครูฝึกสอนที่รร.โยธินบูรณะ 2 (สุวรรณสุทธาราม) ย่านบางซื่อ เรียนรู้และซึมซับในวิชาชีพจนจบการศึกษา ซึ่งเป็นวันที่พ่อแม่และน้องอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

โดยช่วงรอยต่อรอสอบคัดเลือกบรรจุ ครูปืนไม่ได้ปล่อยเวลาว่างให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หันไปทำงานในห้างแห่งหนึ่ง แผนก LPS เจ้าหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้บริษัท เงินเดือน 13,000 บาท ทำได้เกือบปีแต่รู้สึกมันไม่ใช่ ก่อนย้ายกลับบ้านที่จ.กระบี่ เพราะถึงอย่างไรกลับช้าหรือเร็วก็คือบ้าน





เริ่มต้นเป็นครูอัตราจ้างเงินเดือน 4,500 บาท “นี่มันบ้านเรา และเราไม่ได้เป็นหนี้ เราก็ต้องอยู่ได้” กระทั่งย้ายมาสอนอีกโรงเรียนเงินเดือน 9,000 บาท เพื่อคว้าโอกาสหวังเดินตามความฝัน รอสอบคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการ

“ครูปืน” ยังฝากข้อคิดให้ฟังว่า “...ชีวิตคนเราแน่นอนว่าย่อมมีทั้งเรื่องดีและเรื่องที่แย่เข้ามาในชีวิต แต่สิ่งที่เข้ามาล้วนเป็นบทเรียนให้เราเรียนรู้ เราต้องหัดยอมรับความจริงให้ได้กับทุกเรื่อง ถ้าเราเข้าใจและยอมรับความจริงได้ เราจะอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น วันไหนที่เราแย่ท้อแท้อยู่ในจุดที่ลำบาก ให้คำนึงถึงคนที่เรารัก เพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเอง เพราะที่สุดแล้วคงไม่มีปัญหาใดแก้ไขไม่ได้ นอกเสียแต่ว่าเราไม่ลงมือ หากเรายังมีกำลังเรี่ยวแรง มีความเชื่อและศรัทธา และในที่สุดเราจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน ผมขอเป็นกำลังให้ทุกคนครับ สู้ๆ...”


..................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์ 
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    99%
  • ไม่เห็นด้วย
    1%

บอกต่อ : 8.97K